ถูกแทนที่ตามกาลเวลา

มีเรื่องให้นั่งคิดถึงอดีตอีกครั้ง เนื่องแม่ทำงานธนาคารทำให้ผมต้องไปมีส่วนร่วมกับการทำงานของแม่เกือบทุกวันตอนเป็นเด็กๆและงานที่เด็กๆที่เป็นลูกลานคนทำงานธนาคารต้องทำคือการนับเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญสลึง ห้าสิบตัง บาท ห้าบาทนับเข้าไปมือจะหงิกพวกเราต้องผ่านด่านการนับเหรียญให้คล่องและถูกต้องก่อนเพื่อที่จะได้เลื่อนขั้นไปทำงานที่ advance กว่าและเท่กว่านั่นคือการนับแบงค์..เพราะการนับแบงค์ให้เร็วจะต้องมีท่านับซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีท่านับที่ไม่เหมือนกันซึ่งถ้าใครมีคนรู้จักอยู่หลายธนาคารก็จะมีท่านับที่หลากหลายมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมอยากจะบอกคือโต๊ะที่ผมต้องไปนั่งนับเหรียญเป็นโต๊ะของเสมียนธนาคารตำแหน่งนี้รับผิดชอบเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากคือ cash balance ของธนาคารเงินจะเข้าจะออกต้องผ่านมือคนนี้เพื่อนับเสมอว่ามียอดเท่าไหร่จากนั้นก็จะบันทึกลงสมุดเพื่อใช้ตอนสิ้นวัน เนื่องจากธนาคารมีกฏเหล็กหนึ่งข้อคือ ถ้าบัญชีไม่ balance ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหนก็กลับบ้านไม่ได้ทุกคนต้องอยู่ช่วยกันหาให้ได้ว่าไอ้ที่มันขาดหรือเกินมานั้นมันมาจากคนไหนบวกผิด ไม่มี OT (ธนาคารเลยปิดเร็วครับ ประมาณบ่ายสามเพราะต้องสำรองเวลาเพื่อการนี้) เพราะถือความรับผิดชอบของทุกคน ความสนุกของการนั่งดูแม่และเพื่อนๆช่วยกันหายอดคือธนาคารสมัยนั้นเป็นกึ่ง analog ครับคือพนักงานจะลงบัญชีที่โต๊ะและมีเครื่องคิดเลขคนละเครื่องตกเย็นก็จิ้มยอดของตัวเองแล้วส่งไปรวมกันเป็นทอดๆไป เรื่องราวเหล่านี้มันก็ดำเนินไปจนกระทั่งคนเริ่มใช้บริการธนาคารเพิ่มมากขึ้นเพราะการคมนาคมดีขึ้น ถนนหนทางดี แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือจำนวนพนักงานในธนาคาร … นั่นแปลว่าตกเย็นงานจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆตำแหน่ง ยกตัวอย่างเช่นเสมียนเองไม่ว่าจะมีท่าในการนับเร็วแค่ไหนก็ไม่สามารถข้ามขีดจำกัดได้ และเมื่อมีปริมาณ cash ในธนาคารเยอะคอขวดเลยเริ่มไปอยู่แถวๆนั้น นั่นเป็นจุดที่การ balance บัญชีเริ่มถูกน๊อกรอบ ถึงจุดนี้ธนาคารเองก็เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาเครื่องนับแบงค์เข้ามาและตามมาด้วยคอมพิวเตอร์ พอถึงจุดนี้หลายๆท่านคงสงสัยว่าเอ๊ะแล้วตำแหน่งเสมียนหายไปไหม คำตอบคือเสมียนยังไม่หายไป ผมยังไม่เห็นใครไล่คนออกเพียงเพราะมีเครื่องมือที่สามารถทำงานได้เร็วกว่าเข้ามาช่วยงานได้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือพนักงานธนาคารสามารถทำงานได้เร็วขึ้น รับลูกค้าได้เยอะขึ้นจำนวนเวลาต่อ transaction ลดลง พนักงานกลับบ้านเร็วชีวิตมีความสุข
Continue reading…

ผู้ปฏิบัติ (Practitioner)


หลายเดือนก่อนมีโอกาสได้ไปสอนที่โคราช เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟท์แวร์ให้กับเจ้าหน้าที่ พยาบาลและหมอ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งถือว่าเป็น ช่วงเวลา ที่มหัศจรรย์มากเพราะไม่คิดเลยว่า เราไปลอก แนวทางการทำงาน ของหมอและพยาบาลมาเยอะขนาดนี้แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่าคือก่อนหน้าที่จะได้ไปสอนก็ต้องไปประชุมกับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก่อนท่านเป็นอาจารย์หมอผ่าตัดและทำงานบริหารไปด้วยและเราก็สนทนากันเรื่องวิธีการสร้างคนในแวดวงการแพทย์ว่า อาจารย์หมอทุกคนในโรงเรียนแพทย์จะต้องมีเวลาส่วนหนึ่งลงมารักษาคนไข้ที่คลินิกเสมอ อาจารย์ท่านไหนเป็นอาจรย์ด้านการผ่าตัดก็จะต้องมาผ่าตัดคนไข้เสมอ อาจารย์หมอเล่าให้ฟังต่อว่าเวลาต้องสอนหมอปีสูงๆเราไม่สามารถสอนในห้องเรียนอย่างเดียวได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือการสอนแบบ master-apprentice คือนักเรียนหมอหนึ่งคนจะต้องลงมือทำจริงอย่างสม่ำเสมอโดยมีอาจารย์หมอทำให้ดูและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดดังนั้นด้วยการสอนที่ “เน้นที่การลงมือทำจริง” ทำให้โรงเรียนแพทย์ไม่สามารถผลิตหมออกมาได้เยอะเหมือนโรงเรียนของสาขาอื่นๆ ผมได้ฟังก็ตาลุกว่านี่เป็นวิธีที่ให้ practitioner สอน practitioner ช่างเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากและเห็นว่าการสร้างคนในทุกๆสายงานก็ควรจะมีโรงเรียนที่สร้างแบบนี้บ้างนะ (ในความคิดของผม) อย่างน้อยคนเหล่านั้นก็ต้องทำงานอยู่ที่สถานที่ทำงานจริงเป็นเวลาหลายปีกว่าจะออกมาเป็นหมอจริงๆและผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันถ้าโรงเรียนแพทย์ต้องเปลี่ยนระบบไปเป็นการสอนแบบนั่งเรียนให้ห้องเรียนมากขึ้นแล้วฝึกงานที่โรงพยาบาลสามเดือนแล้วออกมารักษาคนไข้เลย !!!!
Continue reading…

ทำได้เยอะมากไม่ได้แปลว่าดี

ไม่ได้เขียน blog มานานเขียนไม่ค่อยออกหมดมุข เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ขับรถไปเขาใหญ่เพื่อไปเยี่ยมลูกสาวคนโตที่ไปเข้าค่ายอยู่แถวนั้น ระหว่างทางก็พบว่ามีรถติดอยู่เป็นระยะช่วงมวกเหล็กและก็สงสัยว่าปกติมันก็ไม่ติดนัเพราะช่วงนั้นก็เย็นๆแล้วแต่คิดว่าคนคงออกนอกเมืองมากเลยทำให้ติด ขับไปขับมาก็ได้เห็นภาพนี้

13045641_1154609457883029_2132293482_n

Continue reading…

ผลลัพธ์สะท้อนกระบวนการ

สองสัปดาห์ก่อนมีโอกาสไปนั่งดู @weerasak สอน vim ที่ Geeky Base ตอนแรกว่าจะไปขอดูดวิชาแต่พบว่าข้างนอกออฟฟิสเสียงดังมากเพราะมีการก่อสร้างและปรับปรุงท่อน้ำของทางอาคาร พบว่ามีการขุดเจาะหนักมากเนื่องจากคอนกรีตที่ต้องเจาะเป็นบริเวณที่เป็นถนนหลักให้รถวิ่งเข้าออกและเป็นทางเท้าที่อยู่ติดตึก

12032238_10153026447132047_6296502543678409210_n
Continue reading…

ครบสี่ปีที่ทะลุกรอบเก่าเพื่อปัญหาใหม่

ช่วงยุคสงครามเย็นอย่างที่เรารู้กันว่าการแข่งขันทางการทหารระหว่างรัสเซียและอเมริกาเป็นไปอย่างดุเดือด ชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลาและทั้งคู่ก็ต่างอยากรู้เสมอว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ซึ่งการได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านั้นก็ทำได้หลายวิธีเช่นการส่งสายลับเข้าไป การแอบซื้อตัวสายลับและการส่งดาวเทียมเข้าไปถ่ายภาพจากมุมสูงซึ่งการส่งดาวเทียมเข้าไปดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีแต่ก็มีปัญหาอยู่ว่าดาวเทียมหนึ่งดวงจะสามารถถ่ายภาพที่บริเวณหนึ่งๆได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นเพราะมันต้องโคจรรอบโลกและกว่าที่มันจะกลับมาที่ตำแหน่งเดิมได้ก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงแข่งกันสร้างเครื่องบินสอดแนมที่ยินได้ในระดับสูงระดับชั้นขอบโลกกันอย่างแข็งขัน

Continue reading…

คุณภาพชีวิต

เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสได้ขับรถพาภรรยาไปซื้อร้องเท้าที่ห้างสรรพสินค้าและเนื่องจากช่วงนี้ที่บ้านมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม(ทำไมไม่ใช้สีอื่น) เลยทำให้ต้องมีการทุบสะพานข้มแยกเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุให้เราต้องขับรถผ่านถนนพหลโยธินช่วงซอยเสนาที่ปกติเราจะไม่ค่อยได้ผ่านเนื่องจากเราจะขึ้นสะพานข้ามไปเลยและเนื่องจากเราไม่ได้ผ่านถนนเส้นนั้นมานานทำให้เราพบว่าร้านรวงแถวนั้นเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ และพวกเราก็สังเกตุข้างทางและเห็นว่าร้านขายข้าวและอาหารเกิดใหม่เยอะเลยและเจ้าของร้านเป็นคนหนุ่มสาวหน้าตาดีกันทั้งนั้นเลย…คำถามคือทำไมคนเหล่านั้นถึงไม่ไปทำงานบริษัทดีๆนะมายืนลวกก๋วยเตี๋ยวตักข้าวแกงทำไม เมียเลยให้คำตอบว่าเราลองคิดกันก่อนไหมว่าคนสมัยก่อนเขาทำอาชีพขายอาหารกันยังไง เราทั้งคู่เห็นตรงกันว่ารุ่นปู่รุ่นพ่อแม่เราจะเน้นการทำงานหามรุ่งหามค่ำ-เช้าจรดเย็นไม่เน้นพักเน้นโกย ทำให้ทุกๆวันทำแต่งานไม่มีเวลาดูแลอะไรมากนักและไม่ค่อยจะปิดร้านไปดูกิจการหรือการค้าขายของที่อื่นเพราะกลัวว่าจะสียลูกค้า นั่นทำให้เกือบตลอดชีวิตพวกเขาจะไม่ค่อยได้ไปไหน และเน้นสอนลูกหลานว่าให้เรียนสูงๆเพื่อจะให้หลุดพ้นจากวงจรนี้เพื่อไปมีอาชีพรับจ้างดีๆที่มั่นคง
Continue reading…

rugby world cup 2015

ช่วงนี้มี rugby world cup ที่อิงแลนด์ มีโอกาสได้ดูเทปย้อนหลังบ้างพบว่า rugby สมัยใหม่ดูสนุกมากเพราะเกมสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดบ่อยเหมือนสมัยก่อน ดัวผมเองก็เคยเล่น rugby แบบงูๆปลาๆสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอนนั้นไม่ได้เข้าใจปรัชญาอะไรเกี่ยวกับกีฬาประเภทนี้มากหรอกครับ แค่รู้สึกว่ามันเท่ดีเนื่องจากตอนเด็กสมัยวัยหนุ่มได้ดูภาพยนต์โฆษณาอะไรสักอย่างที่ อิงค์ อชิตะ เล่นแล้วมันดูเท่ดีก็เลยวาดฝันว่าถ้าเข้ามหาลัยได้จะลองเล่นดู


ก่อนนั้นคิดว่าเราสาสามารถเล่นอะไรก็ได้เนื่องจากคิดว่าตัวเองร่างกายแข็งแรงและเป็นนักกีฬาบาสอยู่แล้ว พอไปเล่นจริงๆพบว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้ร่างกายเยอะมากเยอะกว่าบาสมาก ดูแล้วไม่เหมาะกับคุณชายอย่างผมเลยแต่ก็ทนเล่นไปเพราะอยากเท่ ผมพบว่ามันเป็นกีฬาที่เหนือยมากกว่าทุกๆกีฬาที่ผมเคยเล่นมาเพราะต่อให้เรามีตำแหน่งก็จริงแต่ตำแหนงของกีฬานี้ไม่เหมือนในฟุตบอลฟุตบอลเราจะยืนกันเป็น zone กองหน้าจะไม่เลยไปวิ่งเกินครึ่งสนามถ้าไม่จำเป็น พูดง่ายๆคือทุกคนจะมีโซนของตัวเองอยู่ หน้าที่การทำประตูเป้นของศูนย์หน้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ rugby ไม่ใช่เนื่องจากจุดประสงค์ไม่เหมือนกัน rugby คือการ focus ไปที่การเอาลูก rugby ไปวาง try ที่ฝ่ายตรงข้ามโดยคนทั้งทีมดังนั้นสำหรับ rugby ลูกไปทางไหนทีมผู้เล่นจะไปกองอยู่ตรงนั้นเกือบทั้งหมด มันเลยจะเหมือนให้อาหารปลาทองที่อาหารอยู่ตรงไหนปลาทองอยู่ตรงนั้น ดังนั้นเราไม่มีสิทธิ์อู้เลยต้องวิ่งใส้แตกตลอดทั้งเกมและเกมมันยาวประมาณ 40 นาที ปกติคนเราวิ่งธรรมดา 40 นาทีก็เหนื่อยมากแล้วนะครับแต่นี่แม่งต้องวิ่ง วิ่งไล่กวดกัน ทำสกรัม วิ่งชนกันปล้ำกัน สารพัดอีกมากมายแต่อย่างไรก็ตามมันเป็นกีฬาที่ดูจากข้างนอกเหมือนมั่วมากแต่ผู้เล่นในสนามทุกคนกลับรู้สึกว่ามันเป็นระเบียบอย่างน่าตกใจเพราะทุกคนมี goal เดียวกันและกติกาเดียวกัน
Continue reading…

มาราธอน

มีโอกาสได้ไปอบรมเชิงปฏิบัติการกัลยาณมิตร ที่สถาบันอาศรมศิลป์ เป็นเวลาสองวันรู้ว่าได้แรงบันดาลใจเยอะมากเกี่ยวกับการมองชีวิตของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการมองย้อนตัวเรา หรือการมองผู้อื่นและอีกหลายเรื่องแต่หนึ่งในหัวข้อและกิจกรรมที่เราได้ทำร่วมกันคือการจินตนาการว่าถ้าเราจะตายในอีก 6 เดือนข้างหน้ามีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำและอยากทำบ้างโดยเราจะต้องเขียนออกมาและอธิบายให้เพื่อนๆฟังว่าเพราะอะไรเราถึงอยากทำแบบนั้น ซึ่งเราก็จะได้เห็นมุมมองของคนต่างๆที่อยู่ในห้องนั้นว่าพวกเขาคิดอะไรแต่มีอยู่คนหนึ่งที่ผมฟังแล้วชอบมากเลยคือ “อู”


Continue reading…

10 ปีที่พยายาม

เดือนนี้เป็นเดือนที่ครบรอบ 10 ปีที่พยายามเขียน blog เขียนบ้างไม่เขียนบ้าง ช่วงหลังๆพยายามเขียนให้ได้เดือนละเรื่อง เพราะเมื่อก่อนเขียนปีละเรือง !!!! พยายามเขียนมาหลายที่มากไม่ว่าจะเป็น

  1. blogspot
  2. exteen
  3. wordpress

หลักๆสมัยก่อนจะเขียนพวก technical article เนื่องจากชีวิตช่วงนั้นทำงานเกี่ยวกับการเขียนโค้ดเยอะ ช่วงหลังๆเขียนโค้ดน้อยลงเลยได้เขียนเรื่องตัวเองมากขึ้น ก็จะพยายามเขียนต่อไปเพราะรู้สึกว่าการเขียนเป็นเรื่องดี

อยากให้ทุกคนเขียน blog ดีๆเหมือน somkiat.cc ครับ

คุ้ม

เมื่อปีที่แล้วได้ไป gathering ที่เซี่ยงไฮ้ประเทศจีนมีอยู่วันหนึ่งพวกเราได้ไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารเกาหลี(เหนือ)ในนั้นจะมีอาหารอร่อย(แน่นอนอยู่แลัว) มีสาวๆที่สามารถร้องเพลงบนเวทีอยู่แล้วช่วงบรรเลงเพลงพวกเธอก็สามารถกระโดดลงมาเสิร์ฟอาหารได้ด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากเพราะเราคงไม่มีโอกาสได้เห็นของแบบนี้จากร้านอาหารของชาติอืนๆ

Continue reading…