New Year Trip (2010)
ปีใหม่ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่พาครอบครัวตะลอนออกไปเที่ยวรวมกลับบ้านเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดคือ 9 วันเต็มๆ การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาวางแผนนานพอสมควรโดยเฉพาะคุณภรรเมียเพราะว่าผมมักจะเบี้ยวเสมอเวลาที่ตกลงอะไรกับเมียไว้ล่วงหน้านานๆโดยเฉพาะเื่รื่องเที่ยวที่มักจะมีเหตุให้หยุดไม่ได้เสมอ ปีนี้เมียเลยคุมเข้มห้ามเบี้ยวโดยเด็ดขาดพร้อมทั้งมอบหมายหน้าที่พาเที่ยวให้ด้วย
เป้าหมายหลักของเราคือเชียงใหม่ จังหวัดที่เราเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นรวมสี่ปีสำหรับผมตั้งแต่ประมาณปี 32-36 และหลังจากนั้นมาก็ไม่ได้กลับไปกันอีกเลยรวมเวลากว่าสิบปี ครั้งนี้เลยได้โอกาสกลับไปเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง โดยประเด็นหลักคือจะกลับไปกินเป็นหลักโดยที่สองผัวเมียทำรายการอาหารที่เคยชอบไปกินไว้กว่าสิบรายการนอกจากนี้โรงแรมที่เราพักก็อยู่ค่อนข้างใกล้ “กาดหลวง” และ “ถนนคนเดิน” ทำให้ของกินเป็นเรื่องง่ายสำหรับเรา
วันเดินทางก็ไม่มีปัญหาอะไรตอนแรกว่าจะขับรถไปนอนที่ตากก่อนหนึ่งคืนแต่เนื่องจากพ่อตา แม่ยายไม่กลับจากชลบุรีและการจราจรไม่ติดขัดผมจึงตัดสินใจขับยาวต่อไปเชียงใหม่เลย ภาพแรกที่เห็นเชียงใหม่คือ “เห้ยมันเปลี่ยนไปเยอะมาก!!! มีอุโมงค์ด้วยเว้ยยย” ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ที่ผมขับมอไซสมัยก่อนเปลี่ยนเป็นโคตรพ่อถนนแปดเลน ==” ผมตื่นตาตื่นใจกับเชียงใหม่มากขับรถชมเมืองไปจนเลยเข้าไปใน มช อันคุ้นเคยพร้อมกับต้องแก้ปัญหาแรกคือเรายังไม่มีที่นอนในคืนนี้ โชคดีที่ @tao88 ช่วยชีวิตด้วยการแนะนำให้ไปพักที่ 3B Boutique Hotel แถวๆสนามบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่และเจ้าของก็น่ารักมาก บริการดีไม่มีที่ดิประทับใจมากๆ ซึ่งสถานที่ตั้งดรงแรมก็ไม่ได้ไกลจากเมืองมากหรอกครับ แต่ข้อเสียของโรงแรมนี้มีเพียงข้อเดียวคือเสียงรบกวนจากถนนดังไปนิดเนื่องจากอยู่ติดกับถนนใหญ่ เท่านี้จริงๆครับที่เหลือคือดีมากๆ
เช้าวันที่สองพาเมียไปเที่ยวทาง สะเมิง แม่ริม เพราะมีรีสอร์ทสวยๆมากมายและเส้นทางก็สวยเพราะลัดเลาะเขาสวยๆ เมื่อก่อนผมกับเมียชอบขี่มอไซไปเที่ยวชม เส้นทางนี้อยู่บ่อยๆ และที่แรกที่เราแวะคือ “กฤษดาดอย” อภิมหาอมตะรีสอร์ทที่อยู่คู่ประเทศเรามานานและเราก็ไม่ผิดหวังเพราะรีสอร์ทเค้าลงตัวหมดแล้วทุกอย่างเข้าที่เข้าทางไปหมดเราก็แค่เสียค่าเข้าชม 70 บาทและเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกันไปและแน่นอนลูกสาวผมก็ไปฝากรักด้วยการไป “อี้” ไว้หนึ่งอึ๊จากนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็มาเยือน “เมียเมารถ” ทำให้มึนหัวอย่างแรงทำให้ไม่ได้แวะที่ไหนอีกเลยทั้งปางช้าง, สวนบัว, บ้านคุณรงค์, สวนกล้วยไม้, สวนผีเสื้อ แวะที่เดียวคือโรงแรมที่พักเอาเมียไปจอดพักก่อน จากนั้นเย็นๆก็ไปเดิน “ถนนคนเดิน” โอ็ยยยยยย คนเยอะมากมายไม่รู้จะมาทำอะไรกันนักหนาที่หนักกว่านั้นคือต้องอุ้มลูกไปเดินไปตลอดสามชั่วโมง สูดยอดดดดดด แต่สิ่งที่ประทับใจมากคือเราได้พบ “หนวดปลาหมึกทอดในตำนาน” หนึ่งในอาหารที่เราต้องกิน ที่เหลือไม่มีอะไรเลยนอกจากคน คน คน คน คน คน
วันที่สองว่าจะไปดูหลินปิงพอขับผ่านหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ก็งงว่านี่ขนาดเราไปเช้าแล้วนะ เจอคนอย่างกะคอนเสิร์ทพี่เบิร์ท รถบัสเป็นสิบเราจึงตัดสินใจขับขึ้นดอยไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพพอไปถึงก็เจอคนอีกแล้วเยอะมากและแน่นอน “เมียเมารถ” เลยขึ้นไปไหว้แล้วลงมานอนที่โรงแรมอีกพร้อมทั้งซื้อข้าวซอยร้าน “ข้าวซอยเส้นนวล” มากินที่โรงแรม พอเย็นๆเราก็ไปเยี่ยมเพื่อนสนิทผมของสมัยเรียน ม ปลายเป็นเพื่อนสนิทกันมากสนิทกันจนต่อยกันและแน่นอนผมโดนต่อยซะน่วม ฮาาาาาาาาา ไปถึงเพื่อนก็ต้อนรับด้วยอาหารพื้นบ้านอย่าง “แกงขนุน” ที่อร่อยมากเราสองผัวเมียก็ซัดซะพุงใสเลย ส่วนลูกสาวก็ไปเนียนเล่นกับลูกชายเพื่อนจนลืมพ่อลืมแม่เลย เมียเพื่อนก็ใจดีจับมันอาบน้ำปะแป้งซะหอมกรุ่น ทำให้เราสองคนสบายไปเพราะมันหลับสบายเลยระหว่างขับรถกลับที่พัก
เช้าวันที่สี่ตื่นไป “กาดหลวง” ไปซื้อของฝากและอาหารเช้า อย่างข้าวเหนียวหมูทอดมาอร่อยกันที่โรงแรม หลังจากิ่มก็เดินทางกลับบ้านนอก โดยระหว่างทางก็มีพักแวะที่ ปางช้างลำปาง พาลูกไปดูช้างแทนหมีแพนด้า พบว่ามันชอบช้าง เหมือนกัน โดยที่ปางช้างเองมีโปรแกรมเรียนรู้การขับช้างกับมืออาชีพเป็นเวลาสามวันสามคืนในสนนราคา 8,500 บาท ผมเลยคิกว่าให้ลูกสาวโตอีกหน่อยจะพากันไปเรียนขับช้างเสียหน่อย และหลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับ “สวรรคโลก” อันเป็นที่รักและพบว่าอาม่าเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้รับหลานด้วยการถอยมอไซ “Honda Monkey” ไว้รับหลานโดยเฉพาะเราสองผัวเมียเลย ปล่อยให้เค้าซิ่งมอไซกลับจากตลาดกันสองคนเพลินเลย
…
…
…
วันที่แปดกลับจากตากสู่กรุงเทพ เนื่องจากพ่อตาติดภาระกิจนิดหน่อยทำให้เราต้องพาแม่ยายกลับมากับเราก่อน โดยที่วางแผนอีกแล้วว่าจะแวะนอนกรุงเทพก่อนแล้ววันอาทิตย์จะไปส่งที่ชลบุรี แต่เนื่องการการจราจรดีเราเลยตัดสินใจทะลุกรุงเทพไปชลบุรีเลยโดยหาข้ออ้างไปกินปูม้าแถวนั้น โดยพี่เมียพาไปกินร้าน “มุมอร่อย” ร้านเด็ดที่ศรีราชา เราก็ซัดกันเต็มคราบ “น้ำพริกไข่ปู ปูม้านึ่ง หมึกผัดไข่เค็ม หอยจ้อ ข้าวผัดปู หอยเชลล์ผัดกระเีทียม” อิ่มพุงกางเราสามคน พ่อ แม่ ลูก ก็เดินทางกลับ กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ รวมๆทริปนี้เราเดินทางไกลกันมากๆร่วมๆ 2,000 กิโลได้ (-/\-)
ประทับใจยิ่งนัก รอบหน้าว่าจะขับรถไป ภูเก็ต
Leave a Reply
No Comment
Be the first to respond!