Unforgettable Norway Part 3: Tromso to Saltstraumen

ช่วงที่สองของการท่องเที่ยวหลังจากได้รับ SMS แจ้งข่าวว่า ภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ แล้วแรกๆเราก็คิดบวกว่าเดี๋ยวมันคงจะดีเองเนอะวันนี้เราเที่ยวกันไปก่อนและแล้วเราก็เที่ยวชม Fjord กันอย่างหนำใจข้ามนั่งเรือเฟอร์รี่เฮฮาปิคนิคกันเพลิดเพลิน
อาหารกลางวันบนเรือเฟอร์รี่ แซนด์วิช แกงเผ็ดทูน่า กับ มะเขือเทศโดดท้ายเรือออกเดินทาง กรุงเทพคุนหมิง ไม่ช่ายยยย Tromso-Oslo
หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่พักข่าวสารก็เพิ่มทะยอยหลั่งไหลเข้ามาว่าตอนนี้ในยุโรปเริ่มปิดกันไปหมดแล้ว เอาละซิเราจะทำยังไงดี รถที่เช่าไว้ก็จะต้องคืนพรุ่งนี้ ที่พัก็ต้องคืน กลับ Oslo ก็ไม่ได้ง่ายๆเพราะที่ Tromso ไม่มีรถไฟต้องนั่งรถบัส
ไปอีกวันนึงลงไปที่ Bodo เพื่อไปขึ้นรถไฟแล้วรถไฟจะมีไหมเพราะทุกคนตกเครื่องหมด เอาไงดี เอาไงดี ยังคิดไม่ออก
ก่อนอื่นมารู้จ้กก่อนว่าไอ้ภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์มันยิ่งใหญ่ขนาดไหนให้ดูจากภาพปลากรอบที่เอามาจาก BBC
เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังประทุอยู่(ประเทศเพิ่งสงบแต่ยังไม่ฟื้นจากพิษเศรษฐกิจ) เนื่องจากตั้งอยู่บนรอยเลื่อนขนาดใหญ่ ลูกที่เพิ่งระเบิดไปชื่อ Eyjafjallajokull โดยลูกนี้ตามข้อมูล ระเบิดไปครั้งสุดท้ายเมื่อ 200 ปีที่แล้วการระเบิดครั้งนี้ส่งผลให้การบินในยุโรปต้องหยุดชะงักไปกว่าค่อนทวีปเนื่องมาจาก ฝุ่นผงที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟลูกนี้จะลอยขึ้นสูงประมาณ 35,000-40,000 ซึ่งเป็นระดับความสูงที่เครื่องบินต้องบินผ่าน จากการศึกษาพบว่าฝุ่นเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงกับเครื่องบินไอพ่นโดยมันจะเข้าไปอุดตันระบบส่งอากาศที่จะใช้ในการสันดาปทำให้ “เครื่องดับ” นอกจากนี้ฝุ่นอาจไปเกาะที่ส่วนต่างของเครื่องไม่ว่าจะเป็น ปีก กระจก ลำตัวเครื่อง อาจส่งผลต่ออากาศพลศาสตร์ของเครื่องได้ และเนื่องจากฝุ่นนี้ลอยสูงมากทำให้มันกระจายตัวออกไปไกลได้ทั่วยุโรป ดังนั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหต สายการบินต่างๆในยุโรป เกือบทั้งหมดจึงสั่งหยุดเที่ยวบินจนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้นนี่ถือเป็นภัยพิบัติร้ายแรง ที่ส่งผลกระทบกับยุโรป ครั้งล่าสุดต่อจากสงครามโลกครั้งที่สอง ==” แม่บอกว่า “โชคดีจริงๆนะลูกปีชาติไม่เคยไปไหน ไปทีก็โชคดีเลยนะลูก” _/\_
ValcanoAsh.jpg
อย่างไรก็ตามพวกเราเหล่าคนหล่อก็ต้องหาทางออกให้กับชีวิต มีทางเลือกไม่มาก เราต้องถึง Oslo วันจันทร์ตอนบ่ายๆเพื่อจะได้ไปทันประชุมวันอังคารเรามีเวลาสี่วันในการเดินทาง เราจะรอหรือเราจะลุย???? คำตอบคือเราจะลุยหัวหน้าผมอธิบายว่ารอไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะได้บินและอีกอย่างเมือง Tromso ก็เล็กเหลือหลายการคมนาคมก็ไม่สะดวกทางเลือกในการเดินทางเราน้อยมาก อันดับแรกเราต้องเช้ารถต่อให้ไดก่อนถ้าเช่าได้เราจะขับล่องใต้เป็นระยะทางกว่า2,000 กิโลเมตรสู่ Oslo แล้วเอารถไปคืนที่นั่นถือเป็นการท่องเที่ยวนอร์เวย์แบบ “สุดยอดรากหญ้า” เราทั้งสี่ก็เลยเห็นร่วมกันว่าเราจะขับรถล่องใต้ โดยมีหัวหน้าผมเป็น “พลขับ ส่วนที่เหลือเป็นคนให้กำลังใจ” ฮาาาาาาาา ผมคิดในใจ “ตรูไม่น่าคิดในใจเลยตอนบินมาว่าจะมีใครบ้าขับรถ Tromso-Oslo นี่ไงได้นั่งรถกลับจริงๆแล้ว เหอๆๆๆๆโชคสุดๆ” แผนที่คร่าวๆระยะทางที่ผมต้องนั่งและหัวหน้าขับ เหอๆๆๆๆ ==” จริงๆเราสามารถขับทะลุไป Sweden ก่อนได้เพื่อไปวิ่งในถนนที่ดีกว่าแต่เนื่องจากเราต้องการชมความงามของ Norway เราจึงขอสู้กับเส้นทางในแระเทศนี้แทน
RoadTrip.PNG
เนื่องจากหัวหน้าผมเคยใช้ชีวิตที่อเมริกานานหลายปีและมีประสบการณ์ในการขับรถยาวๆแบบนี้หลายครั้งทำให้ทริปความยาวแค่นี้นี่เป็นเรื่องสิวๆ เพราะพี่เค้าเคยขับวนเกือบรอบอเมริกามาแล้วใช้เวลาสามอาทิตย์ โฮกกกกกกก พี่เค้าเลยกะๆเอาว่าเรา
จะเดินทางกันวันละประมาณ 500 โล ค่ำไหนก็นอนตาม Camp site เอา ได้ความดังนั้นเราเลยโอเช ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีนิดๆที่เราสามารถเช่ารถต่อได้และสามารถขับไปคืนที่ Oslo ได้แต่ค่าเช่าแพงมหาโหดไม่ต้องกล่าวถึงแต่หารๆมาแล้วก็สบายๆพอทนได้ เดินทางวันแรกเราก็จิ้มๆในแผนที่เอาว่าจะหยุดแถวไหนแล้วเราก็ไม่รอช้าบ่ายหน้าลงใต้กันเลยยยยยยยยย ถนนที่เราจะวิ่งเป็นหลักคือถนนหลวงสาย E8 แต่เนื่องจาก Tromso เป็นเมืองที่อยู่ส่วนเหนือของ Norway ถ้าจะเทียบก็ประมาณแม่ฮ่องสอนบ้านเราครับดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องพบคือถนนหนทางที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ถนนเป็นถนนราดยางสองเลนส์ ย้ำสองเลนส์(ถ้าเชิญพ่อเมืองสุพรรณมา ท่านจะสั่งสร้างแปดเลนส์แน่นอน) และสภาพหน้าถนนไม่ค่อยดีเนื่องจากเพิ่งพ้นหน้าหนาวมาไม่นาน มีขรุขระบ้างมีเด้งๆบ้างแต่เราก็หวังว่าลงไปทางใต้แล้วถนนหนทางจะดีขึ้น แต่… และอีกอย่างที่ทรมานมากๆคือถนนที่นี่จะต้องทำเลียบ Fjord ไปเรื่อยนั่นหมายความว่าบางครั้งเราขับรถกันครึ่งชั่วโมงเพื่อวนกลับมาเห็นวิวที่จุดเดิมแต่เป็นอีกด้านของทะเลสาปเนื่องจากทางเหนือ Fjord เยอะมากถ้าดูจากแผนที่จะเห็นเป็นแผ่นดินพรุนๆอย่างไรก็ตามสิ่งปลอบประโลมใจคืออันอลังการล้านแปดของประเทศนี้ครับ ภูเขาแถวนี้อย่างที่บอกอลังการครับสูงเสียดฟ้าแบบตั้งโด่ๆออกมาลูกเดียวก็มี ทรงแปลกๆก็มี
FjordRoad.PNGเขาลูกนี้สูงเสียดฟ้าResize of DSC_0291.JPG
และอีกส่วนที่สวยไม่แพ้กันคือวิวพวกสะพานครับ แถวๆเมือง Navik ถือว่าเป็น Hi-light ของวันแรกเลยครับเพราะมันจะมีสะพานอยู่หนุ่งอันที่มีวิวรายรอบที่สวยมากสวยจนต้องขับรถวนกลับมาถ่ายรูปใหม่ วันแรกเราขับไปถ่ายไปอยู่หลายรอบมากทำให้แผนที่วางไว้เริ่มขยับจากเมืองแรกเราก็หดลงมา หดลงมา หดลงมา เราขับรถกันถึงประมาณสามทุ่มยังไม่ได้ที่พักเลย คิดในใจ “เอาละเว้ยขับวันแรกก็นอนกันในรถเลย” ปัญหาคือรถมันพอดีมากเนื่องจากเรานั่งกันสี่คนจะนอนท่าไหนและมันจะหนาวไหม ==” แต่ด้วยความเทพของหัวหน้าผมพี่เค้าเดินไปถามเด็กปั๊มระหว่างวนไปวนมาได้ความว่าขับรถไปอีก 30 โลจะเจอ Camp Site หนึ่งอันเราก็ขับตามไปแบบลุ้นๆว่ามันจะมีไหมวะไอ้ที่พักนั่นเพราะเมืองที่เราขับไปมันเล็กมากๆ และพอมาถึงสถานที่ก็ถือว่าเราโชคดีมากเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เจ้าของ Camp Site กำลังเร่งมือปรับปรุงสถานที่ก่อนที่จะถึงช่วงที่คนนิยมออกมาเที่ยวทำให้เขาทำงานกันดึกเราเลยได้ผลบุญคือมีที่นอนตอนสี่ทุ่มครึ่ง ==” โดยที่ที่พักก็เป็น Camp Site เหมือนที่ Tromso ราคาก็ไม่แพงประมาณ 4,000 บาทมีครัวมีทีวีอินเทอร์เน็ทให้เหมือนเดิม เราสี่หนุ่มไม่รอช้า ทำมาม่า อาบน้ำนอน เนื่องจากหมดแรงกันไปตามๆกันกับการกระโดดถ่ายภาพ :) และเก็บแรงเพื่อเดินทางในวันรุ่งขึ้น _/\_
FirstDayTrip.PNGBattle Of Navik

2 Responses to Unforgettable Norway Part 3: Tromso to Saltstraumen

  1. Looks wicked, wish I can visit there some day.

  2. พี่มั่นใจนะครับว่าชื่อภูเขาไฟที่ระเบิด พี่ไม่ได้พิมพ์แบบลืมเปลี่ยนภาษา :D ดูจากแผนที่แล้วทางมันคดเคี้ยว เลาะเลี้ยว แถมถนนน่าจะลื่นด้วยนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Go back to top