Unforgettable Norway Part 6: Kvam to OSLO

ถึงตอนที่หกของสี่หนุ่มแห่ง Fellowship of the Road เราเข้าใกล้มอร์ดอร์มากแล้วอีกเพียงนิดเดียวเราก็จะไปถึง :) เราพักแรมระหว่างการเดินทางที่ Kvam รุ่งเช้าก็ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติคือตื่นนอน อาบน้ำ เล่น Facebook!!!! กินข้าวเช้าแต่สิ่งที่แปลกไปจากวันอื่นๆคือก่อนจะคืนกุญแจ ผมพบว่าสาวๆหนุ่มๆนอร์เวย์หน้าตาดีมากๆๆๆๆๆ คือไม่รู้ว่าเราไม่รู้ว่าหน้าตาดีของนอร์เวย์เป็นยังไงหรือป่าวเหมือนฝรั่งที่ไม่รู้ว่าหน้าตาดีประเทศเราเป็นยัังไง ระหว่างทางไปคืนกุญแจก็พบพนักงานสาวคนนึงกำลังขัดห้องน้ำอยู่ไอ้เราก็ไม่รู้จะคืนกุญแจยังไงก็เลยไปถามเค้า พอเงยหน้ามาโอ้โหแม่เจ้าน่ารักกกกกกกกกกกก เค้าก็ตอบมาว่า “ก็เอาไปวางไว้ตรงเคาท์เตอร์แหละ” ไอ้ผมก็อยากจะแกล้งโง่ถามต่อว่า “เคาท์เตอร์อยู่ไหน” แต่ไม่ทันทะลึ่ง ขอบคุณแล้วเดินไปเฉย แต่อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นการเสียชื่อเราต้องไปขอถ่ายรูปกันน้องขัดห้องน้ำให้ได้ ว่าแล้วขากลับออกมาก็เลยเดินโทงๆเข้าไปในห้องนำหญิงแ้ล้วก็ไปขอน้องเค้าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกให้กับหนุ่มๆไทย ซะหน่อยก่อนหน้านี้ผมโพสท์วิวทิวเขาร่มไม้อะไร ก็เงียบนะใน Facebook แต่พอโพสท์สาวนอร์เวย์ขึ้นไปนี่เมนท์กันถล่มทะลายนี่ขนาดสาวบ้านนอกนะแล้วสาวในเมืองจะเป็นไงเนี่ย ==”
กลับมาสู่การเดินทางของเราทีเด็ดของเราวันนี้คือ Lillehammer ครับเมืองนี้มีดีตรงไหนล่ะ มีดีสิครับเป็นเมืองที่เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคหน้าหนาวครั้งที่ XVII ครับโดยการจัดการแข่งขันครั้งนี่มีเรื่องน่าสนใจอยู่หลายเรื่องมากครับเช่นการจัดครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแยกปีกันอย่างชัดเจนระหว่างการจัดโอลิมปิคหน้าหนาวกับโอลิมปิคหน้าร้อน โอลิมปิกครั้งนี้ได้รับการบันทึกว่ามีผู้ชมมากที่สุดในฝั่งอเมริกาเพราะอะไรเพราะเรื่องดราม่าในวงการ skate น้ำแข็งอมเริกานั่นเองโดยที่ อดีตสามีของ Tonya Hardingจ้าง Shane Stant เพื่อทำร้ายนักกีฬาคู่แข่งอย่าง Nancy Kerrigan เพื่อให้เธอไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ แต่ไม่น่าเชื่อที่ทั้งคู่ได้รับคดเลือกเป็นตัวแทนอเมริกาไปแข่งโอลิมปิก ==” ดังนั้นเมื่อมีดราม่าที่นั่นมีคนอยากดูและสำหรับเทปการแข่งครั้งนั้นถือเป็นหนึ่งในตำนานเรื่องของจำนวนคนดู โดยผลการแข่งขันครั้งนั้น Tonya Harding ได้อันดับที่แปดส่วน Nancy Kerrigan ได้อันดับที่สองโดยแพ้คนที่ชนะด้วยคะแนนที่เฉียดมากๆคือ 5-4 อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นในเมืองที่มีขนาดเล็กมากในตอนนั้นมีประชากรที่เมืองอยู่ 25,000 คนโอวอำเภอบ้านผมยังใหญ่กว่าเลย _/\_


แน่นอนเราก็แวะเก็บภาพประทับใจกันไปตามแบบแผนของเรา ถึงแถวนี้ท่าทางการโพสท์เริ่มประหลาดขึ้นเรื่อยๆตามระยะทาง แต่จะพิศดารอย่างไรเราก็ไม่หวั่นเพราะเราต่างรู้จังหวะกันหมดแล้วว่าแต่ละคนจะโดดได้สวยสุดจังหวะไหน หลังจากนั้นเราชาวคณะก็ออกเดินทางจาก Lillehammer มุ่งสู่ Oslo
ระยะทางจาก Lillehammer ถึง Oslo ก็ช่างสั่นเหลือเกินแต่ใช้เวลานานพอสมควรเนื่องจากถนนที่นี่จำกัดความเร็วแค่ 60 km/h ไม่เกินนี้และที่น่าตกใจคือมี 2 ช่องทางเหมือนเดิม !!! เรามีเวลาไม่มากนักเพราะเราชาวคณะต้องไปคืนรถเวลาสี่โมงเย็น ซึ่งกว่าเราจะเข้าเขต Oslo ก็เกือบบ่ายสามแล้วเรามีภาระกิจใหญ่ที่ต้องทำสองอย่างคือ เติมน้ำมันให้เต็มถัง และ คืนรถที่สำนักงาน ให้เรียบร้อยภายในหนึ่งชั่วโมงในเมืองที่เราไม่เคยขับรถเข้ามาและ GPS ที่เรามีก็ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากแผนที่ในเมืองเก่าเกินไปนี่มัน Amazing Race ชัดๆและแล้วฝันร้ายก็เป็นจริงกว่าจะหาที่เติมน้ำมันได้ก็เหลืออีกครึ่งชั่วโมง เราเลยตัดสินใจส่งเพื่อนร่วมทีมสองคนไป Check In และเอากระเป๋าลงไปก่อนสวนผมกับหัวหน้า ต้องเอารถไปคืนเพราะถ้าขืนกระเตงไปสี่คนท่าทางจะไม่รอดเพราะกระเป๋าหนักมากกกก โดยยังไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน แต่รู้ว่าไม่ไกล แต่ไม่รู้ตรงไหน เหอๆๆๆๆๆ แต่ดีที่เรามีแผนที่แห้งๆที่สำนักงานที่ Tromso ให้มาเราก็พยายามเทียบกับ GPS ที่เรามีอยู่คลำไปคลำมาก็เจอแต่ที่ยากกว่านั้นคือมันอยู่ในตึกแล้วเราจะจอดรถตรงไหนหว่า หัวหน้าผมก็เลยแว๊บเข้าไปจอดไว้แล้วผมวิ่งไปดูเพื่อสอบถามว่าเราสามารถคืนรถได้ที่ไหนบ้าง วิ่งไปถึงสำนักงานพบว่า “ปิดแล้ว !!!!” ซววยละ แต่โชคดีที่เค้ายังใจดีมีกระดาษ note เล็กแปะไว้ว่าให้จอดรถไว้ที่เตรียมไว้ให้แล้วเอากุญแจไปคืนที่โรงแรมที่ห่างออกไป 500 เมตร แล้วไอ้ที่จอดที่เตรียมไว้ให้อยู่ไหน !!! ตรงนั้นมีป้ายบอกแต่ เป็นภาษา Norway “ห่านนนนนน” ตอนแรกผมเข้าใจว่าจอดไว้ตรงป้ายนั่นแหละ แต่หัวหน้าผมบอกว่าไม่นน่าเป็นไปได้ว่าจะมีที่จอดที่ดีกว่านี้ และมันก็เป็นอย่างนั้นนั้นจริงๆคือที่จอดที่เค้าเตรียมไว้ให้นั้นอยู่ที่ชั้นใต้ดินของจอดรถ เมื่อจอดรถเรียบร้อยก็เดินทางกลับโรงแรม ที่เราต้องอยู่ไปอีกห้าวันสำหรับภาระกิจหลักคือการประชุม สภาพโรงแรมก็พอใช้ได้ครับแต่ก็ดีตรงที่ได้นอนห้องที่เป็นเตียงเดี่ยวทำให้เราสามารถทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น เช่นผมชอบแง้มหน้าต่างนอนเนื่องจากอากาศในห้องมันแห้งมากเนื่องจากเปิดเครื่องทำความร้อนดังนั้นเปิดหน้าต่างนิดๆจะดีมากครับและช่วงนี้อุณหภูมิไม่ตำ่จนเกินไปคืออยู่ที่ประมาณ 0 ถึง 8 องศา หลังจากอาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อยเราสี่หนุ่งก็ออกเดินทางไปหาข้าวเย็นแบบดีๆกินฉลองกันหน่อยจุดหมายคือท่าเรืออันสวยงามของเมือง บริเวณนี้เป็นเขตก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่มรการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามน่ามองมากหัวหน้าบอกเหมือนกับเมืองใหญ่ทั่วไปที่จะมีท่าเรือสวยๆแบบนี้เสมอ แถวนี้ก็จะอุดมไปด้วยภัตรคารหรููเป็นแถบ เราสี่คนก็ตัดสินใจเลือกร้านที่ดูแล้วคนเยอะๆ เข้าไปก็แน่นอนว่าร้านอาหารแบบยุโรปไม่มีอะไรให้เลือกมากมายล้านแปดเหมือนร้านอาหารจีนทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วโดยเชฟ หน้าที่เราคือกินและฟังบริกรอธิบายว่าไอ้ที่เรากำลังจะกินมันคืออะไร ทำมาจากอะไร ปรุงยังไง แล้วก็กินสำหรับวันนั้นเป็นการกินที่มีความสุขมากครับ

อิ่มจากมื้อเย็นก็เดินเก็บภาพกันไป วันนี้เน้นๆที่หน้าที่ทำการขององค์กรที่แจกรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ตรงนั้นจะมีกล่อง เท่ๆอยู่อันนึงเราก็วนเวียนถา่ยอยู่นาน ที่นี่เค้าก็น่ารักครับหาอะไรมาตั้งสวยๆในเมืองเยอะดีครับ จริงๆมีเรื่องให้เขียนเกี่ยวกับ Oslo ได้อีกเยอะรอตอนต่อไป _/\_

One Response to Unforgettable Norway Part 6: Kvam to OSLO

  1. เอ่อ เดินโทงๆ เป็นยังไงครับ :D

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Go back to top