An Accident with my new tyre

“เสียเงิน 1,500 แล้วยังล้มอีก วันหลังอย่าไปลดขนาดหน้ายางอีกนะ” เมียด่า ==” และยังคงตามหลอนมาอีกหลายชั่วโมงเรื่องจักรยานคว่ำเนี่ย การคว่ำครั้งนี้เป็นการคว่ำครั้งที่สอง ครับแรกคว่ำไปเมื่อเดือน July  (เดือนเดียวกันเลยวุ้ย) รอบที่แล้วก็คว่ำในหมู่บ้านล้อเบี้ยวไปซะแล้วก็ทนปั่นแบบล้อเบี้ยวๆมาปีนึง จนกระทั่งยางเริ่มหมดสภาพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเลยเอาล้อไปเปลี่ยนยางและดัดล้อที่ร้านแถวลาดพร้าว 101 (ลืมชื่อร้านตลอด) ไปถึงพบว่ายางที่เราต้องการคือขนาด 700 * 45 ไม่มีเนื่องจากขนาดแบบนี้ไม่ค่อยมีคนใช้กัน ถามไปมาก็พบว่าที่ร้านมี 700*42 แต่หาไปหามาทะลึ่งมีเส้นเดียว ==” เลยต้องลดไปเหลือ 700*38 ในใจคิดว่าไม่น่าต่างมากเพราะหน้ามันเล็กลงไปนิดเดียว
กลับมาบ้านประกอบเข้าโครงรถเรียบร้อย ลองปั่นแข่งกับลูกสาวพบว่ามันเร็วกว่าเดิมมาก กดลงไปไม่ต้องแรงมากมันพุ่งดีจริงๆ และในในก็ยังคิดว่าโอวพรุ่งนี้คงจะไปถึงจุดหมายในการปั่น 20 กิโลตอนเช้าได้อย่างแน่นอน
ตื่นสายนิดหน่อย 5:40 แต่ก็ยังไหวสามารถออกไปปั่นได้แต่วันนี้ถนนเปียกเนื่องจากกลางคืนฝนตกแต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรเพราะปกติก็ปั่นแบบนี้อยู่แล้ว ดังนั้นอย่ารอช้ามุ่งหน้าเข้าเกษตร เริ่มการปั่นฉลองยางใหม่ และเป็นไปดังหวังยางใหม่ปั่นได้เร็วขึ้นแต่มีปัญหาแน่นอนตอนเจอผิวถนนที่มีหลุมเพราะก่อนออกจากหมู่บ้านปั่นผ่านทางเดิมที่ต้องลงหลุมก็สะบัดเกือบคว่ำ ==” ผมก็รู้อยู่ในใจแล้วว่าจะซิ่งเหมือนเดิมไม่ได้แต่ไม่คิดว่าจะคว่ำจริงๆ
ตัดมาหลังจากปั่นไปได้หนึ่งรอบก็ไม่มีปัญหาหอะไรรอบที่สองก็เปลี่ยนเกียร์เป็น 3:6 เพื่อให้หนักสุดจะได้รีดพลังงานเยอะหน่อย แต่เนื่องจากเริ่มสายแล้วประมาณ 6:30 รถในมหาลัยเริ่มเยอะทำให้ผมต้องปั่นออกขวาเพื่อหลบรถแถวๆสนามเทนนิสก่อนถึงประตูวิภาวดี จังหวะที่กำลังจะข้านเลนส์ผมก็เจอเข้ากับถนนคอนกรีตที่มีส่วนเหลื่อมระหว่างเลนส์ประมาณ 4-5 cm และยางผมมันไม่สามารถรับความต่างขนาดนั้นได้ผลที่ได้คือ พุ่งครับโชคดีที่ความเร็วไม่สูงมากและมีสติดีเลยทำให้ท่าลงสวยตามหลักการคือ มือลงก่อน ผ่อนแรงลงด้วยศอก ตามด้วยไหล่ กลิ้งต่อไปอีกหนึ่งรอบ ในใจแว๊บแรกคือ “ล้อเบี้ยวอีกแล้ว เพิ่งไปดัดมา” ไม่ได้ห่วงว่ารถข้างหลังจะมาทับเลยสมควรโดน แม่และเมียด่านี่ถ้าลูกสาวโตคงโดนสามรอบ และเข้าใจแล้วว่าไอ้ที่ดูการแข่งจักรยานทางเรียบแล้วมันคว่ำกันจังก็เพราะไอ้แบบนี้กระมัง
หลังจากสำรวจความเสียหายของตัวเองพบแผลที่มือขวาสามที่ ข้อมือด้านนอก ข้อศอก ไหล่ และเข่าขวา สรุปว่านิดหน่อย และล้อไม่เบี้ยวปั่นต้ดสินใจปั่นต่อไปห้องน้ำสนามอินทรย์ล้างแผลแล้ว กลับไปซัดให้ครบห้ารอบ
Hurt.jpg
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ยางหน้าแคบมันเร็ว แต่มันไม่เหมาะกับถนนที่ไม่เรียบอย่างมาก ทำให้แผนซื้อเสือหมอบต้องเลื่อนออกไปก่อน

Unforgettable Norway Part 7: Oh Oslo my Lovely Oslo

มาถึงตอนที่เจ็ดตอนที่ The Fellowship เดินทางมาถึงกรุง Oslo อันเป็นเป้าหมายของเราที่ที่เราตั้งใจมาประชุมแต่เค้า “ยกเลิก” เพราะภูเขาไฟระเบิดและเราก็ยังไม่มีตั๋วกลับบ้านไปอย่างน้อยอีกห้าวันแล้วเราจะทำอะไรดี “เราก็ต้องทำงานสิ อย่างน้อยเค้าส่งมาแล้วเราต้องทำประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ดังนั้นครั้งมีจึงเป็นการผสมระหว่างการดูงานและการรายงานความเป็นไปให้ทีมที่สำนักงานใหญ่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เข้ากับสำนวน “อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น” ดังนั้นชีวิตของเราอีกห้าวันที่ Oslo คือการตื่นไปทำงาน 8:30 กลับบ้าน 16:30
ผลของการทำงานทำให้เราไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเล่นอะไรมากใน Oslo ส่วนใหญ่เลยไปตามสถานที่โ่ด่งดังต่างๆและต้องไป Dinner กับทีมงาน โดยรวมเมือง Oslo เป็นเมืองที่ดูสวยงามเป็นระเบียบครับ บางครั้งดูเงียบเกินไปสำหรับคนกรุงเทพอย่างเราและอีกอย่างที่น่าสนใจคือเมืองนี้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับโลกทุกอย่างแพงมหาโหดเช่น อาหารเย็นวันแรกที่เราไปซัดกันเพื่อฉลองการมาถึง Oslo ราคาสำหรับสี่คนของมื้อนั้นก็ร่วมๆหมื่น  ไม่ได้โชว์รวยนะครับเพราะมันแพงจริงๆ คือการออกมากินข้าวนอกบ้านที่เมืองนี้เหมือนเอาเงินมาละลายน้ำเล่นเพื่อซื้อบรรยากาศเสียมากกว่าเพราะที่นี่วิวสวยโดยเฉพาะบริเวณท่าเรือและมีเรื่องแปลกอีกอย่างที่น่าสนใจคือทั้งที่อากาศหนาวจะตายกันอยู่แล้ว สาวๆประเทศนี้ชอบใส่กระโปรงสั้นและสวมถุงน่องบางๆเดิน ผมละไม่เข้าใจ
อีกเรื่องที่ผมชอบประเทศนี้คือคนที่ Norway นิยมกิจกรรมกลางแจ้งมากๆครับมีกิจกรรมให้ทำทุกฤดูเช่นตอนที่ผมไปเิริ่ม Spring เราจะเริ่มเห็นคนปั่นจักรยานเยอะมาก ไม่ใช่ปั่นเล่นๆนะครับเค้าปั่นไปทำงานกันเช่นจากในเมืองไปที่ออฟฟิศผมก็ประมาณ 15 โลคนก็ปั่นกันไปเยอะมาก รวมถึง CEO ของ Telenor เองก็ปั่นจักรยานมาทำงานครับ ผมละซึ้งและจากการสอบถามเพื่อนร่วมงานพบว่าที่ Norway มันเป็น Trend ครับที่ผู้บริหารนอกจากจะต้องทำงานเก่งแล้วยังต้องดูฟิตตลอดเวลาด้วย เพื่อนผมเปิดหนังสือพิมพ์ให้ดูเป็นหนังสือพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับธุรกิจนะครับแต่มี Section ใหญ่ๆเลยที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการออกกำลังกาย คือเรียกได้ว่า “เรามาแข่งกันฟิต” ทั้งภายนอกและภายใน นอกจากนี้เมืองนีก็มีบริการจักรยานคนเมืองด้วยครับ เป็นจักรยานง่ายๆเอาไว้ปั่นในเมืองสำหรับคนที่ไม่ต้องการรอรถเมล์หรือไปตามซอกซอยที่รถไปไม่ถึง โดยคน Oslo มาสามารถซื้อตั๋วปีได้ในราคาปีละ 800 บาท และที่เหนือชั้นกว่านั้นเค้าเตรียม iPhone Application ไว้ให้เราด้วยครับ เอาไว้ให้เราตรวจสอบว่าจุดที่ใกล้ที่สุดที่เราจะไปเอาจักรยานได้อยู่ที่ไหนและนอกจากนี้จุดที่เราสามารถเอาจักรยานไปคืนได้ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน ผมละอยากกราบ _/_