หน้าราม เมื่อยามหนุ่มสาว

อันเนื่องมาจากโรงเรียนสอนศิลปะลูกสาวที่แต่เดิมอยู่ที่คริสตอลพาร์คเรียนกันดีๆมีความสุขครูน่ารัก นักเรียนเยอะเจ้าที่ก็ขึ้นค่าเช่าจนโรงเรียนทนไม่ไหวหนีย้ายไปอยู่โน่นนนนนนนนนนนนนน สุขาภิบาลสาม หน้าหมู่บ้านสัมมากร ==” ไกลมากๆระดับโลกแต่เนื่องจากคุณครูน่ารักเราเลยใจง่ายตามไปเรียน!!!!! ไม่ใช่เป็นเพราะโรงเรียนดีต่างหากกกก สรุปคือมันต้องไปไกลกว่าเดิมมากๆแต่ก็ยังพอทนที่ยังสามารถไปทางด่วนลงหน้ารามข้ามสะพานสองทีถึง ก็จะทนขับไปอีกสองถึงสามอาทิตย์แล้วค่อยหาที่เรียนใหม่
สัปดาห์แรกเราก็ไปตามทางขับไปผ่านหน้าราม โอวววววว ไม่ได้ป่านมานานหลายปีดีดักก็เลยนั่งคุยกับเมียเรื่องเก่าก่อนว่าสมัยก่อนรถก็ไม่มี ตังก็มีน้อยรถก็ติดเราก็ยังดิ้นรนมาเดินดูเสื้อผ้าหน้ารามกันได้บ่อยๆโดยการเดินทางมาได้หลายวิธีแล้วแต่ชอบ
1.แบบแรกไปขึ้นรถตู้ เซ็นทรัลลาดพร้าว-เซ็นทรัลราม เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดค่าเสียหาย 15 บาทตลอดสายรถตู้่ก็ตะพาวิ่งวนเข้าซอยเคี้ยวคดเล่นเอามึนหลับกันไป
2.วิธีที่สอง 126 คลาสสิคขึ้นหน้าเกษตรนั่งกันก้นชาขาเมื่อยวิ่งผ่านลาดพร้าวซอยหนึ่งยัน เดอะมอลบางกระปิ เลี้ยวขวาข้ามคลองเลอะไปถึงหน้ารามวิธีนี้ถูกลงมาหน่อย 12 บาทแต่ลำบากหน่อยตรงที่รถมันเก่ามากไอ้ 126 เนี่ยสงสัยว่าวิ่งตั้งแต่สมัยแม่ยังสาวแต่ถ้าไม่รีบก็เป็นวิธีที่ดีเหมาะสำหรับวันเสาร์ อาทิตย์
3.วิธีพิศดารหน่อยแต่เร็วดีคือนั่งรถกระป๊อซอยปากซอยเสนาไปจอดกลางซอยแถวๆวังหินจากนั้นนั่งอีกคิวจากวังหินไปออกโชคชัยสี่ แล้วก็ขึ้นสายไหนก็ได้ไปหน้าราม วิธีนี้เร็วทันใจ เย็นด้วยอีกข้อดีคือสามารถแวะกินข้าวที่ตลาดโชคชัยสี่ได้มีร้านข้าวอิสลามอร่อย ร้านนี้ตอนไปกินครั้งแรกไปปล่อยไก่ตัวใหญ่เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเป็นอิสลามผมก็เดินหล่อเข้่าไปสั่ง “ไข่เจียวหมูสับ” โชคดีที่ไม่โดนเอาน้ำมันราดหัว ==”

เมื่อไปถึงหน้ารามก็ไปเดินไล่ตั้งแต่รามยาววววว ไปจนถึงเดอะมอลรามแล้วก็เดินกลับอีกรอบ ร้อนไหม? ร้อนนนน คนเยอะไหม เยอะมากๆๆๆๆ
ไปไหม ไป 🙂 ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาหรอกครับแต่ก็สนุกดีที่ได้ไปเดินดูโน่นนี่ไปเรื่อยๆ เสน่ห์ของการเดินดูของหน้ารามคือสมัยก่อนจะมีร้านขายเทป(ย้ำเทปแคสเส็ท) มือสองขายร้านใหญ่มากจะมีเทฟเพลงสากลเก่าๆดีๆมาวางขายเสมอ ราคาไม่แพงครับม้วนละ 20-50 บาทลองได้ไม่ยั้ง ดังนั้นทุกครั้งที่ได้ไปไหน้าราม ผมจะมีความสุขกับการเดินเลือกเทปมือสองเหล่านั้นมาก ได้กลับมาไม่ต่ำกว่าครั้งละ 2-3 ม้วน จนที่บ้านมีเทฟเป็นพันม้วน หลังๆแม่เริ่มบ่นว่าวันหลังจะต้อมเทปให้กินแทนข้าว
นอกจากเทปมือสองแล้วยังมีเทปเถื่อนอีกมากมายให้เลือกซื้อในราคาไม่แพงอีกส่วนที่สนุกของการเดินหน้ารามคือไปดูหนังสือเรียนเก่าๆของนักศึกษาราม ตามร้านมือสองผมว่ามันสนุกมากครับมีหนังสือเก่าๆหาอ่านยากเยอะแยะมากมายให้เรารื้อค้น โดยเฉพาะหนังสือต้องห้าม(ไม่ใช่หนังสือโป๊นะ) ที่หาอ่านยากก็สามารถหาได้แถวๆนั้นไปแต่ละทีก็ยืนดูได้เป็นนานสองนานจนเมีย(ตอนนั้นเป็นแฟน)บ่นกันไปว่ามากี่รอบก็ดู ไอ้ร้านหนังสือเนี่ย สำหรับผมหน้ารามมีดีสองอย่างนี่แหละครับ เรื่องเสื้อผ้าไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ อีกอย่างก็มีสาวๆหน้าตาคมๆ (สาวใต้) ให้ชมตลอดทางทั้งแม่ค้าและนักศึกษาเออเพลินดีและเมื่อเดินเสร็จก็ขึ้นรถกลับอีกชั่วโมงกว่าๆ เออดีจริงๆ
เล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟังแม่ก็หัวเราะบอกว่า “เด็กอาบน้ำเย็นไม่กลัวหนาว” ซึ้งกันไป

คำถาม “คุณจะรักใคร ถ้าต้องเลิกรักผู้หญิงคนปัจจุบันคนที่คุณรักอยู่?”

ตอบได้ไหมครับ…………..สำหรับผมตอบไม่ได้ ผมไม่สามารถวางแผนรักผู้หญิงล่วงหน้าได้ด้วยหรอกครับ ความรักมันต้องมอบให้คนที่เรารักอยู่อย่างเต็มที่ที่สุด แล้วอย่างนี้จะเอาเวลาไปคิดหาคนอื่นมาลองรักดูได้หรือความรักไม่ใช่สิ่งที่เรามาลองคนโน้นทีคนนนั้นทีได้หรอก ไอ้ที่ลองๆกันไปมันแค่ลองศึกษาดูว่าสารเคมีตรงกันไหม พอจะไปด้วยกันได้ไหม ถ้าได้ก็ดีจะได้คบกันไป นานๆเข้าจะได้รักกันเพราะคุ้นเคบกันรู้จังหวะของกันและกันว่าเธอมาแบบนี้ฉันจะออกท่าไหนไปรับ เธอชอบหรือไม่ชอบอะไร เราจะได้ทำตัวได้ถูก ดังนั้นระหว่างที่อยู่ด้วยกันก็ต้องตั้งใจศึกษากันและกันทุกแง่ทุกมุม เมื่อนานเข้าเราก็ “รัก” กันมากเกินกว่าที่อธิบายเป็นคำพูดใดๆได้
ดังนั้นถ้ามีคนมาถามผมว่า ผมจะรักใคร เป็นคนต่อไป ผมก็ตอบตรงๆว่าผมไม่รู้เพราะผมไม่เคยคิดเรื่องนี้
คนที่กล้าถามคำถามนี้ต่างหากที่ต้อง กลับไปคิดว่า “ชั่วชีวิตที่ผ่านมา คุณเคยรักใครบ้างไหม? เคยมีความรักหรือยังครับ?

บทความนี้ ตอบเป็นนัยกับคำถาม “ถ้าไม่เขียนจาวา แล้วคุณจะเขียนอะไร” ที่ blognone

ดราม่ากับท่านผู้นำ

เก็บไว้เป็นที่ระลึก ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อนพอแตกใบอ่อนเป็นมะนิลา ขึ้นต้นว่า “จาวาช้า” มาจบลงว่า “หาเงินได้เร็วมันทุเรศไปหน่อย”
ไฟล์เหมือนเล็กแต่ไม่เล็กครับ download ไปอ่านได้ครับ

คำตอบล่าสุดของรูฟก็คือ “เร็วส์” ในที่นี้หมายถึง “ได้เงินเร็ว” ผมว่ามันทุเรศไปนะที่จะบอกแบบนี้…

วิทยาศาสตร์วัดความรู้สึกของท่านผู้นำได้ไหมครับ

lnw.jpg

ในวันที่ผมโดนด่าว่า “อุบาทว์”

ทุเรศหรืออุบาทว์ ก็ไม่ต่างกัน

ผมเองที่พูดว่าพูดไว้ที่ Bangkok Barcamp 3 ตาม link นี้ “Java เร็วส์” สาวกนี่หรือคือสิ่งที่ผิด แต่ทำไมน้องมาด่าว่าพี่ “อุบาทว์”

แต่ผมก็ภูมิใจนะที่โดนเจ้าของเวบ ไอทีเบอร์หนึ่งของเมืองไทยที่ชื่อ blognone ด่าว่า “อุบาทว์” พี่ขอเก็บไว้เป็นหลักฐานดูให้ชื่นใจนะน้องเอ๋ย ถ้าเหงาใจฮอร์โมนมาไม่ปกติก็ด่าได้อีกนะ พี่ไม่ถือเพราะยิ่งด่าพี่ยิ่งดัง จะให้ดีด่าแล้วช่วย tweet บอกด้วยนะจะขอบพระคุณอย่างแรง
1 2 3 4 5 จาวาเร็วส์ 6 7 8 9 จาวาเร็วส์ Everyday and night จาวาเร็วส์ Oh my darling, oh oh my darling