Future Perfect : โปรเจ็คโตแล้วไปไหน ?

โดน interview เรื่อง “Programmer คืออะไร” จากน้องๆที่ทำโปรเจค “Future Perfect” ของนิตยสาร A Day ซัดไปซะยาวเลย

โครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้น ม.1 – ม.6 ได้ค้นหาตัวเองเเละค้นหาอาชีพในอนาคตที่ตนเองใฝ่ฝันอยากทำ ด้วยการให้น้องๆนักเรียนได้เข้าไป ติดตาม เป็น Shadow รุ่นพี่ที่ประกอบอาชีพที่น้องๆ สนใจเป็นเวลา 1 สัปดาห์

เพื่อช่วยให้น้องๆนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา เลือกสายการเรียน และ คณะที่เหมาะกับความสนใจเเละความใฝ่ฝันอย่างมั่นใจ ไร้กังวล

น้องๆคนไหนสนใจอาชีพอะไร สมัครเเล้วเลือกเข้ามาเลย!!!! โอกาสที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศจริง ความท้าทายจริง เเละหน้าที่จริงๆ ในงานที่ตนใฝ่ฝันรอน้องๆอยู่ !

รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.facebook.com/futureperfect.prj
http://futureperfectprj.exteen.com/future-perfect

All my best memory at dtac

ตั้งแต่ 1ธันวาคม 2551 ถึง 12 เมษายน 2554

ภาพหนึ่งแทนคำบรรยายเป็นร้อยคำพันคำทั้งหมดคือความทรงจำที่ดี คงไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆให้รูปเหล่านี้ “Feel Good”

สัปดาห์หนังสือ

“ไม่ได้ไป” มาหลายครั้งแล้วเพราะคนเยอะมากๆทำให้ต้องใช้เวลาเยอะมากสำหรับการเดินชมหนังสือบางครั้งจะแวะยืนอ่านคำนำหรือปกหลังนานก็ไม่ได้เพราะคนจะรออยู่ข้างหลังเพื่อเข้ามาในร้านเยอะเหมือนกัน เลยไปทีไรก็เหมือนจะรีบๆทุกครั้งไปวิธีการดูหนังสือกลายเป็นดู “ปก” แทนซึ่งผิดคอนเซ็ปมากพอสามควรกับการเลือกหนังสือ แต่โดยรวมแล้วเป็นงานที่ดีครับต้องจัดบ่อยๆจัดไปเรื่อยๆเพราะเป็นการช่วยให้คนที่รักการอ่านได้ไปหาหนังสือดีๆและทำให้คนที่ไม่ค่อยจะรักการอ่านเมื่อไปเห็นงานอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบอ่านหนังสือได้ “การรักการอ่านคือพื้นฐานที่ดีของคน”
ดังนั้นทางออกของคนที่ชอบอ่านหนังสือแบบผมแต่ไม่มีเวลาและไม่สะดวกไปงานหนังสือคือหาที่ขายหนังสือใหม่ที่เราสามารถใช้เวลาเลือกเฟ้นหาหนังสือที่เราต้องการได้อย่างเต็มที่ให้เราแน่ใจว่เราจะได้หนังสือที่เราอยากอ่านจริงๆ ที่ที่นั้นคือ “ตลาดนัดสวนจตุจักร” นั่นเองเนื่องจากผมต้องไปส่งแม่ที่สวนทุกอาทิตย์กิจกรรมหลักที่ผมชอบทำเสมอสองอย่างคือไปซื้อของที่ร้าน ชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย สาขาจตุจักร เช่นข้าวกล้อง น้ำมันมะพร้าว บะหมี่งาดำ และอื่นๆส่วนอีกอย่างคือไปซื้อหนังสือเก่า เนื่องจากเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าสวนคือแหล่งรวมหนังสือทุกประเภทที่เราอยากได้โดยส่วนมากจะเป็นหนังสือมือสองโดยบริเวณที่มีหนังสือให้เลือกมีสามส่วนใหญ่ๆคือ

ตรงทางขึ้น MRT จตุจักรติดกับห้องน้ำตรงนี้จะเป็นโซนใหญ่ๆที่อยู่กับจตุจักรมานานเมื่อก่อนเรานิยมไปซื้อหนังสือโป๊กันแต่เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้วเหลือแต่หนังสือดีๆมากมายให้เราไปค้นหาแต่บริเวณนี้คนจะเยอะหน่อยต้องมองซ้ายมองขวาก่อนยืนแช่
ตรงศาลพระภูมิข้างๆธนาคารไทยพานิชด้านถนนกำแพงเพ็ชสองบริเวณนี้แต่ก่อนหนังสือเยอะแต่ช่วงหลังๆถูกเบียดบังโดยร้านขายของแบบอื่นไปเยอะมากแล้วที่เหลืออยู่ได้ก็ห็นจะมีแต่ร้านขายการ์ตูนเท่านั้นที่เหลือดูจะทนต้านทานได้อีกไม่นานแต่ถ้าอยากซื้อหนังสือแถมดูดวงก็สามารถไปเดินในซอยนั้นได้ครับถืิเป็นเสน่ห์ของซอยนี้เลยก็ได้ครับ
อีกส่วนที่เราสามารถไปคุ้ยหนังสือได้คือฝั่งตรงข้ามตลาดฝั่งถนนกำแพงเพ็ชสองอีกเช่นกันโดยบริเวณนี้เป็นบริเวณที่เกิดขึ้นใหม่เพราะเกิดขึ้นมาพร้อมกับอาคารที่จอดรถใหม่และเราจะต้องเดินผ่านเสมอถ้าต้องการไปที่ร้านขายของมังสะวิรัตซอยนี้จะมีร้านหนังสือเก่าประมาณ 3-4 ร้านแต่ละร้านก็ใหญ่มากมีหนังสือให้เลือกมากมาย

photo(1).JPGphoto.JPG
photo.JPG

ความงามของร้านหนังสือเก่าคือมันมีหนังสือจากหลายยุคหลายสมัยมากบางเล่มก็เก่าเกิน 50 ปีเมื่อเราเปิดเข้าไปอ่านเราจะเห็นวิธีการใช้คำตามสมัยนั้น เราอ่านไปก็จได้สำเนียงของยุคสมัยเราจะได้เห็นสภาพบ้านเมืองสภาพผู้คนผ่านตัวหนังสือเหล่านั้นบางเล่มก็มีภาพให้ดูกันเพลิดเพลิน บางครั้งเราก็จะได้เห็นการจดบันทึกข้อความอะไรบางอย่างลงไปในหนังสือเก่าเหล่านั้น คิดไปแล้วก็ชวนให้บ้าบอคิดไปว่าคงจะมีอะไรสักอย่างทำให้เราบังเอิญได้อ่านข้อความเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถใช้เวลาเลือกหาหนังสือได้อย่างเต็มที่ไม่มีคนมาปล่อยรังสีใส่เราทำให้เราเร่งรีบและข้อดีเหนืออื่นใดคือเราจะได้หนังสือราคาต่ำกว่าปกประมาณ 65% หรือบางทีก็มากกว่าเพราะถ้าเราไปบ่อยๆจนเจ้าขอร้านจำได้บางเล่มเขาก็ไม่คิดเงินแถมมาให้ซะอย่างนั้น นี่ก็ถือเป็นอีกเสน่ห์ของการไปร้านหนังสือเก่าที่บริเวณสวนจตุจักร

“สัปดาห์หนังสือของผมเกิดขึ้นทุกสุดสัปดาห์”

Geel< C^l3nd^r

ไม่มีคำบรรยายครับ สำหรับของหายากของชาว Geek แห่งสยามประเทศนั่นคือ Geek Calendar ผมกับพี่อ๊อด(ต้นเรื่อง) ไม่ได้คิดว่าจะมีคนสั่งขนาดนี้ ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งครับที่ช่วยสนับสนุน Geek โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ของท่านจะถูกใช้สอยอย่างเมามันส์ เย้ยยยยย ไม่ใช่จะถูกใช้สอยอย่างมีประโยชน์ครับ
กลับมาที่การทำงานของโปรเจคนี้กันก่อน เริ่มจากพี่อ๊อดชวนมาทาง gtalk ว่าทำปฏิทินขายกันไหมโดยแรกเริ่มทีเดียวข้างหลังแต่ละเดือนจะเป็นภาพเด็กที่มาโพสท์ท่า Geek กันแต่ทำไปทำมามาจบที่ Cheat Sheet ได้ยังไงก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว โดยงานนี้ตลอดระยะเวลาการทำงานก่อนพิมพ์ผมสองคนไม่เคยเจอกันเลยไม่แม้กระทั่งโทรคุยกันเราทำงานแบบ Geek คือประชุม(เรียกซะหรู)ผ่าน gtalk และเริ่มร่างไอเดียต่างๆผ่าน Google Doc, Spread Sheet, Presentation กันและก็ค่อยๆเติมกันไปคนละหน้าสองหน้าทำกันบ้างอู้บ้าง อยู่อย่างนี้อยู่สองสามเดือนก็ได้เนื้อหาทั้งหมดครบถ้วนเรียบร้อยแต่ปัญหาคือเราจะแปลงของที่เราร่างไว้ให้ออกมาเป็นแบบที่ใช้พิมพ์ได้อย่างไร? นึกถึงน้าเก่งแห่ง อพด ได้ก็เลยถามๆไปว่า “น้าครับ ผมอยากทำ …… แต่ไม่มี designer ครับน้าผมจะขอยืมสักสามวันได้ไหม” น้าเก่งเขาก็บ้าจี้นะ “ได้ครับน้า” เราสองคนก็ไม่รอช้าบุกไป อพด สิ่งที่เราคาดหวังจาก designer คือ design template ที่เราจะสามารถเอามาหยอดข้อมูลได้เพื่อจะใช้ส่งโรงพิมพ์และเราก็พบว่าไอ้การนั่งตีเส้นและหยอดตัวหนังสือลงไปในแบบนั้นทำยากมากกกก ทำแล้วก็เข้าใจหัวอกคนเป็น designer จริงๆการมานั่งจิ้มๆเพื่อขยับเส้น ตีกรอบ ขยับกรอบ ใส่ตัวหนังสือลงไปนี่มันงานฝีมือระดับชาติชัดๆ ดังนั้นครั้งหน้าผมจะขายราคา 350 อ่ะๆๆๆๆ และขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาทำนานมาก เกือบสองเดือนทำกันอย่างกะได้ตัง 2,000,000 น่ะตั้งใจมากกกกกกกกก จนสุดท้ายก็สำเร็จและส่งไปโรงพิมพ์ได้ต้นแบบออกมาหน้าตาแบบนี้

หลังจากตรวจความถูกต้องกันเรียบร้อยก็สั่งให้โรงพิมพ์จัดพิมพ์ตามยอดจองอันล้นหลาม ซึ่งเขาก็ทำงานได้เร็วดีนะครับไม่กี่วันก็ได้ของซึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็ตามมาคือการจัดส่งโอ้โหอันนี้สนุกมากเพราะจำนวนมันเยอะผมเลยใช้แรงงาน เด็ก สตรี และคนชรา ที่บ้านก็คือ ลูกสาว เมีย และ แม่ ในการบรรจุ ติดที่อยู่แถมแม่ยังขับรถไปส่งให้ที่ไปรษณีย์อีกต่างหากแถมบอกว่าปีหน้าจะเอาไปช่วยขายให้ด้วย ขั้นตอนการส่งก็ใส่ใจเต็มที่เนื่องจากเป็นพัสดุลงทะเบียน (@siros_s และ @kengggg ใส่ใจมากๆเรื่องนี้เพราะต้อง track ได้จะได้สบายใจ) แต่ที่น่าสนุกกว่านั้นคือเริ่มมีคนเอาปฏิทินไปถ่ายตามมุมต่างๆแบบขำๆเท่ๆส่งมาให้ดูผมก็เลยได้ความคิดว่าขอให้ส่งภาพมาให้ชมว่าเอาไปตั้งและใช้งานกันอย่างไรซึ่งก็มีคนส่งมาหลายคนมากๆดังรูปด้่นล่างนั่งดูแล้วก็สนุกไปอีกแบบครับ
สุดท้ายขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ สิ้นปีอาจจะมีอะไรให้ดูขำๆกันอีกนะครับโปรดติดตาม