หม้อฮ่อมแก้ววรรณา แพงจับใจแต่ก็ซื้อ

เมื่อตอนน้ำท่วมมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายจังหวัดในภาคเหนือแต่ละจังหวัดก็มีจุดเด่นด้อยต่างกันไปแต่จังหวัดที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวมากที่สุดคือ แพร่ เพราะได้ไปซื้อหม้อฮ่อม!!!! หลายคนอาจสงสัยว่าไอ้หม้อฮ่อมที่ผมไปซื้อมันต่างจากหม้อฮ่อมทั่วไปที่เราเห็นๆกันตรงไหนเรื่องแรกคือ “ราคา” ยกตัวอย่างเช่นเตี่ยวสะดอเราอาจเคยซื้อกันตัวละไม่เกิน 400 บาทแต่ที่ผมไปซื้อตัวละ 1,000-1,600 บาท ==” แม่เจ้าแพงมากกกกกก แต่!!!!! อย่างเพิ่งตกใจครับความแพงทุกอย่างทีที่มาที่ไปว่าทำไปแพง อย่างแรกคือกระบวนการผลิตของหม้อฮ่อมเจ้านี้เป็นไปตามวิธีดั้งเดิมเกือบ 100% ผมไปนั่งดูโรงย้อมเขาแล้วครับเป็นโรงย้อมกลางนาสวยมากกระบวนการผลิดผ้ารายละเอียดการทำหม้อฮ่อมผมย่อมาจากบทความของร้ายที่ผมไปซื้อมาคือ แก้ววรรณา

คัดย่อมาจาก “แพรพรรณหม้อห้อมแพร่”
บทความ เขียนโดยวุฒิไกร ผาทอง 31 พค.54

การผลิตหม้อห้อมแบบดั้งเดิม

การผลิตหม้อห้อมแบบดั้งเดิม หรือ หม้อห้อมธรรมชาตินั้น แบ่งเป็น ๕ ส่วน

ส่วนแรกนั้นคือการทำเนื้อห้อมจากต้นห้อม เนื้อครามจากต้นคราม หรือเนื้อครามจากต้นเบิก พืช ๓ ชนิดที่ให้สีคราม คนแพร่ก็เรียกรวม ๆ ว่าต้นห้อม เรานำพืชและอย่างนั้นมาแช่ประมาณ ๖ – ๑๒ ชั่วโมง แล้วแต่สภาพอากาศ จนน้ำที่แช่ออกสีเขียว กรองเอาแต่น้ำมาตีกับปูน พอได้ที่ฟองสีน้ำเงินก็จะยุบตัว ปล่อยให้ตกตะกอน แล้วกรองเอาตะกอนมาใช้ ตะกอนนั้นเรียกว่าเนื้อห้อม หรือ เนื้อครามนั่นเอง

ส่วนที่สองเป็นเรื่องของการทำน้ำด่างจากขี้เถ้า แบบเดียวกับที่คนโบราณเขากรองเอาไว้ซักผ้านั่นแหละ แต่แยกความเข้มข้นไว้เป็นน้ำหนึ่งน้ำสอง เพื่อใช้ต่างวาระกัน

ส่วนที่สามคือการก่อหม้อ บางแห่งเรียกว่าตั้งหม้อ นำเนื้อห้อมมาหมักรวมกับน้ำด่าง น้ำปูน น้ำตาล ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม อย่างเรื่องน้ำตาลนั้นบางเจ้าก็ใช้เหล้า น้ำซาวข้าว บ้างก็เป็นกล้วย อ้อย สัปรส เป็นสูตรร้านใครร้านมัน ซึ่งจะใช้เวลาในการหมักตั้งแต่ ๒ ชั่วโมง ถึง ครึ่งเดือน ถึงจะย้อมได้ นั่นก็มีผลในเรื่องความทนทานของสีที่ย้อมได้ต่างกันอีก

ส่วนที่ ๔ คือ การย้อมอยากได้สีเข้มก็ย้อมซ้ำอีกถ้าเส้นด้ายนั้นแห้งหมาด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะชอบใจถ้าได้ลองย้อม เพราะติดใจเรื่องการเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงินของเส้นฝ้ายย้อมที่ชุ่มน้ำย้อมเมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศ แล้วการย้อมห้อมธรรมชาติก็รู้สึกไว้วางใจ เบาใจไม่กลัวแพ้หรือคันตามมา และ ส่วนที่ ๕ นั้นเป็นการทอที่บางคนอาจสนุกกับการออกแบบให้ช่างทอ แต่ไม่สนุกกับการรอคอย กว่าจะเห็นของจริงก็ ๒ – ๔ เดือน

ดังนั้นผลที่ได้จากการผลิตลักษณะนี้คือผ้าที่นุ่มละมุนอย่างที่ผมไม่เคยได้เห็นและสัมผัสมาก่อน เรียกได้ว่าจับครั้งแรกก็รู้แล้วว่าแพงแต่ก็จะซื้อเพราะใส่สบาย ไม่ร้อน ไม่คัน ไม่แข็งทื่อๆ ความรู้สึกนี้สามารถอธิบายได้ง่ายๆเช่นเราเดินไปดูและจับๆประเป๋าหลุยส์จะก๊อปเกรดเอหรือแท้ก็ตาม แล้วเราก็เดินไปดูกระเป๋าหลุยส์แบกะดินที่ตัดจากโรงงานนรกที่ไหนสักที่ เราจะเห็นและรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าไอ้ของแพงมันทำให้รู้สึกแตกต่างได้อย่างไร ดังนั้นการไปร้านครั้งแรกก็สอยมาสองตัวใส่เดินไปเดินมาจนญาติที่บ้านสงสัย ก็เลยอธิบายกรรมวิธีการผลิตและให้ลองสมผัส ผลที่ได้คือเราเหมารถตู้ไปสองคันเพื่อไปแวะซื้อของที่ร้านนี้โดยเฉพาะเรียกได้ว่าไปถล่มร้านเลยก็ว่าได้เพราะไปรื้อค้นของออกมาดูจนจะหมดโกดังเขาและพบว่ายังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจเช่นผ้าพันคอ ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน
จากวันนั้นเป็นต้นมาเตี่ยวสะดอร้าน แก้ววรรณา ก็กลายเป็นเครื่องแบบของผมเวลาอยู่บ้านเสมอมา