ดันเคิร์กหยุดไม่เสร็จ

Battle of Dunkirk. ซูมเข้าไปที่ช่องแคบโดเวอร์หลังจากที่ฝรั่งเศสและอังกฤษถอยรูดติดทะเลแล้วมันไม่มีทางถอยต่อแล้วนี่จะสู้ต่อก็สู้ไม่ได้เสียเปรียบไปซะทุกอย่าง ทางเดียวที่จะรอดได้คือหนีไปอังกฤษ แต่!!! จะหนียังไงทหาร 400,0000 คนขนข้ามช่องแคบไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลำพังขนธรรมดาก็สาหัสแล้ว นี่อีกด้านก็ทหารเยอรมันอีก 800,000 คนมาพร้อมอาวุธครบมือ แถมด้วยเครื่องบิน รถถัง ปืนใหญ่ บีบให้ถอยลงทะเลเข้ามาเรื่อยๆ จริงแล้วเยอรมันสามารถเดินเข้าไปขยี้ทหารที่กระจุกอยู่ตรงนั้นได้ภายในชั่วข้ามคือ แต่เชื่อไหมครับว่าให้หลังจากนั้นอีก 14 วันทหารอังกฤษ ฝรั่งเศส และ เบลเยี่ยม สามารถหนีข้ามไปอังกฤษได้ตั้ง 338,000 คน เพราะอะไร?

Continue reading

Maginot Line สถาปัตยกรรมหอคอยงาช้าง

ทำไมเยอรมันบุกฝรั่งเศสผ่านทางเบลเยี่ยม ยอมตะลุยป่าอาเดนอันหนาทึบ ยอมบุกผ่านเข้ามาทางประเทศลุ่มต่ำ ทำไมไม่วิ่งทะลุที่ราบที่เป็นชายแดนระหว่างเยอรมันฝรั่งเศสมาเลย? เยอรมันวิ่งมาทางนั้นไม่ได้เพราะตรงนั้นมีโคตรมหากาฬแนวรับอย่าง Maginot Line

Maginot Line เป็นแนวป้องกะนที่ประกอบไปด้วยหมู่ป้อมปืนที่มีความยาวตลอดชายแดนเยอรมัน ฝรั่งเศสและแนวป้องกันนี้มีความลึกประมาณ 20-25 กิโลเมตรแนวป้องกันนี้ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ถึงแม้ว่าฝรั่งเศสจะชนะสงครามแต่ความกลัวที่มีต่อเยอรมันยังมีอยู่มากมาย ดังนั้นฝรั่งเศสจึงสร้างแนวรับนี้ขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์หลักคือ

Continue reading

สื่อสารปรับเปลี่ยนลื่นไหล

ย้อนกลับไปที่ “Battle of France” เยอรมันบุกสายฟ้าแลบแบบที่ฝรั่งเศสรับไม่ไหวทั้งๆที่รู้ตัวอยู่ก่อนแล้วและเยอรมันรุกได้ต่อเนื่องและบางกองพันเคลื่อนที่เหมือน “ผี” นั่นคือมันรบอยู่ดีๆที่เมืองนี้และฝรั่งเศสคาดว่าเดี๋ยวจะไปเมืองนั้นก็ไปตั้งรับรอ ผลคือมันไปโผล่อีกเมือง กองยานเกราะเยอรมันทำแบบนี้ได้เสมอโดยเฉพาะกองพันของ Rommel ที่ได้ฉายาว่ากองพันปิศาจและที่สนุกว่านั้นเมืองไหนที่ทหารเยอรมันคิดว่าเหนียวไปหน่อยจัดการยากสิ่งที่พวกเขาทำคือการเรียก Luftwaffe มาถล่มเปิดทางให้หน่อยและการเรียกใช้เวลารอไม่เกิน 15-20 นาที !!!!
เยอรมันทำแบบนั้นได้อย่างไร…เยอรมันทำได้เพราะ “การสือสาร” กล่าวกันว่ารถถังเยอรมันทุกคันมีวิทยุสื่อสารชั้นดีติดอยู่ทุกคันนั่นทำให้รถทุกคันสามารถติดต่อถึงกันได้หมดและจากการฝึกอย่างหนักหน่วงทำให้การทำงานสอดประสานกันได้อย่างไม่น่าเชื่อกองยานเกราะเยอรมันสามารถเปลี่ยนแผน จัดรูปแบบกองทัพเปลี่ยนเส้นทางการเดินทัพและการระดมยิงที่จุดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว เยอรมันเองยังมี mobile communication unit ที่ทรงประสิทธิภาพอย่าง รถ Sd.Kfz. 251/3 ที่วิ่งออกไปพร้อมกองยานเกราะเพื่อช่วยประสานงานและทำให้การสั่งงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากการติดต่อกันเองระหว่างภาคพื้นดินแล้วทหารบกเยอรมันยังสามารถเสกกองทัพอากาศม่ช่วยได้อย่างรวดเร็วด้วยเพราะเขาสามาถส่งวิทยุไปหากองทัพอากาศได้ทั้งที่สนามบินหรือแม้กระทั่งเครื่องบินคุ้มกันที่บินอยู่บนอากาศ !!!!!

Continue reading

เรด้าและโฟกัส

“The Battle Of Britain” หลังจากอพยพกองทัพที่แตกพ่ายข้ามช่องแคบโดเวอร์มาได้เกาะอังกฤษก็เป็นเหมือนปราการด่านสุดท้ายแล้วเนื่องจากบนภาคพื้นยุโรปเยอรมันทำการยึดไปได้หมดตั้งแต่สแกนดิเนเวียไปจนถึงยุโรปใต้ “เยอรมันต้องการทำให้อังกฤษยอมแพ้”
หนึ่งในสิ่งที่เยอรมันทำก็คือการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวนมหาศาลไปทิ้งระเบิดทำลายเมืองอุตสาหกรรม ที่มั่นทางการทหาร สนามบิน ในเกาะอังกฤษและช่วงแรกๆของการรบนี้กองกำลังทางอากาศของเยอรมันแทบจะบินไปที่ไหนก็ได้เลยในเกาะอังกฤษเพราะได้เปรียบทั้งเรื่องจำนวนและ “อังกฤษเหมือนคนสายตาสั้น 700 และหูไม่ดี” ที่มองอะไรไม่เห็นได้ยินอะไรไม่ชัด … กว่าอังกฤษจะรู้ว่าเยอรมันบินมาแล้วก็ต้องรอให้ฝูงบิน บินข้ามมาถึงเกาะแล้วและให้ยามชายฝั่งเป็นคนรายงานมาทางวิทยุ แต่เห็นไม่ได้แปลว่ารู้ว่าฝูงบินนั้นจะบินไปไหนจนกระทั่งฝูงบินนั้นหย่อนระเบิด ดังนั้นกองทัพอากาศของอังกฤษที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งทำงานไร้ประสิทธิภาพหนักเข้าไปใหญ่ เพราะเดี๋ยวก็บินไปทางโน้นที ทางนี้ที มันสับสน การรบเป็นไปอย่างไร้ระเบียบ ข้อมูลสับสน …. ดังนั้นสิ่งที่กองทัพอากาศอังกฤษต้องการนั้นไม่ใช่จำนวนเครื่องบินที่ต้องเทียบเท่าเยอรมัน แต่!!! พวกเขอต้องการคืออะไรก็ได้ที่ให้พวกเรา “FOCUS” ได้


Continue reading

The voice thailand 2013 (Battle round)

สารภาพว่าเป็นคนชอบรายการ The Voice มากกกกกก รอบที่แล้วก็ดูมันทุกตอน ปีนี้ก็ตามทุกตอนถึงแม้จะไม่ได้ดูสดๆจากใน TV ปีนี้ส่วนตัวรู้สึกว่าสนุกกว่าปีที่แล้วเพราะเหมือนคนที่มีบุคคลิกน่าสนใจ สมัครเข้ามาประกวดเยอะมากขึ้น ส่วนตัวผมรู้สึกว่าใครก็ตามที่ผ่าน blind audition มาได้เป็นนักร้องที่มีคุณภาพแล้วทั้งนั้น

แต่เนื่องจากปีนี้มีภาระกิจต้องไป Odd-e Gathering ที่ Shanghai และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่นั่นมีสิ่งที่เรียกว่า The Greatest Firewall อยู่ถ้าเราว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลบ้านเรามันมีไม่เต็มที่ บ่นกันจังว่ารัฐบาลบล๊อกเว็บ A B C D … ผมแนะนำให้ไปเมืองจีนครับ เมื่อไปถึงที่นั่นสามเว็บแรกที่เราเข้าไม่ได้คือ Facebook, Youtube และ Twiiter -/- และที่หนักกว่านั้นเราจะได้พบความยากลำบากในการเข้าเวบที่ host ไว้ที่เมืองไทยอย่างสุดๆ ขนาด Blog ผมที่ไม่มีอะไรเลยยังโหลดหน้าแรกได้ครึ่งหน้าก็พังไปเลย นับประสาอะไรกับ The Voice ครับที่เป็น VDO และที่สำคัญเทปทั้งหมดอยู่ใน Youtube ….

ดังนั้นตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นั้นเหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมแปลกๆที่ทำตัวให้คุ้นยากมากและแน่นอนอดดู The Voice ตอน Battle อย่างไรก็ตามหลังจากอยู่เซี่ยงไฮ้ได้สามวันก็ต้องรีบกลับมาทำอะไรบางอย่างต่อและหลังจากเสร็จงานแล้วแน่นอน เราต้องเสพ The Voice กดไป clip แรกมีตกใจเพราะรู้สึกว่าร้องไม่ดีเลยอ่ะทั้งสองคน ดูแปลกๆมากสำหรับผมเกือบจะกดปิดไม่ดูต่อ แต่ก็ดูคลิปที่สองต่อเพลง “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” เริ่มเพลงก็จะปิดอีกแต่ตอนใกล้จบมีดี มีดี โดยเฉพาะน้องพีท พริ้วๆๆๆเหมือนดูพี่ติ๊กมาร้องเลย เพลงเศร้าแม่งเต้นซะมันเลย รู้สึกดีหน่อยว่าปีนี้ยังมีดีอยู่

กดต่อคลิปที่สามเด็กผู้หญิงสามคนออกมาร้องเพลง “วอน” ขึ้นต้นด้วยการเอื้อนนนนนนนน ขนลุกไปเลย ตลอดเพลงเพราะทุกช่วงโดยเฉพาะตอน เอื้อน ฟังแล้งขนลุกทุกรอบแต่ดูเหมือนการจัดลำดับเนื้อเพลงจะเสริมให้ ลูกพีช เด่นกว่าสาวอีกสองคนอย่างเห็นได้ชัด

Continue reading

Coding Experience

ย้อนกลับไปที่สนามบินฮ่องกงก่อนจะขึ้นเครื่องต่อไปที่เซี่ยงไฮ้พวกเราก็ไปนั่งกินข้าวกันระหว่างนั่ง/ยืนกินข้าวกับแอร์หมี (โชคชัยไปซื้อข้าวนานมาก) แอร์หมีก็บอกให้หันไปดูร้านนาฬิกา Rolex ร้านนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านในสนามบินฮ่องกงที่มีสองชั้นและภายในแน่นอนว่าตบแต่งได้อย่างอลังการงานสร้าง แอร์หมีเลยเล่าให้ฟังว่าวิธีการขายสินค้าของแบรนด์ดังขนาดนี้น่าสนใจคือเขาจับได้ว่าจริงๆแล้วคนเราซื้อสินค้าแบบนี้ไม่ใช่เพราะตัวสินค้าเองหรอกแต่จริงๆแล้วเราซื้อมันเพราะ expience ของการซื้อมากกว่า … งง แบบว่าไม่เข้าใจ … แอร์หมีเลยอธิบายต่อไปอีกว่าคำว่า experience ของการซื้อแปลว่าลูกค้าจะต้องได้รับความรู้สึกพิเศษสุดขีดนับตั้งแต่เขาก้าวย่างเข้ามาในร้านตั้งแต่วิธีการจัดร้านที่ดูแตกต่างและยิ่งใหญ่มาก การจัดแสง การจัดวางสินค้า การต้อนรับจากพนักงานทั้งเรื่องข้อมูลสินค้า การนำเสนอสินค้า จนทำให้คนรู้สึกเคลิบเคลิ้มดื่มด่ำกับบรรยากาศของการจับจ่าย ยกตัวอย่างเช่นร้าน Rolex ที่เราเห็นนั้นจะมีพนักงานคอยต้อนรับชมดูนาฬิกาแทบจะสองต่อหนึ่งผมสามารถเรียกได้ว่าแทบจะอุ้มกันเลยทีเดียว อีกร้านที่เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้าง shopping experience ที่ดีคือ prada แอร์หมีบอกว่า prada shop จะยอมให้มีลูกค้าอยู่ในร้านพร้อมกันได้เพียงแค่สองคนเท่านั้นคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็จะต้องรอคิวอยู่ที่หน้าร้านจนกว่าสองคนที่อยู่ในร้านจะซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องทำแบบนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้หนาแน่นมากเกินไปและพนักงานสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง
เรื่อง shopping experience จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากกพอกับการสินค้าเลย ดังนั้นมาถึงตอนนี้ผมเข้าใจมันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วว่าทำไมคนเราจึงติด brand เราน่าจะเอาเรื่อง shopping experience มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน programming ทำให้ทุกคนหลงไหลใน coding experience ของพวกเรา sprint3r 🙂 เริ่มจาก

  1. เราจะเตรียมสภาพแวดล้อมการเรียนที่หาที่ไหนไม่ได้ในสยามประเทศให้ทุกคนได้สัมผัส
  2. เราจะจำกัดจำนวนคนเรียนต่อคนสอนไม่ให้มากจนเกินไป
  3. เราตะเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยให้ทุกคนได้ใช้
  4. เราจะมีของเล่นที่ Geek มากให้ทุกคนได้รู้สึกถึงความ Geeky
    ….
  5. เราจะทำให้ Geeky Base ของเราเหมือนร้าน Prada

ยังคิดต่อไม่ออก เดี๋ยวจะนั่งคิดต่อไป

AA88 ปืนมหากาฬ

สงครามโลกครั้งที่สองถือเป็นสงครามที่เกิดขึ้นในยุคที่โลกเริ่มมีเครื่องบินมาสักระยะหนึ่งแล้ว สำหรับการใช้เครื่องบินรบในสงครามว่ากันว่าสำหรับสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นการใช้เครื่องบินรบบินข้ามแนวรบไปหย่อนระเบิดนั้นเป็นเรืองผิดศีลธรรมมากๆเพราะคนข้างล่างสู้ไม่ได้เลย แต่เยอรมันก็ใช้และก็ได้ผลดีนะถึงแม้จะไม่ชนะแต่เยอรมันก็รู้ดีว่ายุคสมัยของการรบแบบหลุมเพลาะกำลังหมดไปแล้วส่วนหนึ่งเพราะเรามีเครื่องบิน เราจะบุกกกกกกกก

ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศหลักๆประเทศในยุโรปต่างเร่งพัฒนาเครื่องบินรบเป็นการใหญ่ นอกจากนั้นในเมื่อรู้ว่าเขาจะส่งเครื่องบินมา บอมบ์ บ้านไอ้การจะไม่ป้องกันบ้านเปิดบ้านให้เขาทิ้งระเบิดเลยไม่งามเท่าไหร่ ดังนั้นต่างฝ่ายก็พัฒนาปืนต่อสู้อากาศยานหรือเรียกว่า (AA) กันใหญ่ แล้วทำไมไม่เอาปืนใหญ่ไปยิงเครื่องบินละ? ปืนก็ออกใหญ่น่าจะยิงได้ไม่ยาก …. คำตอบคือจะบ้าหรือ ปืนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ยิงเป้าที่คงที่หรือเคลื่อนที่ช้าเช่นป้อม บ้าน โรงงาน ทหารราบเป้าพวกนี้ค่อนข้างใหญ่และไกล ดังนั้นมันจึงถูกออกแบบให้ยิงได้ไกลมีแรงระเบิดเยอะๆ ที่สำคัญคือวิถีกระสุนมันโค้งได้มากแต่ถ้าเราเงยหน้ามองเครื่องบิน โอ้มันวิ่งเร็วนะ เป้าก็เล็กนิดเดียว เราจะเอาปืนใหญ่ไปยิงมันเราจะคำนวณยังไงเพราะมันโค้งนะ ?????

Continue reading

จรวด V2 เร็วไปหาพระแสง

หลังจากเยอรมันยึด paris ได้ส่งผลได้ทหารฝรั่งเศสจำนวนมากต้องอพยพข้ามช่องแคบโดเวอร์ไปยังอังกฤษโดยถูกบังคับให้ทิ้งยุทธโธปกรณ์มากมายไว้ที่ชายฝั่งและในดินแดนตัวเอง (มีเรื่องน่าสนใจมากมายระหว่างการอพยพข้ามช่องแคบนี้) ชัยชนะครั้งบนแผ่นดินนี้ทำให้เยอรมันมีอิทธิพลเหนือยุโรป แต่เยอรมันยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นเป้าหมายต่อไปของเยอรมันคือการบีบให้อังกฤษยอมแพ้จากนั้นจะได้จะได้เริ่มต้นกระบวนการจัดระเบียบยุโรปใหม่โดยมีเยอรมันเป็นผู้นำ
แต่เนื่องจากอังกฤษเป็นเกาะ(แน่นอนมันเป็นเกาะใครๆก็รู้) และช่องแคบโดเวอร์ก็ไม่ได้แคบเหมือนคลองแสนแสบดังนั้นเยอรมันจึงไม่สามารถต่อแพ สร้างสะพานแล้วใช้กองพลยานเกราะอันทรงพลังของตัวเองเดินหน้าเข้าถล่มอังกฤษได้เหมือนในฝรั่งเศส สิ่งเดียวที่ทำได้คือการส่งมหากองบินทิ้งระเบิดไปถล่มที่ตั้งทางทหารและโรงงานที่สำคัญบนเกาะอังกฤษแบบไม่ให้ลืมหูลืมตา นี่เป็นจุดกำเนิดสงครามทางอากาศอันลือลั่นที่ชื่อ “The Battle Of Britain” แต่เนื่องจากอังกฤษเองก็ไม่รู้จะถอยยังไงเพราะจะถอยไปไหนตัวเองเป็นเกาะถอยไปก็มีแต่ทะเลดังนั้นสิ่งเดียวที่อังกฤษทำได้คือ “สู้” สุดกำลังด้วยทุกวิธีที่สามารถทำได้ การต่อสู้กันระหว่างกองบินเยอรมันอังเกรียงไกรกับมหาหมู่ปืนต่อต้านอากาศยานและกองบินอังกฤษจึงยืดเยื้อมาก ไม่ว่าเยอรมันจะส่งเครื่องบินมามากเท่าไหร่ฝ่ายอังกฤษเองก็ยิ่งสู้สุดกำลังและสอยให้มันร่วงลงมาได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อศึกเริ่มยืดเยื้อไม่เป็นไปอย่างที่วางแผนได้และเครื่องบินเยอรมันก็โดนยิงตกมากขึ้นเรื่อยๆ และอังกฤษเองก็ไม่มีท่าทีที่จะยอมแพ้ง่ายๆ

Continue reading

Shanghai Gathering part1

เกริ่นหัวแบบนี้ไม่ได้บอกว่า Geek ต้องเป็นแบบนี้ทุกคนนะครับเราจึงเรียกพวกเราสามคนที่ประกอบไปด้วย แอร์หมี โชคชัย และผมว่า Geeky People … พวกเรามีภาระกิจต้องเดินทางไปเข้าค่ายเล่นรอบกองไฟกับเพื่อนๆพี่น้อง odd-e ที่ประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 21-25 ตุลา 56 และหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านั้นพวกเราต้องสอนคลาส Certified Scrum Developer เป็นเวลาห้าวันนั่นหมายความว่าพวกเราจะยุ่งมากมายและหลังจากสอนเสร็จพวกเราก็ได้นอนหนึ่งคืนแล้วเช้าก็วิ่งไปขึ้นเครื่องที่หนองงูเห่ากันเลย
ความวุ่นวายนี้สนุกมากเพราะพวกเราถามกันทุกวันว่าต้องบินวันไหน บินกี่โมง และที่สนุกคือไม่เคยมีใครจำได้ว่าตกลงเราบินกี่โมงและวันไหนและเราก็มารู้ ห้าหก วันก่อนบินว่าโรงแรมที่เราจะไปประชุมไม่มีห้องว่างในวันที่เราไปถึง…ดีนะที่เพื่อนจากเซี่ยงไฮ้ถามไม่งั้นสาม Geeky คงได้นอนข้างๆโรงแรม
วันที่บินก็สนุกดีเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางเป็นหมู่คณะและผมได้ลองบินแบบต้องเปลี่ยนสายการบินเป็นครั้งแรกโดยเราจะบินจาก กทม ไปฮ่องกงและเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงไปเซี่ยงไฮ้โดยพวกเรามีเวลาเปลียนเครื่อง 1 ชั่วโมง ระหว่างบินจาก กทม ไปฮ่องกงเป็นเวลาที่เราสามคนได้นั่งคุยกันยาวๆเป็นครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาพวกเราจะออกแนวยุ่งๆ เลยไม่ค่อยได้นั่งคุยกันนานๆสักครั้งดังนั้นจึงมีหลายเรื่องที่ได้ดึงขึ้นมาคุยกันมากมาย เวลาสองชั่วโมงครึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเราก็ถึงฮ่องกงและสิ่งแรกที่เราหาคือ WIFI เพราะพวกเราต้องการ Connecting People ผลคือเราก็ด้มหน้าก้มตาหาวิธีต่อ WIFI เป็นการใหญ่ หลังจากต่อได้แล้วก็ update กันสนุกสนาน ถ่ายรูป check in กันให้วุ่นวายระหว่างนั้นเราก็เห้นฝรั่งวิ่งแซงไปหลายคนมากแต่เราสาม Geek ยืนเล่น Facebook กันอย่างสนุกสนาน!!!!! เล่น Facebook ไปเดินตามผู้โดยสารคนอื่นไป เขาไปขึ้นรถไฟข้าม terminal เราก็ขึ้นตามเขาไปอย่างสนุกสนานจากนั้นผมก็แวะซื้อของฝากเล็กน้อย จากนั้นโชคชัยก็ควักตั๋วออกมาดูแล้วก็ตะโกนออกมาว่าเราต้องไปถึง gate ไม่เกินบ่ายสามสี่สิบ(ฮ่องกงไทม์) และเมื่อทุกคนหยิบนาฬิกามาดูเราก็พบว่านี่มันบ่ายสีเรียบร้อยแล้วทางเดียวที่เราจะทำได้คือ วิ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
พวกเราวิ่งโกยกันยาวมากเพราะสนามบินฮ่องกงใหญ่มากพอไปถึงที่ Gate พนักงานก็ตอบอย่างเยือกเย็นว่าประตูเครื่องปิดแล้ว Geek เอ๋ยพวกแกไปไหนกันมา !!!! ดังนั้นพวกเจ้าจงไปรอ Flight ถัดไปเวลาหกโมงเย็นที่ต้องเดินไปอีกฟากของสนามบิน ขอเชิญ -/-
ณ ขณะเขียน blog นี้พวกเรานั่งเฝ้าอยู่หน้า Gate กันอย่างเรียบร้อยพร้อมด้วยความหิวทั้งน้ำและข้าว นั่งรอไปสักพักพนักงานก็เดินมาบอกว่าเที่ยวบินที่เราจะขึ้นนั้น delay ไปอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งอันเนื่องมาจากปัญหาทางด้านเทคนิคทำให้ต้องเปลี่ยนเครื่องดังนั้นขอให้ทุกคนกลับมาที่ Gate เวลา 19:15 นาที พวกเราเลยถือโอกาสนี้ไปห้าข้าวกินเติมพลังก่อน จากนั้นใกล้ๆ 19:15 พวกเราก็เดินกลับมาที่ Gate และสิ่งแรกที่เราเห็นคือ “Gate ไม่มีคนอยู่และไฟก็ปิดแล้ว” ผมคือในใจ “นี่กูตกเครื่องอีกรอบหรอ ถ้าไม่ได้ไปรอบนี้จะออกไปเดินเล่นในฮ่องกงแล้วนะ” แต่พอวิ่งเข้าไปดูใกล้ก็มีป้ายกากๆเขียนว่าให้วิ่งไปอีก Gate ที่อยู่ห่างไป 500 เมตร พวกเราก็โกยไปอีกรอบแบบอิ่มๆ จุกๆ และเมื่อไปถึง Gate คนหายไปหมดแล้วและที่ป้ายเขียนว่า “Final Call” นี่มันอะไรกัน Geeky สามคนก็โกยไปที่ Gate ทันที โขคดีที่รอบนี้เรายังทันเป็นคนเกือบสุดท้าย !!! สิ่งที่โชคชัยบอกผมคือไอ้คนที่คอบรับ Boarding Pass ก่อนออกมาขึ้นเครื่องคือไอ้คนเดียวกับที่เฝ้า Gate60 ที่พวกเราตกเครื่องรอบแรก ผมเลยคิดในใจว่า มันคงบอก “ไอ้สามตัวนี้อีกแล้ว” .. แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นการเดินทางที่สนุกมากครับรอติดตามว่าเมื่อไปถึงเซี่ยงไฮ้ Geeky สามตัวนี้จะมีอะไรสนุกๆอีกไหม

มีของดีแต่ใช้ไม่เป็น

ความพ่ายแพ้ของมหาป้อมอย่าง Ebal-Emael เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเพราะถ้าเรามองให้ละเอียดแล้วเบลเยี่ยมเองรู้ตัวก่อนล่วงหน้าว่าเยอรมันจะบุกมาแน่ๆนานแล้วและก่อนเครื่องบินเยอรมันบินออกจากสนามบินก็มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าแล้วว่าโดนแน่นอนแต่ทำไมทั้งๆที่มีป้อมที่ดีที่สุดในโลกและได้รับการเตือนล่วงหน้าก่อนหลายชั่วโมงป้อมนี้ยังโดนตีแตกได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงด้วยทหารเยอรมันเพียง 70 กว่าคน? (เยอรมันก็พลาดเยอะนะเครื่องร่อนสองเครื่องถูกปล่อยผิดที่แทนที่จะลงที่เบลเยี่ยมมันบินลงที่เยอรมันเลยหายไป 20%)

 

Continue reading