Maginot Line สถาปัตยกรรมหอคอยงาช้าง

ทำไมเยอรมันบุกฝรั่งเศสผ่านทางเบลเยี่ยม ยอมตะลุยป่าอาเดนอันหนาทึบ ยอมบุกผ่านเข้ามาทางประเทศลุ่มต่ำ ทำไมไม่วิ่งทะลุที่ราบที่เป็นชายแดนระหว่างเยอรมันฝรั่งเศสมาเลย? เยอรมันวิ่งมาทางนั้นไม่ได้เพราะตรงนั้นมีโคตรมหากาฬแนวรับอย่าง Maginot Line

Maginot Line เป็นแนวป้องกะนที่ประกอบไปด้วยหมู่ป้อมปืนที่มีความยาวตลอดชายแดนเยอรมัน ฝรั่งเศสและแนวป้องกันนี้มีความลึกประมาณ 20-25 กิโลเมตรแนวป้องกันนี้ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ถึงแม้ว่าฝรั่งเศสจะชนะสงครามแต่ความกลัวที่มีต่อเยอรมันยังมีอยู่มากมาย ดังนั้นฝรั่งเศสจึงสร้างแนวรับนี้ขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์หลักคือ

เป็นแนวต้านการบุกแบบไม่ทันตั้งตัวของเยอรมันและทำหน้าที่แจ้งเตือนเมื่อเกิดการบุก
เป็นแนวต้านที่ช่วยประวิงเวลาให้ฝรั่งเศสระดมพลได้ทันซึ่งปกติจะใช้เวลา 2-3 อาทิตย์
ลดอัตราการสูญเสียของทหารฝรั่งเศสเพราะนับจำนวนประชากรจริงๆแล้ว (ฝรั่งเศสมีพลเมือง 39 ล้าน ขณะที่เยอรมันมี 70 ล้าน)
เป็นการแสดงออกอย่างไม่ก้าวร้าว ขู่เยอรมันและบังคับอังกฤษให้ส่งคนมาช่วยถ้าเยอรมันบุก

André Maginot คนที่เป็นคนคิดสร้างแนวรับนี้เป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และเทคนิคที่ฝรั่งเศสใช้สำหรับการรบครั้งนั้นคือการตั้งรับและมันก็ประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในฝ่ายที่ชนะสงครามดังนั้น Maginot จึงใช้วิธีการเดิมอีกครั้ง ดังนั้นแนวรับ Maginot นี้ฝรั่งเศสลงทุนไปประมาณ 3 พันล้านฟรัง ในนั้นมันจะประกอบไปด้วยสุดยอดป้อมปืนกลที่สามารถยืดขึ้นมาจากดินได้และยิงได้รอบทิศทาง มีระบบไฟฟ้าภายในอันทันสมัย มีเครื่องกำดนิดไฟฟ้าที่สามารถทำงานทดแทนกันได้(redundancy) มีโรงอาหารที่แสนสะดวกสบาย ที่เหนือกว่านั้นในนั้นมีระบบรถไฟใต้ดินที่เชื่อมถึงกันได้ แนวรับนี้จึงเป็นแนวรับที่มีความยอดเยี่ยมทางวิศวกรรมขั้นสุดยอด

แนวรับนี้ทำหน้าที่มันได้ดีในข้อสุดท้ายคือขู่ไม่ให้เยอรมันบุกมาทางนี้ แต่ข้ออื่นมันไม่ได้ทำเลยสร้างไปสามพันล้านใช้ไป แสนเดียว เพราะสุดท้ายเยอรมันอ้อมมาอีกทางใช้เวลาเพียงห้าวันทำลายล้างแนวรับอันน่าภาคภูมิของฝรั่งเศส(ใช้เวลาสร้างเก้าปี) สิ่งที่ฝรั่งเศสทุ่มทุนมหาศาลไปกับแนวป้องกัน แต่สิ่งที่ฝรั่งเศสทำไม่ทันคือการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการบ รถถังก็เก่าวิ่งช้า ปืนทหารก็กาก วิทยุสื่อสารก็ไม่ดี ทหารไม่มีวินัย เมื่อถึงเวลาเยอรมันบุกอ้อมทะลุป่ามาก็ตั้งรับกันไม่เป็นขบวนเลยทีเดียว

อันนี้เหมือนป้อมที่เบลเยี่ยมที่ดีที่สุดในโลกแต่แพ้ในชั่วข้ามคืน เราลงทุนสร้างและออกแบบ Architecture ของระบบเราอย่างยิ่งใหญ่ Application Server เรา Cluster กันแปดตัว มี Load Balance ที่แพงที่สุดในโลกสามตัว มี Data แบบ RAC ที่ไม่มีวัน Down ใช้ Application Platform ที่ยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ มี Enterprise Service Bus ที่เชื่อมต่อระบบได้ทุก Protocol แต่เราพบเสมอว่าเวนเดอร์ที่มาทำงานให้ใช้ของพวกนี้ไม่เป็นจะเทรนกันไอ้คนที่มาเทรนก็อ่าน manual มาสอนไม่ได้เคยใช้งานของแบบนี้จริงๆหรอก พอถึงเวลาที่ Business Department เร่งให้ส่งงานให้เร็วก็ไม่ต่างอะไรกับเยอรมันบุก เพราะมันจะมาเร็วมาก พอจวนตัวก็ละทิ้งทุกสิ่ง ของที่เคย Design ไว้อย่างเลิศหรูก็ถอดออกหมด Enterprise Service Bus โคตรพี่ก็ By Pass มันให้หมดต่อตรง ได้ที่ซื้อมาหลายสิบล้านสุดท้ายใช้ 20 บาท

เลือกสถาปัตยกรรมที่พอดีกับความสารถของทีม เลือกของที่มันสูงไปสุดท้ายมันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย จงปล่อยให้สถาปัตยกรรมมันเปลี่ยนไปตามความจำเป็น อย่าเผื่อมากนักมันไม่มีประโยชน์

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.