ครูภาษาอังกฤษที่ผมชอบ

โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าผมเป็นคนใช้ภาษาอังกฤษระดับพอใช้ได้ คือประมาณว่าเอาผมไปปล่อยประเทศที่เขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้ผมน่าจะไม่อดตาย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นอันนี้ต้องขอบพระคุณหม่อมแม่ที่มีความเชื่อว่าลูกน่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีเพื่อเพิ่มพูนทักษาะการสื่อสารและยังสามารถเสพข้อมมูลต่างๆอีกมากมายที่ไม่ได้เขียนเป็นภาษาไทยได้เอง
ดังนั้นหม่อมจึงสรรหาทุกวิถีทางที่จะทำให้ผมเก่งภาษาอังกฤษให้ได้ตั้งแต่เรียนพิเศษ ส่งเข้าโรงเรียนคริสต์ ที่สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กๆ แต่ผมก็กากเสมอต้นเสมอปลาย ท่องศัพท์เก่งอย่างเดียวเอามาใช้อะไรไม่เป็นเลย
ณ จังหวะหนึ่งแม่เคยยอมกระทั่งรับเด็กแลกเปลี่ยนจาก Australia ที่มากับทุน AFS เอามาอยู่ที่บ้านกับผมหนึ่งปีเพื่อให้ผมได้มีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษ … แต่สิ่งที่ผมทำคือ หลีกเลี้ยงทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ต้องพูดกับเขา (โง่มากกกกกกกกกก ต้องขอโทษแม่มากๆครับ) จนเขากลับไปแล้วผมก็ยัง กาก เท่าเดิมคือท่องศัพท์เป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่พูดไม่ได้เขียนไม่ได้ไม่เข้าใจ tenses


จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งผมได้ไปเรียนภาษากับคุณครูภาษาอังกฤษคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัด ผมก็ไม่เข้าใจว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับคุณครูสอนไม่กี่คาบผมเหมือนสามารถเอาความรู้ภาษาอังกฤษที่หลบซ่อน อยู่ตามหลืบต่างๆของสมอง ที่ไม่เคยต่อกันได้เป็นชิ้น … มันถูกจับเรียงกันในสมองอย่างสวยงาม ผมเข้าใจ tense ผมเข้าใจการผันรูปคำศัพท์ ผมเข้าใจว่ามันจะเอามาเขียนได้อย่างไร ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าผมได้เรียนอะไรมา มันเหมือนคลื่นความถี่หรือจริตการสอนของครู ตรงกับจริตการเรียนของผมพอดี จากนั้นมามุมมองของผมที่มีต่อภาษาอังกฤษเปลี่ยนไปหมดเลย ผมชอบภาษาอังกฤษและมันกลายวิชาที่ผมทำคะแนนค่อนข้างพอใช้ได้เสมอ เมื่อเทียบกับสมัยก่อน
คุณครูคนนี้เป็นเหมือนผู้ให้แสงสว่าง เป็นคนชี้ทางให้กับผม คุณครูไม่ได้สอนผมหลังจากนั้น แต่สิ่งที่ผมได้รับมาคือความเข้าใจขั้นพื้นฐาน ที่นำไปศึกษาต่อเองได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างอะไรกับการทำ Agile Transformation บางครั้งบางคราวเราพยายามแค่ไหน มากเพียงใดคนบางคนก็ไม่ซื้อ Agile/Scrum แต่แปลกไหมไอ้คนที่ไม่เคยเข้าใจเรา วันดีคืนดีเขาก็จะทำ Agile/Scrum เฉยๆอย่างนั้น เพีบงแค่มีใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพูดเรื่องเดียวกับเรา แต่ผลที่ได้ช่างต่างกันเสียเหลือเกิน สิ่งๆนีเรียกว่ารังสีแห่ง Enlighten คนบางคนมีรังสีแบบนี้แรงมาก คนคนนี้ไม่ต้องทำอะไรเลยแต่เดินเข้าไปและแสดงให้เห็นว่า Agile/Scrum ทำอย่างไรจากนั้นคนที่เหลือก็สามารถทำต่อเองได้อย่างมีความสุข

ถ้างาน Transformation เป็นงานชั่วชีวิต แต่สำหรับ Leading Agile Transformation เป็นงานไม่ชั่วชีวิตแต่คนที่ทำได้มีไม่กี่คน

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.