เรือหลวงฮู้ด

ข้ามมาในสงครามในน้ำกันต่อหลังจากเราได้พูดถึงเรือดำน้ำ(แบบปลอมๆ) ไปแล้วเรามาดูกันว่ารบในทะเลตอนสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอย่างไรบ้าง การรบในทะเลเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะเป็นการรบบนระนาบเปิดที่ไม่มีที่ป้องกันทางธรรมชาติช่วยปกปิดหรือพรางตาได้ดังนั้นและการรบในทะเลความได้เปรียบเรื่องตำแหน่งเรือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะปืนบนเรือไม่เหมือนบนรถถัง ปืนบนเรือติดตามแนวยาวของเรือดังนั้นถ้าเราสามารถหันข้างเรือเข้าหาอีกฝ่ายที่กำลังแล่นเข้ามาได้ เราจะสามารถยิงปืนทุกกระบอกที่มีบนเรือเข้าหาอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่
เยอรมันมีเรือหลวงบิสมาร์คเป็นเรือธงของกองเรือรบ บิสมาร์คเป็นเรือรบที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกตอนนั้นและลูกเรือทุกคนถูกฝึกอย่างหนักเพื่อให้สามารถทำการรบบนเรือลำนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรือบิสมาร์คถูกส่งออกล่ากองเรืออังกฤษครั้งแรกก็ต้องเจอกับศัตรูที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดนั่นคือ เรือลาดตระเวณฮู้ด เรือที่เป็นความภาคภูมิใจของคนอังกฤษ เรือลำนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเรือที่ดีที่สุดในโลกก่อนการปล่อยลงน้ำของ บิสมาร์ค ดังนั้นการเจอกันครั้งนี้ถือเป็นการดวลกันระหว่างเรือสองลำที่ดีที่สุดในโลก

เรือบิสมาร์คเป็นเรือประจันบานดังนั้นมันจึงถูกออกแบบมาให้มีเกราะหนา ทั้งลำเรือ และมาพร้อมกับปืน 14 นิ้ว 8 กระบอกที่ยิงได้ 3 นัดต่อนาทีแต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือเรือบิสมาร์คจะแล่นได้ช้า ส่วนเรือลาดตระเวณฮู้ดถูกออกแบบมาให้แล่นเร็ว เกราะหนาจึงมีแค่บริเวณกราบเรือเท่านั้นส่วนดาดฟ้าเรือยังเป็นกราะบางอยู่แต่เรือลาดตะเวณนี้ก็มาพร้อมกับปืน 14 นิ้ว 8 กระบอกเช่นกัน จริงๆแล้วเรือลำนี้มีแผนที่จะติดเกราะหนาที่ดาดฟ้าเรือแต่เนื่องจากอังกฤษกระโดดเข้าร่วมสงครามเร็วทำให้เรือไม่ได้ถูกติดเกราะที่ดาดฟ้า
เรือปริ้นส์ออฟเวล เรือใหม่ที่ยังไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์ยังมีปัญหา ปืนครึ่งหนึ่งใช้งานได้ไม่ดีเพราะยังไม่ได้รับการปรับแต่งให้เข้าที่ถูกเรียกออกไปต้อนรับเรือบิสมาร์คและปริ้นส์ฮอยเก้นที่น่านน้ำแถวๆเดนมาร์ค ตามแผนแล้วเรือของอังกฤษจะไปจอดขวางดักแนวเดินเรือก่อนที่เรือเยอรมันจะเดินทางมาถึงและใช้ปืนทุกกระบอกที่มีอัดใส่เรือเยอรมัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเรืออังกฤษเดินทางไปถึงจุดหมายช้ากว่ากำหนดทำให้กลายเป็นเรือเยอรมันได้ตำแหน่งแนวขวางไปแทนและเรืออังกฤษได้ตำแหน่งแนวตรงซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ปืนได้แค่ไม่กี่กระบอกจากด้สนหน้าเท่านั้น แต่เรืออังกฤษก็หาได้เกรงกลัวอะไรไม่วิ่งตรงเข้าหาเรือเยอรมันอย่างมั่นใจ
เมื่อได้ระยะ ก็เปิดฉากยิงเข้าใส่อย่างไม่ลดละ กระสุนขนาดหนึ่งตันหลายสิบนัดตกกระทบข้างเรือเยอรมันแบบเฉียด แต่เยอรมันยังคงนิ่งและวิ่งต่อไปอย่างมุ่งมั่น ลูกเรือเยอรมันหลายคนสงสัยว่าทำไมเยอรมันถึงไม่โต้ตอบไปบ้างทุกคนได้แต่ลุ้นอยู่ในสถานีรบ (กัปตันได้รับมอบหมายให้ไปดักทำลายกองเรือสินค้า หาใช่ออกมารบกับอังกฤษ ดังนั้นกัปตันเลยพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ เพราะถ้าไฟ่แล้วเรือพังก็ต้องกลับไปซ่อมอีกนานกว่าจะได้ออกทะเลอีกครั้ง) อังกฤษก็ยังคงเดินหน้ายิงอย่างไม่ลดละ จะกนะทั่งผู้การเรือบิสมาร์คทนไม่ไหว สั่งให้ลั่นกระสุนทุกนัดบนเรือ ไปที่เรือลาดตะเวณฮู้ด …. ทหารเยอรมันที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ใช้เวลาเพียงสี่นาทีก็สามารถส่งกระสุนเข้าท้ายเรือฮู้ดได้ และเมือได้ตำแหน่งที่ยิงถูกแล้วปืนทุกกระบอกก็ล๊อกเรือฮู้ดได้ทันที จากนั้นปืน 14 นิ้วทั้งหมดก็ส่งกระสุนชุดใหญ่เข้าเรือรบฮู้ด หนึ่งในนั้นตกลงกลางลำเรือโดนห้องเก็บดินปืนซึ่งเป็นหัวใจหลักของเรือฮู้ด จากนั้นไม่กี่อึดใจเรือหลวงฮู้ดซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนอังกฤษทั้งประเทศก็ระเบิดเรือถูกฉีกออกเป็นสองส่วนจมลงทะเลพร้อม ลูกเรืออีก 1,400 นาย นี่คือหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ
การทำงาน บางครั้งเราอยู่กับบริษัทเดียวมานานและคิดไปเองว่าบริษัทนั้นและสิ่งที่เราทำอยู่นั้นช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน เราไม่เคยออกไปดูชาวโลกเลยว่าเขาทำอะไรกันบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งเราต้องเจอกับคู่แข่งที่ท้าท้ายซึ่งจริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเราสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เราทำลงไปคือ ประมาท คู่ต่อสู้เราคิดเสมอว่าเขาไม่มีวันแข่งกับเราได้ เราประมาทเราหลงไหลความยิ่งใหญ่จนชินพอได้เจอ อีกด้านที่ไม่ประมาทเขาก็สามารถจัดการเราได้อย่างเยือกเย็น

ออกจาก comfort zone ออกมาดูโลกภายนอกบ้าง ออกมาดูว่าโลกนี้เขาไปถึงไหนแล้ว ศึกษาสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำบ้างก็จะช่วยให้เราหูตาสว่างมากขึ้น

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.