เรือประจัญบานบิสมาร์ค

เรือประจัญบานบิสมาร์คเรือที่ดีที่สุดในโลกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เรือที่เป็นความภาคภูมิใจของเยอรมัน เรือที่ได้รับการยอมรับว่ามีการออกแบบทางวิศวกรรมที่น่าทึ่งที่สุดในยุคนั้น เรือที่ลูกเรือทุกคนเชื่อว่าไม่มีวันจม เรามาดูความอลังการของของที่ถูกใส่ลงไปในเรือลำนี้กัน
“ปืน SK C/34 ลำกล้อง 38 ซม. แปดกระบอกในป้อมปืนแฝด 4 ป้อม ป้อมปืนติดตั้งแบบซูปเปอร์ไฟร์อิ้ง (super-firing[note 3]) ป้อมปืนหน้าชื่อ “อันทอน (Anton)” และ “บรูโน (Bruno)” ป้อมหลังชื่อ “เคซาร์ (Caesar)” และ “โดรา (Dora)”อาวุธรองประกอบด้วยปืน L/55 ลำกล้อง 15 ซม. 12 กระบอก ปืน L/65 ลำกล้อง 10.5 ซม. 16 กระบอก ปืน L/83 ลำกล้อง 3.7 ซม. 16 กระบอก และปืนต่อสู้อากาศยาน ลำกล้อง 2 ซม. 12 กระบอก เรือบิสมาร์คยังบรรทุกเครื่องบินทุ่นลอยน้ำลาดตระเวนอาราโด อาแอร์ 196 (Arado Ar 196) โรงเก็บเครื่องบินขนาดใหญ่ และเครื่องดีดแบบหัวท้ายเหมือนกัน (double-ended catapult) [14] เกราะข้างหนา 320 มม. (13 นิ้ว) และปกคลุมโดยเกราะคู่ส่วนบนและเกราะหลักของดาดฟ้าเรือหนา 50 มม. (2.0 นิ้ว) และ 100 ถึง 120 มม. (3.9 ถึง 4.7 นิ้ว) ตามลำดับ ป้อมปืนหลักได้รับการปกป้องด้วยเกราะหนา 360 มม. (14.2 นิ้ว) บริเวณด้านหน้า และหนา 220 มม. (8.7 นิ้ว) บริเวณด้านข้าง” … Wikipedia

เยอะ ==” เรียกได้ว่าเรือลำนี้ถ้าเรือลำนี้ได้ออกไปทำลายขบวนส่งสินค้าของอเมริกาที่จะส่งมาอังกฤษ “มีคนคาดว่าอังกฤษอาจต้องยอมจำนน” แต่ด้วยความไม่แน่นอนในการสร้าง และความซับซ้อนของเรือเองทำให้ระยะเวลาในการต่อเรือลำนี้ล่าช้าออกไปจากแผนเยอะมาก และเมื่อต่อเสร็จกองเรือของเยอรมันเองก็เพิ่งกลับมาจากการออกล่ามาด้วยสภาพสะบักสะบอม และที่สำคัญเยอรมันกำลังวางแผนบุกรัสเซีย !!!!!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่บิสมาร์คทำให้ทั่วโลกต้องตะลึงคือ การออกทำการรบครั้งแรกบิสมาร์คสามารถจมเรือหลวงฮู้ด เรือลาดตะเวณที่ดีที่สุดในโลกลำหนึ่ง ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 10 นาที การตัดสินใจสู้และสามารถจมเรือฮู้ดได้ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้บังคับการเรือ(ไม่ใช่กัปตัน ใหญ่กว่าสามารถขัดคำสั่งกัปตันได้ กัปตันไม่อยากสู้เพราะภารกิจคือกองเรือสินค้าไม่ใช่เรือรบ) เรือเยอรมันเพราะหลังจากเรือฮู้ดจมลง ก็สร้างความโกรธแค้นให้อังกฤษมาก อังกฤษส่งเรือทั้งหมดที่ตัวเองมีในน่านน้ำแถวนั้นออกล่าบิสมาร์คและการตัดสินใจสู้นี่ทำให้บิสมาร์คเองก็ได้รับความเสียหายหนักพอสมควรเพราะถังน้ำมันรั่ว เครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ส่งผลให้เรือไม่สามารถแล่นได้ด้วยความเร็วสูงสุด กัปตันเรือจึงตัดสินใจหนีเข้าฝั่งทางด้านฝรั่งเศสเพราะช่วงนั้นเยอรมันครอบครองฝรั่งเศสอยู่ และหวังว่ากองทัพอากาศจะส่งเครื่องบินมาช่วยคุ้มกันได้ แต่!!!!ช่วงที่บิสมาร์คถูกสั่งให้ออกทำการรบจึงเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่ในเยอรมันมุ่งเป้าที่รัสเซียแล้ว ดังนั้นกองทัพอากาศอันเกรียงไกรของเยอรมันจึงถูกโยกไปเพื่อแผนนี้เสียเกือบเหมดและกองทัพอากาศเองก็ไม่ชอบขี้หน้ากองทัพเรือด้วย “หนักเลยคราวนี้”
กองทัพเรืออังกฤษล่าบิสมาร์คอย่างไม่ลดละใช้ทุกสิ่งที่มีไล่ล่าเพื่อทำลายเรือลำนี้ให้ได้แต่สุดท้ายบิสมาร์คก็ลัดเลาะหายไปในทะเลจนได้ จนกระทั่ง!!! ผู้การเรือบิสมาร์คทำสิ่งผิดพลาดอีกหนึ่งอย่างคือ ในช่วงที่เรือกำลังจะเข้าสู่น่านน้ำที่ปลอดภัยกัปตันทะลึ่งส่งวิทยุไป เบอร์ลินว่า “ตอนนี้กำลังหนีการตามล่ากลับไปฝรั่งเศส เห็นไหมผู้การเรือจมเรือฮู้ดไป เขาส่งเรือมาล่าทั้งโลกเลย” การส่งวิทยุกลับไปถือเป็นการตะโกนบอกอังกฤษว่า “เห้ย เราอยู่แถวๆนี้อ่ะจะมาจมเราไหม” แต่เรืออังกฤษพอรู้ว่าบิสมาร์คอยู่แถวไหนก็ทำอะไรไม่ทันแล้วเพราะอยู่ห่างระยะไล่กวดทัน
ผู้บัญชาการกองเรือจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้ายคือการส่งเครื่องบินโบราณ ปีกสองชั้น จากเรือบันทุกเครื่องบินโบราณออกไปหนึ่งฝูงพร้อมฝูกตอปีโดรุ่นใหม่เข้าไปกับเครื่องบินฝูงนั้น

เมื่อฝูงบินบินไปถึงบิสมาร์ค ผมก็สงสัยว่าทำไมเรือบิสมาร์คที่ติดอาวุธต่อสู้อากาศยานมากมายเต็มลำทำไมไม่สอยเรือบินโบราญพวกนี้เล่นให้สนุกมือไปเลยล่ะ สุดท้ายพบว่าลูกเรือบิสมาร์คไม่รู้จะจัดการเครื่องบินรุ่นนี้ยังไงเพราะไม่ได้ซ้อมมาเพื่อรบกับเครื่องบินที่มีความเร็วต่ำขนาดนี้ เพราะช่วงนั้นเครื่องบินรบส่วนใหญ่บินได้ด้วยความเร็ว 150 ไมล์ต่อชั่วโมง ขณะที่ Sword Fish บินได้ 80 ไมล์ต่อชั่วโมง ดังนั้นปืนต่อสู้อากาศยานของบิสมาร์คเลยยิงเลย SwordFish แล้วไประเบิดในอากาศที่ว่างเปล่าตลอดเวลา จนกระทั่งมันหย่อนตอปีโดร์ พุ่งใส่หางเสือบิสมาร์คเข้าอย่างจัง จนเรือตกอยู่ในสภาพพิการเล่นไปไหนไม่ได้ลอยอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียว ลูกเรือเยอรมันแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำไปว่าเรือที่ยิ่งใหญ่ เรือที่ทุกคนเชื่อว่าไม่มีวันจมกำลังจะถูกจมลงภายในเวลาเร็ววันนี้
หลังจากรอคอยอย่างสงบสองวันถัดมากองเรืออังกฤษก็ตามมาทันและตั้งป้อม ถล่มบิสมาร์ค อยู่สองชั่วโมงจนเรือพลิกจมลงก้นทะเลอย่างสงบ … รวมเวลาแล้วบิสมาร์คออกรบได้เพียง 9 วันสามารถจมเรืออันเป็นกล่องดวงใจของอังกฤษได้อย่างยิ่งใหญ่ และตัวเองก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเครื่องบินปีกสองชั้นอย่าง SwordFish !!!!!!

Production เป็น Windows และ Dev ใช้เป็นแต่ Windows กดๆๆๆๆๆเป็นอย่างเดียวเมื่อพบข้อจำกัดของ Windows และต้องย้ายไป Unix ความสะดวกสบายเรื่อง กดๆๆๆ หายไปและ Dev ต้องเข้าไปแก้ไข Configuration เพียงไม่กี่บรรทัดเพื่อให้ระบบอยู่รอดได้ แต่!!!! ทำไม่ได้เพราะใช้ vim ไม่เป็นเคยแต่ remote desktop เข้าไปแก้ไข …. สุดท้ายระบบล่ม “เพียงเพราะไม่คาดคิดว่าโลกนี้ยังมีคนใช้ vim กันอยู่”

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.