ครกและการทำน้ำพริก


มีคำกล่าวว่าเวลา “จะไปจีบลูกสาวบ้านไหนให้ไปตอนเย็นและไปฟังว่าเสียงและจังหวะการตำน้ำพริกเป็นอย่างไร” เพราะน้ำพริกเป็นอาหารหลักของสยามประเทศมาเป็นเวลาช้านาน(ถึงแม้ว่าพริกจะเป็นของที่นักบวชชาติตะวันตกเอามาแจก) และแน่นอนว่าเครื่องมือในการสรรสร้างน้ำพริกคือ”ครก”อุปกรณ์ทำครัวที่เราคิดว่าเป็นของชาติไทย และหลายๆปีผ่านมานี้ผมเดินผ่านไปเห็นครกขึ้นปกหนังสือทำอาหารจากเชฟชื่อดังหลายๆคน ผมก็สงสัยว่าทำไมหนอเชฟเหล่านั้นจึงได้หลงไหลในการใช้ครก เลยไปถามแม่และเมียก็ได้คำตอบว่าการตำน้ำพริกด้วยครกนั้นแน่นอนว่าเราจะตำได้ไม่ละเอียดเท่าใช้เครื่องปั่นแต่เราจะได้น้ำพริกที่มีเนื้อทีละมุนและหอม อันเนื่องมาจากการโขลก และเหนือสิ่งอื่นใดเราจะได้เรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราเรียกว่าน้ำพริกครกนั้นเนียนพอแล้ว สิ่งนี้บอกกันเป็นคำอธิบายไม่ได้เราต้องลองตำเองและรู้สึกเอง นอกจากนี้ผลพลอยได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจคือการมีโอกาสได้เลือกพริก กระเทียม หอมแดง อย่างพิถีพิถัน เพราะถ้าเลือกไม่ดีเราจะตำยากและบางทีก็ออกมาไม่สวย ดังนั้นการตำน้ำพริกจึงเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้มันก่อนที่เราจะก้าวข้ามไปใช้เครื่องปั่นเพราะแน่นอนว่าบางครั้งเครื่องปั่นก็ตอบโจทย์ได้มากกว่าในเรื่องของความสะดวกสบายและปริมาณการผลิดแต่การผลิดน้ำพริกด้วยเครื่องปั่นจะนานๆเข้าจะทำให้เรากลายเป็นคนหยาบกระด้างเพราะเราไม่เห็นจะต้องใส่ใจในรายละเอียดอะไรมาก ทุกอย่างก็ทำง่ายๆเอาทุกอยางใส่รวมกันลงไปในเครื่องปั่นจากนั้นกดปั่น…จบ ดังนั้นการเริ่มทำกับข้าวด้วยการกระโดดไปใช้เครืองปั่นจึงเป็นการทำลายความรู้พื้นฐานด้านการทำกับข้าวและถ้าเครื่องปั่นพังส่ิงเดียวที่เราทำได้คือการนั่งยิ้ม เพราะเราไม่รู้ว่าน้ำพริกมันตำยังไง

เครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการเขียนโค้ดเป็นเรื่องทีดีมันทำให้เราทำงานง่ายขึ้นแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเราเคยได้เรียนรู้หรือเข้าใจไหมว่ากลไกการทำงานพื้นฐานของมันคืออะไร การที่เราเริ่มต้นการทำงานด้วยการเลือกใช้เครื่องมือสำเร็จรูปที่ช่วยเราไปหมดและทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างดูง่ายไปหมด เพียงปลายนิ้วสัมผัสเราก็ได้กรุงทรอยมาแล้ว สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าหวั่นเกรงมากเพราะอย่าลืมว่าเทคโนโลยี ไม่เคยเสถียรโดยเฉพาะในเรื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องไม้เครื่องมือที่เซลแ่ต่งตัวหล่อๆมาพรีเซนต์ให้ดูว่าสะดวกง่ายดายนั้น เรามักพบจุดจบด้วยการนั่งดูมันตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่เข้าใจว่าจริงๆแล้วมันทำงานอย่างไรและมันประกอบกันเข้ามาได้อย่างไร ดังนั้นสำหรับผมผมเองก็เคยเชื่อเรื่องการใช้เครื่องมืออำนวยความสะดวกแต่หลังจากที่ผมโดนมันทรยศมาหลายๆครั้งเข้า (ไมว่าจะเป็นการตายำม่รู้สาเหตุ การมีของมากเกินจำเป็นมี 200 ใช้ 2 )หลังๆนี้ผมเปลี่ยนความเชื่อมาเป็นการสร้างทุกอย่างจากพื้นฐาน ทำเท่าที่จำเป็น เน้นว่าเราใช้และสร้างของที่จำเป็น ณ ตอนนั้น เพราะเมื่อมีปัญหาไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง อย่าเร่งรัดใช้ตัวช่วยในยามที่ไม่จำเป็นเพราะเราจะเสียความรู้ความเข้าใจพื้นฐานไป

กลับมาหัดตำน้ำพริกด้วยครก และ กลับมาหัดเขียนโค้ดด้วยการใช้เครื่องมือที่น้อยที่สุดกันเถอะ

Comments

comments

One thought on “ครกและการทำน้ำพริก

  1. ชอบเรื่องนี้ครับพี่ ชอบทั้งเรื่องน้ำพริก และการเขียนโค้ดด้วยเครื่องมือที่น้อยที่สุดครับ ส่วนตัวผมเอง หลังๆ ก็เริ่มใช้ Tool น้อยลงไปเรื่อยๆ (ตั้งแต่เริ่มรู้จักกับ Python และ JavaScript) แล้วเริ่มจากความสามารถพื้นฐานของภาษาครับ แล้วดูว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน ด้วยวิธีนี้ มันทำให้เรารู้ว่า Lib แต่ละตัวที่เพิ่มเข้ามาในโปรเจ็ค มันเพิ่มเข้ามาอย่างมีเหตุ มีผลจริงๆ ครับ เหมือนกับคนที่ตำน้ำพริกเป็น ก็จะรู้ว่าต้อง ใส่เครื่องอะไรเพิ่ม เพื่อให้ได้รสชาติของน้ำพริกที่เค้าต้องการ ไม่ใช่สักแต่โยนๆ ตำๆ ไปตามสูตรน้ำพริกของชาวบ้านเค้าอย่างเดียวครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.