คู่มือการใช้รถ

ช่วงนี้เมียผมสามารถขับรถได้แล้วเนื่องจากลูกสองคนเข้าโรงเรียนแล้วและเราทั้งสองคนเห็นร่วมกันว่า เราไม่สามารถเสียตังค่ารถตู้ได้อีกแล้วเพราะมันแพงเหลือเกิน ส่วนเรื่องราวการเรียนขับรถของเมียผมนั้นสามารถเล่าได้อีกหลายตอนเอาไว้จะแอบนินทาให้ฟังอีกครั้ง

แต่การจะให้เมียออกไปผจญภัยเลยตอนเปิดเทอมก็ดูจะโหดไปนิดพวกเราก็หาวิธีการทดลองและซ้อมอยู่หลายแบบแต่มันก็ไม่เหมือนจริงเสียทีเดียว จนกระทั่งเราพบว่าที่โรงเรียนลูกมีช่วงเรียนซัมเมอร์และเป็นซัมเมอร์ที่ดีมากเนื่องจากเราสามารถส่งลิงทั้งสองตัวไปโรงเรียนพร้อมกัน ผมกับเมียเลยตัดสินใจสมัครเรียนเพราะเมียผมจะได้มีโอกาสฝึกขับรถไป-กลับได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีจนวันสุดท้ายตอนไปรับลูกกลับบบ้านเป็นช่วงที่ กทม เริ่มมีฝนและก็เป็นการขับรถในสายฝนครั้งแรกของเมียผม ส่วนผมเองก็ทำงานอยู่อีกที่หนึ่ง แต่ในใจผมคิดอยู่แล้วว่าไม่น่ามีอะไรจนกระทั่งเมียโทรมาถามว่า “ไฟหรี่ที่เปิดตอนฝนตกนี่มันเปิดยังไง?”

ผมออกอาการงงเพราะสำหรับผม เราต้องคุยโทรศัพท์อธิบายกันอยู่นานมากว่ามันต้องบิดกี่จังหวะมันถึงจะกลายเป็นไฟหรี่ไม่กลายเป็นการเปิดไฟจริง เรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่เราควรรู้นานมากแล้ว ทำไมเมียโทรมาถามเรื่องง่ายๆแบบนี้หนอนั่งคิดอยู่นานก็พบว่า นี่เราขับรถนานจนกระทั่งการทำงานแแบบนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้วและเราลืมไปแล้วว่า “การไม่รู้เรื่องเหล่านี้มันรู้สึกอย่างไร” ซึ่งอาการนี้อันตรายมากเพราะเราจะรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่มีคนถามคำถามแบบนี้ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้รถทุกคันต้องมี “คู่มือ” เพื่อให้คนธรรมดาที่ยังขับรถไม่คล่องสามารถศึกษาวิธีใช้รถได้อย่างถูกต้องและค่อยๆไปอย่างใจเย็น
ในเวลางานเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เสมอโดยเฉพาะคนที่เก่งมากๆ (programmer ที่ทำงานกับระบบเดิมนานๆจะเป็นเยอะ) คือพวกเขาเหล่านั้นก้าวข้ามเส้นความยากไปแล้วจะกระทั่งพวกเราลืมไปแล้วว่าคนทั่วไปที่เขียนโปรแกรมไม่เก่งเขากลัวอะไร เขาคิดอย่างไร และเขาต้องการการอธิบายอย่างไรเราจึงเห็นโปรแกรมเมอร์หลายๆคนรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่เราต้องทำอะไรที่มัน ง่ายๆ โง่ๆ ค่อยๆทำไป พวกเขาเหล่านั้นมักตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องทำอะไรง่ายๆแบบนั้นด้วยทำไมเราไม่ข้ามไปที่จุดที่ดีที่สุดเลย แต่อย่าลืมไปว่าคนที่คิดไปรวดเดียวจนถึงตอนจบได้เลยนั้นต้องผ่านการทำงานและฝึกฝนนานขนาดไหน นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลายๆคนไม่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ เนื่องจากพวกเขากลัวว่าตัวเองจะคิดอะไรไกลๆขนาดนั้นได้ กลัวการโดนดูถูกเหยีดยดหยามว่าทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ สำหรับผมซึ่งเป็นคนที่เขียนโค้ดไม่เก่งและไม่สามารถคิดอะไรไกลๆได้มากจึงรู้สึก อินกับมันมากเมื่อได้รู้จัก Test Driven Development เพราะมันช่วยให้ผมคิดได้ครั้งละเล็กๆ ก้าวเล็กๆ ค่อยๆไปแบบโง่ๆแต่ไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันและที่สำคัญคนที่ตามมาทำทีหลังสามารถแก้ไขมันได้อย่างมั่นใจ

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไงนะ แต่ผมเชื่อว่า TDD นี่มันเหมาะกับคนธรรมดาอย่างผมมากครับ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.