รื้อแล้วประกอบ ประกอบแล้วรื้อ

อย่างที่เคยเขียนไปแล้วใน entry ก่อนๆว่าญาติๆที่ต่างจังหวัดมีอาชีพเกี่ยวกับเครื่องยนต์การเกษตรตั้งแต่สมัยอากง ดังนั้นอากงจึงส่งน้ามาเรียนช่างยนต์ที่ กทม ทุกคน น้าๆผมจึงจบทั้ง อุเทน พระนครเหนือ และอีกหลายโรงเรียนช่างและทุกคนก็มีความเป็นช่างสูงมากเมื่อก่อนตอนเด็กๆก็เลยมีโอกาสไปวิ่งเล่นและคลุกคลีในโรงซ่อมรถไถใหญ่ รถไถเล็ก รถอีแต๊น รถโน่นนี่นั่น บ่อยมากและหนึ่งในคำพูดที่ผมได้ยินตั้งแต่เด็กเสมอคือการที่เราจะเข้าใจการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างถ่องแท้นั้นเราไม่สามารถทำได้แค่การท่องจากตำราเท่านั้น สิ่งที่เราต้องทำได้คือรื้อมันออกมาเป็นชิ้นๆแล้วประกอบมันกลับเข้าไปใหม่โดยไม่ให้มีอุปกรณ์หลงเหลือและมันยังสามารถทำงานได้เหมือนเดิม เพราะถ้าเราสามารถถอดมันและประกอบกลับไปได้นั่นแปลว่าเราเข้าใจ “ความสัมพันธ์” ของทุกชิ้นส่วนทั้งหมดเราจะได้เรียนรู้ว่าถ้าเราลืมใส่ของชิ้นไหนเข้าไป เครื่องยนต์จะมีอาการแบบไหน เราต้องฝึกถอดประกอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคล่อง … ตอนเป็นเด็กผมก็ไม่เข้าใจว่าไอ้การทำแบบนี้มันมีประโยชน์ตรงไหน เมื่อไหร่ที่เขาจะเดินมาสอนเรื่องนี้ก็จะหาเรื่องวิ่งหนีไปเล่นในห้องอะไหล่อยู่เรื่อย


จนโตเป็นเด็กมัธยมปลายก็ได้ไปเรียน รด ตามแฟชั่นเด็กบ้านนอก ถ้าไม่เรียนมันไม่แมนซึ่งการเรียน รด แน่นอนว่าต้องมีการฝึกที่เกี่ยวข้องกับอาวุธและหนึ่งในบทเรียนคือการได้นั่งถอดประกอบปืนเล็กยาว(ที่ใช้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองได้มั้ง) ระหว่างเรียนครูฝึกก็สอนเรื่องที่ผมรู้สึกคุ้นมากว่า เราจะเข้าใจปืนได้ดีก็ต่อเมื่อเราสามารถถอดออกมาเป็นชิ้นแล้วประกอบกลับไปได้เหมือนเดิม? บางครั้งคนที่เก่งมากๆจะสามารถปิดตาทำได้เลยนั่นหมายความว่าระหว่าง รบ ถ้าปืนขัดลำเวลากลางคืนเขาเหล่านั้นสามารถถอดมันออกมาซ่อมแล้วประกอบกลับไปยิงต่อได้โดยไม่ต้องอาศัยแสงสว่างได้เลย .. ทำไมเขาพูดเหมือนกัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชีวิตผมหว่า
เวลาผ่านไปจนกระทั่งชีวิตผกผันเปลี่ยนมาเป็นโปรแกรมเมอร์และเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าอาชีพนี้ต้องเรียนรู้เองอย่างหนักหน่วงและช่วงชีวิตหนึ่งผมก็ต้องเรียน Spring Framework ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่มันออกมาใหม่ ไอ้เราก็ปวดตับกับ EJB2 มามากมายเห็นว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีเลยพยายามอ่านและทำความเข้าใจ พยายามทำตามตัวอย่างไปมากมายก็พบว่า “เหมือนจะเข้าใจแต่มันไม่เข้าใจ” พอทำได้แต่ไม่เข้าใจ แต่ก็อดทนทำไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดที่ไม่สามารถทนได้แล้วเลยมานั่งคิดว่าจะทำยังไงให้เข้าใจได้มากกว่านี้อ่าน reference doc เท่าไหร่ก็ยิ่งมึนและง่วง … สุดท้ายเลยลองเอาตัวอย่างที่เขาให้ (จำได้แม่นว่ามันคือ Pet Store) มาถอดออกเป็นชิ้นๆแล้วค่อยๆประกอบมันเข้าไปทีละชิ้น ทีละส่วน ผิดบ้างถูกบ้างทำจนกระทั่งสามารถประกอบมันให้ทำงานเหมือนต้นฉบับที่เขาให้มา แล้วก็พบว่าตัวเองสามารถอ่าน reference doc ของ spring ได้อย่างมีความหมายมากขึ้นเพราะเมื่อพบปัญหาเราก็ตามไปอ่านที่มาที่ไปจากนั้นก็แก้ได้แล้วก็พบปัญหาแล้วก็อ่าน แล้วก็แก้แบบนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งเข้าใจการทำงานของมันได้เป็นอย่างดี
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วิธีการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆของผมก็เป็นท่านี้ตลอดมาไม่เคยเปลี่ยนเลย 🙂 นั่นคือการถอดของที่คนอื่นทำมาเป็นชิ้นๆแล้วประกอบกลับเข้าไปใหม่

ถอด ประกอบ ถอดประกอบ ถอด ประกอบ ผมเพิ่งเข้าใจ ขอบคุณน้าๆและครูสอน รด ครับ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.