การเดินทัพทางไกล (Lang March)

วันก่อนนั่งดูเรื่องจรวดจากบริษัท space-x ดูที่มาที่ไปแล้วทึ่งในความตั้งใจของ อีลอน มัคส์ มากๆว่าเป็นคนที่มีความตั้งใจสูงมากจากนั้นเลยไปนั่งดูจรวดของประเทศอื่นๆเช่นรัสเซีย ญี่ปุ่น จีน ขณะดูของจีนอยู่ก็ไปสะดุดตากับชื่อของจรวดที่ชื่อ “Long March” ทำไมตั้งชื่อจรวดแปลกๆ


เลยไปหาชื่อดูว่าไอ้ “Long March” นี่มาจากไหน ได้ความว่าดังนี้ โดยอ้างอิงจากเวบ http://chuta136.blogspot.com/2013/09/long-march.html
“ค.ศ.1934-1935 พรรคคอมมิวนิสต์จีนย้ายฐานที่มั่นจากทางใต้สู่ทางเหนือของจีนโดยการเดินทัพทางไกล หรือที่เรียกว่า Long March ลองมาร์ช หรือ การเดินทัพทางไกล (Long March; จีนตัวเต็ม: 長征; จีนตัวย่อ: 长征; พินอิน: Chángzhēng)หมายถึงการถอยทัพครั้งใหญ่หลายครั้ง ของกองทัพแดงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ถือเป็นประวัติศาสตร์ 1 ปีช่วงที่ตื่นเต้นมาก นั่นคือการเดินทัพระยะไกล (Long March) เพื่อหนีการไล่ตามของเจียงไคเช็ค มีทั้งข้ามแม่น้ำ ปีนสะพาน ข้ามเหว
เดินทัพกลางคืน ฯลฯ อ่านแล้วยังกับเกมแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง พรรคคอมมิวนิสต์เดินทางไปยังทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเขตบ้านนอกที่พรรคก๊กมินตั๋งยังไม่มีอิทธิพลแผ่ไปถึง
กองกำลังของ พคจ.แบ่งเป็น 3 สาย โดยสายหลักของเหมาเจ๋อตงและโจวเอินไหลคือกองทัพที่ 1 (นอกจากนี้ยังมีกองทัพที่ 2 และ 4 แยกกันเดินทางไปคนละเส้น) Logn March ใช้เวลา 1 ปีเต็ม เดินด้วยเท้าไปครึ่งประเทศจีน ตอนแรกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เข้าไปยังยูนนาน แล้วตอนหลังเดินทางขึ้นเหนือไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ไปตั้งมั่นอยู่ที่มณฑลส่านซี (Shanxi) ซึ่งอยู่ห่างไกลอิทธิพลของก๊กมินตั๋งมากที่สุด
การเดินทัพทางไกลครั้งนี้ทารุณมาก เพราะภูมิประเทศทางภาคตะวันตกของจีนมีแต่ภูเขา นอกจากนี้ก็โดนทัพของเจียงไคเช็คล้อมปราบ ทิ้งระเบิด ฯลฯ อยู่เรื่อยๆ แถมเจอปัญหาโรคภัย อาหารขาดแคลน สภาพอากาศ ฯลฯ
สรุปว่าตอนเริ่มต้นเดินมีเกือบแสน ตอนถึงที่หมายมีเกือบหมื่นเท่านั้น แต่บรรดาผู้นำของ พรรคคอมมิวนิสต์ ก็รอดไปถึงที่หมายกันได้เกือบหมด
การเดินทัพรอบนี้ถึงจะโหดร้ายทารุณ แต่ก็มีประโยชน์ในเชิงประชาสัมพันธ์แนวคิดของ พคจ.โดยฝ่ายนำกำหนดว่าห้ามปล้นชิงราษฎร ต้องการของให้ซื้อ ถ้าเจอเจ้าที่ดินกดขี่ให้ปล้นแล้วเอาของมาแจกราษฎร ชาวนายากจนในพื้นที่ ทำให้มีคนเข้าร่วมบวกกับความเห็นใจพรรคคอมมิวนิสต์อีกมาก
หลังจากสะสมกำลังพลและอาวุธที่มณฑลส่านซีอยู่หลายปีจนถึง ค.ศ. 1945 กองทัพแดงได้ยกทัพมาต่อสู้กับรัฐบาลเจียง ไคเช็ก และขับไล่เจียง ไคเช็กไปยังไต้หวัน และสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี ค.ศ. 1949”

นั่งอ่านดูแล้วรู้สึกทึ่งหนักเข้าไปอีกว่าการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในประเทศจีนนั้นโหดร้ายและทารุณมาก การที่คนกลุ่มเล็กๆภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตงต้องอดทนเดินข้ามประเทศและเสียคนไปหนึ่งในห้าและเก็บสะสมอาวุธและสร้างคนนาน “สี่ปี” เพื่อให้มีความแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะต่อสู้ได้นั้นเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากแต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นเชื่อเหมือนกันคือพวกเขาต้องอดทนเพื่อให้แข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะให้พร้อมเพื่อการต่อสู้ และการต่อสู้พื่อให้ได้สิ่งนั้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและสบายสิ่งนี้ย้ำเตือนให้ผมเห็นภาพเรื่องวลีเด็ดจากนิยายจีนให้ชัดขึ้นไปอีกว่า “ล้างแค้น สิบปีไม่สาย” จริงๆแล้วมันเป็นอย่างนี้นี่เองและอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในช่วงข้ามคืน จะทำได้ต้องต่อสู้และอดทนอย่างยาวนาน

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.