โค้ช

วันนี้มีโอกาสได้คุยกับพี่ Pruth เรื่องงานโดยบทสนทนานำพาให้ผมคิดกลับไปถึงสมัยผมเป็นเด็กอีกแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่าผมเป็นเด็กบ้านนอกที่แม่อยากให้ว่ายน้ำเป็นเพราะแม่กลัวผมหนีไปเล่นน้ำกับเพื่อนตามคลองแล้วจะมีปัญหาเนื่องจากการห้ามเด็ก(อาจจะเป็นเด็กแบบผมคนเดียวมั้ง)ไม่ให้หนีไปเล่นน้ำนั้นเป็นเรื่องยากเพราะยิ่งห้ามก็ยิ่งเหมือนไปสร้างแรงบันดาลใจให้มันอยากไปเล่น แม่เลยป้องกันด้วยการสั่งให้ผมหัดว่ายน้ำให้เป็นแทนโดยช่วงแรกๆแม่ลงทุนพาไปหัดว่ายน้ำด้วยตัวเองที่แม่น้ำในอำเภอโดยจะไปพร้อมกับเพื่อนผมอีกหลายคนโดยที่ผลคือเพื่อนผมว่ายได้ทุกคนมีผมคนเดียวที่ว่ายไม่ได้ไปตกม้าตายตอนเงยหน้าหายใจ และแม่ก็ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะสอนให้ผมเงยหน้าขึ้นมาหายใจตามาตรฐานการว่ายแบบ Free Style ซึ่งในมุมมองของคนที่ว่ายเป็นแล้วนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากเพราะมันก็แค่เอี้ยวตัวขึ้นไปหายใจตามจังหวะเท่านั้นเอง แต่สำหรับเด็กๆอย่างผมแล้วไอ้การหายใจนี่เป็นเรื่องที่ยากมากกกกกกกก แม่ใช้ความพยายามอยู่หลายวันมาก แต่ผมก็ทำไม่ได้เราต่างก็ยอมพ่ายแพ้กันไป แต่แม่ผมยังไม่ยอมแพ้
แม่รอจนปิดเทอมใหญ่และตัดสินใจส่งผมไปเรียนว่ายน้ำที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยแม่หวังว่าน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์สำหรับการฝึกว่ายน้ำโดยวันแรกแม่ขับรถไปส่งและไปนั่งเฝ้าอยู่ข้างสระด้วยตัวเองเลยทีเดียวซึ่งการเรียนว่ายน้ำกับโค้ชนั้นต่างจากการเรียนว่ายน้ำกับแม่โดยสิ้นเชิง 🙂 การเรียนกับแม่และเพื่อนเพราะโค้ชจะเริ่มจาก

  • การสอนว่าร่างกายเราเป็นอย่างไรทำไมเราถึงลอยน้ำได้
  • จากนั้นก็ฝึกตีขาเพื่อให้รู้ว่าการตีขาเพื่อว่ายน้ำต่างจากการตีขาเพื่อเล่นน้ำอย่างไรเริ่มจากเกาะขอบสระ จับโฟม ตีขาอย่างเดียว
  • จากนั้นก็สอนการว่ายว่าการดึงแขนเพื่อว่ายน้ำต่างจากการดึงแขนเพื่อเล่นน้ำอย่างไร แล้วก็ตามด้วยการว่ายพร้อมกับให้นับ 1-2-3 โดยพอนับสามให้พยายามดึงแขนถนัดแรงๆ
  • จากนั้นก็ให้เอาหน้าจุ่มน้ำนับ 1-2-3 แล้วเอียงหน้าเพื่อหายใจพอเริ่มได้ก็ให้ตวัดแขนเหมือนว่ายน้ำพร้อมนับ 1-2-3 หายใจ
  • สุดท้ายคือการเอาของสามอย่างมาผสมกันคือ ตีขา ตวัดแขน นับแล้วหายใจ โดยโค้ชบอกว่าให้ไปกระโดดจากจุดที่ลึกที่สุดของสระแล้วให้ว่ายกลับมาให้ได้ตามจังหวะที่ฝึก ผลที่ได้คือผมพุ่งลงน้ำว่ายน้ำเป็นเลยแบบที่ตัวเองยังตกใจ ==” ว่า “กูว่ายน้ำเป็นได้ยังไงวะ” สรุปเรียนกับโค้ชใช้เวลาสามชั่วโมงผมว่ายน้ำเป็นเลย
    บทสนทนาที่ผมคุยกับพี่ Pruth คือทำไมเราต้องมีโค้ชด้วยหนอสำหรับการทำอะไรบางอย่าง ทำไมเราไม่ทำเองล่ะ อยากเป็น Agile เราก็เปิด Youtube ดูเลยแล้วก็ทำตามนั้นแหละไม่เห็นจะยาก … ผมพบเห็นหลายๆที่พยายามทำแบบนี้เพราะถ้าเรามอง Agile ครั้งแรกๆจากทีมที่เป็น Agile ในสายเลือดแล้วมันจะดูเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติมาก ดูเรียบง่าย ไม่เห็นจะมีอะไรมากแต่เขาลืมไปว่า “Agile นั้นดูเรียบง่าย แต่ยากมากที่จะเป็น” ไม่ต่างอะไรกับการหัดว่ายน้ำเลย…ดังนั้นสำหรับผมโค้ชคือคนที่เข้าใจแก่นของการเปลี่ยนไปเป็น Agile เข้าใจว่าธรรมชาติของทีมที่พยายามทำโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นอย่างไรและเขาเหล่านั้นมีความจำเป็นจะต้องเรียนรู้อะไรก่อนหลังตามลำดับและจะเอาองค์ความรู้เหล่านั้นมาประกอบกันอย่างไร และโค้ชเองจะทำงานแบบไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครดังนั้นเขาจะพูดจากมุมมองของคนที่ไม่เสียผลประโยชน์ใดๆและสิ่งที่สำคัญมากอีอย่างหนึ่งคือเมื่อเราพลาดสิ่งใดไปโค้ชจะคอยเก็บรายละเอียดเหล่านั้นและ feedback ให้ทีมในจังหวะที่เหมาะเพื่อให้ทีมสามารถพัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้นไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นสำหรับผมถ้าเมื่อไหร่ที่เราพยายามเปลี่ยนไปเป็น Agile แล้วรู้สึกแปลกๆมันติดๆขัดๆ “ทำแล้วมันไม่สนุก เหมือนชาวบ้านเขา” ให้จ้างโค้ชเถอะครับ 🙂

    “เตะบอลใครๆก็เตะได้ แต่เตะบอลให้เป็นไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้”

    Comments

    comments

    2 thoughts on “โค้ช

    1. ผมว่ายเป็นเพราะโดนเพื่อนผลักตกสระ!
      การมีโค้ชมันดีงี้นี่เอง วันหลังจะบุกไปบ้านให้โค้ชเรื่องอื่นต่อนะครัช 😀

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.