ทำขึ้นและทำไม่ขึ้น

บริเวณที่ผมอาศัยอยู่เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และใกล้กับธนาคารเพื่อการเกษตร/สำนักงานใหญ่ ดังนั้นช่วงนี้แถวบ้านจะคึกคักมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ townhouse ต่างๆที่เคยปิดร้างและที่เคยมีกิจการก็ต่างสลับเปลี่ยนหน้าตากันไปตามยุคสมัย แต่จะมีอยู่หนึ่งคูหาที่ผมแอบสังเกตุมานานแล้วว่า “ใครมาทำก็ไม่ขึ้น” คือคูหานี้เท่าที่ผ่านมาสามถึงสี่ปีหลังเปลี่ยนเจ้าของที่มาเช่าไปแล้วสามที่สี่เจ้า และละเจ้าก็จะมี style ในการทำร้านไม่เหมือนกันไล่มาตั้งแต่ร้าน ส้มตำ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวตามสั่งที่ดู grand(ขึ้นมาหน่อย) ทุกเจ้าที่มาเปิดผมเป็นลูกค้าเสมอเพื่อศึกษาว่าแต่ละเจ้าแตกต่างกันอย่างไร แต่พบว่าสามเจ้านี้อยู่ได้ไม่นานก็จากไปจนกระทั่งผมเองก็คิดไปว่า “ที่ตรงนี้คงทำอะไรไม่ขึ้นแล้วหละ”

แต่เมือสองเดือนที่ผ่านมาผมก็เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งโดยที่ครั้งนี้เจ้านี้เปลี่ยนคูหาที่ว่าไปเป็นร้าน “กาแฟและบอร์ดเกม” ซึ่งสำหรับผมแล้วเออมันดูโอเคมากเลยเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างแหวกแนวมาก แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า “มันจะไปรอดหรอ” เพราะที่ผ่านมามันไปกันทุกร้านเลย ไม่เกินสามเดือนและแถวนี้ก็มีคนพยายามเปิดร้านกาแฟมาหลายที่ละอยู่ได้ไม่นานสักร้าน
เวลาผ่านไปสองเดือนร้านนี้ก็ยังอยู่และคนก็ยังดูหนาแน่นเต็มร้าน ผมก็เริ่มใจชื้นสัปดาห์ก่อนเลยแวะเข้าไปซื้อเครื่องดื่มในร้านดูว่าบรรยากาศร้านเป็นอย่างไร ก้าวแรกที่เหยี่ยบเข้าไปในร้านก็ได้รับการต้อนรับจากเจ้าของร้าน “สวัสดีครับ” อย่างพร้อมเพรียงนี่ก็เป็น first impression แล้วสำหรับผม จากนั้นก็เดินไปสั่งชามะนาวซึ่งปกติร้านก็จะรับ order และก็ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่ง แต่ที่นี่เจ้าของร้านถามกลับมาว่าจะรับเป็นแบบ “หวานปกติ หรือ หวานน้อย” ครับพร้อมด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม เป็นความประทับใจที่สองที่ได้รับ จากนั้นก็ย้ายไปดูบอร์ดเกมที่มีให้บริการน้องเขาก็เดินตามมาอธิบายว่าเกมมีกี่กลุ่มอัตราค่าบริการเป็นอย่างไรบ้างและถ้าผมสนใจสั่งก็สามารถฝากสั่งได้ (ความประทับใจที่สาม) หลังจากนั้นผมก็รับชาเย็นแล้วก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน

กลับมาถึงบ้านก็นั่งดูดชาเย็นและคิดไปว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่เราประทับใจร้านนี้เป็นเรื่องของความรู้สึกการเป็นเจ้าของของน้องทั้งสาม ความเอาใจใส่ หรือเราเรียกรวมๆว่า “อัธยาศัยดี” ซึ่งต่างจากสามเจ้าที่มาเปิดก่อนหน้านี้มากเลยทีเดียวสำหรับผมแล้วนี่เป็นจุดที่กระตุกความคิดเดิมผมให้เปลี่ยนไปในทันทีเลย เพราะทุกวันนี้ผมยังอยากปั่นจักรยานไปกินชามะนาวจากร้านนี้ทุกวันเพราะผมรู้สึกว่าเขาอัธยาศัยดีและนอกจากนี้ร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่ดีต่างจากร้านปกติทั่วไปคือไม่เน้นเรื่องการจุคนให้มากแต่เน้นที่ความรู้สึกสบายไม่อึดอัด

สำหรับผมหลังจากนั่งคิดอยู่สองสามวันก็คิดในใจว่าแม่เคยเล่าให้ฟังว่า งานบางอย่างหรือธุรกิจบางอย่างคนบางคนทำแทบตายทำไม่ขึ้น แล้วก็เที่ยวไปเตือนไปว่าคนอื่นว่าอย่าทำเลยเพราะทำไม่ขึ้นหรอกเขาลองมาแล้ว … แต่หลังจากนั้นไม่นานทีกคนมาทำ ที่เดียวกัน ทำเลเดียวกัน ธุรกิจเดียวกันกับคนก่อนแต่ผลที่ได้ออกมาคือเขาทำได้สำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อซึ่งปัจจัยของความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยหนึ่งในนั้นคือ อัธยาศัย เพราะอะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าต้องปฏิสัมพันธ์กับคนด้วยกันแล้วการมีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส จะสร้างความประทับใจให้ก่อเกิดได้ง่ายและเป็นที่น่าจดจำ ซึ่งความรู้สึกประทับใจครั้งแรกจะเป็นปัจจัยให้ลูกค้ากลับมาทำธุรกิจกับเราในครั้งต่อๆไป

“ของสิ่งเดียวกัน จะมีทั้งคนที่ทำขึ้นและทำไม่ขึ้น”

Comments

comments

One thought on “ทำขึ้นและทำไม่ขึ้น

  1. bitbox ใช่มั้ยคับ คนรู้จักผมเอง ตั้งร้านขึ้นมาจากความรักในบอร์ดเกมครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.