rugby world cup 2015

ช่วงนี้มี rugby world cup ที่อิงแลนด์ มีโอกาสได้ดูเทปย้อนหลังบ้างพบว่า rugby สมัยใหม่ดูสนุกมากเพราะเกมสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดบ่อยเหมือนสมัยก่อน ดัวผมเองก็เคยเล่น rugby แบบงูๆปลาๆสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอนนั้นไม่ได้เข้าใจปรัชญาอะไรเกี่ยวกับกีฬาประเภทนี้มากหรอกครับ แค่รู้สึกว่ามันเท่ดีเนื่องจากตอนเด็กสมัยวัยหนุ่มได้ดูภาพยนต์โฆษณาอะไรสักอย่างที่ อิงค์ อชิตะ เล่นแล้วมันดูเท่ดีก็เลยวาดฝันว่าถ้าเข้ามหาลัยได้จะลองเล่นดู


ก่อนนั้นคิดว่าเราสาสามารถเล่นอะไรก็ได้เนื่องจากคิดว่าตัวเองร่างกายแข็งแรงและเป็นนักกีฬาบาสอยู่แล้ว พอไปเล่นจริงๆพบว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้ร่างกายเยอะมากเยอะกว่าบาสมาก ดูแล้วไม่เหมาะกับคุณชายอย่างผมเลยแต่ก็ทนเล่นไปเพราะอยากเท่ ผมพบว่ามันเป็นกีฬาที่เหนือยมากกว่าทุกๆกีฬาที่ผมเคยเล่นมาเพราะต่อให้เรามีตำแหน่งก็จริงแต่ตำแหนงของกีฬานี้ไม่เหมือนในฟุตบอลฟุตบอลเราจะยืนกันเป็น zone กองหน้าจะไม่เลยไปวิ่งเกินครึ่งสนามถ้าไม่จำเป็น พูดง่ายๆคือทุกคนจะมีโซนของตัวเองอยู่ หน้าที่การทำประตูเป้นของศูนย์หน้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ rugby ไม่ใช่เนื่องจากจุดประสงค์ไม่เหมือนกัน rugby คือการ focus ไปที่การเอาลูก rugby ไปวาง try ที่ฝ่ายตรงข้ามโดยคนทั้งทีมดังนั้นสำหรับ rugby ลูกไปทางไหนทีมผู้เล่นจะไปกองอยู่ตรงนั้นเกือบทั้งหมด มันเลยจะเหมือนให้อาหารปลาทองที่อาหารอยู่ตรงไหนปลาทองอยู่ตรงนั้น ดังนั้นเราไม่มีสิทธิ์อู้เลยต้องวิ่งใส้แตกตลอดทั้งเกมและเกมมันยาวประมาณ 40 นาที ปกติคนเราวิ่งธรรมดา 40 นาทีก็เหนื่อยมากแล้วนะครับแต่นี่แม่งต้องวิ่ง วิ่งไล่กวดกัน ทำสกรัม วิ่งชนกันปล้ำกัน สารพัดอีกมากมายแต่อย่างไรก็ตามมันเป็นกีฬาที่ดูจากข้างนอกเหมือนมั่วมากแต่ผู้เล่นในสนามทุกคนกลับรู้สึกว่ามันเป็นระเบียบอย่างน่าตกใจเพราะทุกคนมี goal เดียวกันและกติกาเดียวกัน

ความสนุกอีกอย่างของ rugby คือจังหวะที่บอลใกล้ข้ามเส้น try เพราะมันจะเหมือนกับการทำสงครามระหว่างผู้เล่นทั้งสองฝั่งอีกฝ่ายทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้บอลข้ามไปได้อีกฝ่ายต้องวิ่ง ดัน ชนเพื่อให้บอลทะลุไปให้ได้แต่ที่สนุกคือเราไม่สามารถส่งบอลไปข้างหน้าได้เราส่งไปได้แต่ข้างหลังทำให้ถึงแม้ว่าเราจะใกล้เส้น try เพียงแค่หนึ่งเมตรแต่มันเป็นหนึ่งเมตรที่ไกลมาก (ลองดูจาก vdo ข้างบนครับ) จะไปได้แต่ละเซนนี่ยากมากทุกเซนที่ได้มาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายมหาศาลของคนทั้งทีม ดังนั้นสำหรับผมเวลาผมดู rugby ผมจะรู้สึกว่าคนไม่ได้มาดูว่าใครแพ้ใครชนะแต่คนจะมาดูว่า เราพยายาม(try) มากแค่ไหน ทุกครั้งทีเกิด try กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายจะยินดีกับทีมที่ได้ try เพราะมันคือความพยายามขั้นสุดยอดที่เราทำทุกอย่างภายใต้กติกาเพื่อให้ได้มาซึ่ง try
หลายคนอาจคิดว่ากีฬาชนิดนี้ทำไมถึงเรียกว่ากีฬาสุภาพบุรุษ ผมเคยโดนถามคำถามนี้และตอนแรกๆก็ตอบไม่ได้เขาบอกว่า อเมริกันฟุตบอลดูยุติธรรมมากกว่าเยอะเลยแต่ตอนนั้นผมตอบไม่ได้จริงๆผมแค่รู้สึกว่ามันเป็นกีฬาที่น่ายกย่องมาก จนเวลาผ่านไปจวบจนโดน retired จาก มช ก็คิดได้ว่าสำหรับผม rugby เป็นกีฬาสุภาพบุรุษเพราะความรุนแรง การปะทะกันระหว่างคนสองกลุ่มในสนามนั้นมันรุนแรงมาก เป็นกีฬาที่มีเครื่องป้องกันน้อยมากแต่ปะทะกันรุนแรงมาก ดันกัน ผลักกัน ทับกัน เหยียบกัน บางครั้งก็ไปโดนตีนเข้าหน้า โดนฝ่ามือฟาดเข้าเต็มหน้าเจ็บอย่างกะโดนต่อย ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้เกิดขึ้นในสนามและมันง่ายมากที่เราจะต่อยกันถ้าเราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่เราเห็นนักกีฬา rugby ต่อยกันในสนามน้อยมากนั่นเพราะว่าเราทุกคนเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้นมันเป็นความพยายามของอีกฝ่ายที่จะหยุดไม่ให้เราเคลื่อนไปข้างหน้า “อย่างบริสุทธิ์ใจ” ทุกคนเชื่อว่ามันคือเกมมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ดังนั้นจากภายนอกกีฬานี้ดูรุนแรงมากแต่คนที่อยู่ในสนามนั้นเล่นด้วยความเคารพกันมาก เกมที่รุนแรงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการฟาดปากกันมากแต่มันกลับไม่เคยเกิดขึ้นเลย นั่นเป็นเพราะเราต่อสู้กันด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ นั่นเอง

ดังนั้นสิ่งที่ผมได้จากการเล่นรักบี้คือ

“อย่าไปสนใจมากว่าเราชนะหรือเปล่าแต่สิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องแสดงออกอย่างเต็มที่เราเราได้พยายามอย่างที่สุดแล้วต่างหาก”

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.