คุณภาพชีวิต

เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสได้ขับรถพาภรรยาไปซื้อร้องเท้าที่ห้างสรรพสินค้าและเนื่องจากช่วงนี้ที่บ้านมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม(ทำไมไม่ใช้สีอื่น) เลยทำให้ต้องมีการทุบสะพานข้มแยกเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุให้เราต้องขับรถผ่านถนนพหลโยธินช่วงซอยเสนาที่ปกติเราจะไม่ค่อยได้ผ่านเนื่องจากเราจะขึ้นสะพานข้ามไปเลยและเนื่องจากเราไม่ได้ผ่านถนนเส้นนั้นมานานทำให้เราพบว่าร้านรวงแถวนั้นเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ และพวกเราก็สังเกตุข้างทางและเห็นว่าร้านขายข้าวและอาหารเกิดใหม่เยอะเลยและเจ้าของร้านเป็นคนหนุ่มสาวหน้าตาดีกันทั้งนั้นเลย…คำถามคือทำไมคนเหล่านั้นถึงไม่ไปทำงานบริษัทดีๆนะมายืนลวกก๋วยเตี๋ยวตักข้าวแกงทำไม เมียเลยให้คำตอบว่าเราลองคิดกันก่อนไหมว่าคนสมัยก่อนเขาทำอาชีพขายอาหารกันยังไง เราทั้งคู่เห็นตรงกันว่ารุ่นปู่รุ่นพ่อแม่เราจะเน้นการทำงานหามรุ่งหามค่ำ-เช้าจรดเย็นไม่เน้นพักเน้นโกย ทำให้ทุกๆวันทำแต่งานไม่มีเวลาดูแลอะไรมากนักและไม่ค่อยจะปิดร้านไปดูกิจการหรือการค้าขายของที่อื่นเพราะกลัวว่าจะสียลูกค้า นั่นทำให้เกือบตลอดชีวิตพวกเขาจะไม่ค่อยได้ไปไหน และเน้นสอนลูกหลานว่าให้เรียนสูงๆเพื่อจะให้หลุดพ้นจากวงจรนี้เพื่อไปมีอาชีพรับจ้างดีๆที่มั่นคง

แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนรุ่นใหม่ๆมีมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปพวกเขามีความรู้มากขึ้น พวกเขาเห็นโลกมาขึ้น พวกเขารู้ว่าโลกนี้มีทางเลือกมากขึ้น พวกเขาเห็นและเข้าใจว่าการทำงานในบริษัทใหญ่ไม่ใช่นิยามของคำว่ามั่นคงความมั่นคงแบบนั้นมันแปลว่าความมั่นคงของนายจ้าง พวกเขานิยามคำว่าคุณภาพชีวิตที่ดีต่างไปจากคนยุคก่อนและนั่นทำให้พวกเขาเข้าใจว่าการประกอบอาชีพอิสระไม่ได้แปลว่าตัวเองด้อยค่าหรือไม่เก่งแต่มันแปลว่าพวกเขากำหนดชีวิตของตัวเองได้และคำว่าอาชีพอิสระนี้ก็หมายรวมไปตั้งแต่การเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวไปจนถึงการรับงานที่ถนัดมานั่งทำที่บ้าน
ปัจจัยที่สำคัญมากถัดมาสำหรับคนที่ตัดสินใจออกมาทำอาชีพอิสระคือพวกเขาพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนในบริษัทใหญ่ๆนั้นเป็นการเพิ่มแบบ linear คือค่อยๆขึ้นไปในแต่ละปีด้วยอัตราที่คงที่บางครั้งการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนยังน้อยกว่าค่าเงินเฟ้อในแต่ละปีนั้นๆ ซึ่งการเพิ่มในลักษณะนี้เหมาะมากกับคนที่วางแผนชีวิตแบบนี้คือการใช้ชีวิตที่ไม่มี surprise อะไรบ่อยนักแต่ถ้าเกิดสิ่งที่เราไม่ได้วางแผนไว้เช่นบังเอิญแฟนท้องมีลูกเราจะพบว่าอัตราค่าใช้จ่ายจะไม่สัมพันธ์กับรายได้ขึ้นมาทันทีเพราะอ้ตราการเพิ่มของต่าใช้จ่ายจะเพิ่มแบบก้าวกระโดดแซงรายได้แบบไม่เห็นฝุ่นและมันเป็นค่าใช้จ่ายในระยะยาวมากกกกกกก ดังนั้นเมื่อเจอโจทย์แบบนี้เขามันก็ยิ่งทำให้หลายคนติดอยู่กับองค์กรขนาดใหญ่หนักขึ้นไปอีกเพราะอย่างน้อยก็ยังมีเงินเดือนคอยค้ำจุนไว้
จากตัวอย่างปัญหานี้ทำให้บางคนยอมเสี่ยงที่จะเริ่มประกอบอาชีพอิสระเพราะการประกอบอาชีพอิสระสิ่งที่เราได้มาคือรายได้ทั้งหมดที่ได้มาเป็นของเรา เราเลือกที่จะทำมากไม่ลืมหูลืมตาเหมือนคนรุ่นก่อนก็ได้ หรือเราเลือกได้ว่าเราทำแต่พอดีเพื่อให้เรามีโอกาสได้ศึกษาโลกนี้มากขึ้น ได้ออกเดินทางไปค้นพบและเห็นวัฒนธรรมอื่นมากขึ้นเพื่อเอาสิ่งเหล่านั้นกลับมาปรับปรุงและพัฒนาสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เรามีโอกาสเลือกที่จะทดลองเอาสิ่งใหม่ๆเหล่านั้นมาเริ่มใช้เองได้เมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบเพราะมันเป็นงานของเรา
ดังนั้นสำหรับผมแล้วโลกหลังจากนี้จะมีจำนวนผู้ประกอบอาชีพอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ คนมีทางเลือกมากขึ้น คนกล้าที่จะบอกว่าทำไมเราต้องทนทำงานเพื่อให้คนอื่นมั่นคงมากขึ้น เราออกมาประกอบอาชีพอิสระกันไหม
เพราะปัจจุบันนี้คำว่าชีวิตดีไม่ได้หมายความว่าเรานั่งทำงานในตึกใหญ่ที่ติดแอร์โดยไม่ได้ออกไปดูอะไรเลย แต่ชีวิตที่ดีแปลว่าการได้มีโอกาสได้ออกไปเรียนรู้สิ่งต่างๆจากโลกภายนอกมากขึ้นต่างหาก

ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่บริษัทที่เราทำงาน ความมั่นคงอยู่ที่ตัวเรานะ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.