ผู้ปฏิบัติ (Practitioner)


หลายเดือนก่อนมีโอกาสได้ไปสอนที่โคราช เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟท์แวร์ให้กับเจ้าหน้าที่ พยาบาลและหมอ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งถือว่าเป็น ช่วงเวลา ที่มหัศจรรย์มากเพราะไม่คิดเลยว่า เราไปลอก แนวทางการทำงาน ของหมอและพยาบาลมาเยอะขนาดนี้แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่าคือก่อนหน้าที่จะได้ไปสอนก็ต้องไปประชุมกับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก่อนท่านเป็นอาจารย์หมอผ่าตัดและทำงานบริหารไปด้วยและเราก็สนทนากันเรื่องวิธีการสร้างคนในแวดวงการแพทย์ว่า อาจารย์หมอทุกคนในโรงเรียนแพทย์จะต้องมีเวลาส่วนหนึ่งลงมารักษาคนไข้ที่คลินิกเสมอ อาจารย์ท่านไหนเป็นอาจรย์ด้านการผ่าตัดก็จะต้องมาผ่าตัดคนไข้เสมอ อาจารย์หมอเล่าให้ฟังต่อว่าเวลาต้องสอนหมอปีสูงๆเราไม่สามารถสอนในห้องเรียนอย่างเดียวได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือการสอนแบบ master-apprentice คือนักเรียนหมอหนึ่งคนจะต้องลงมือทำจริงอย่างสม่ำเสมอโดยมีอาจารย์หมอทำให้ดูและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดดังนั้นด้วยการสอนที่ “เน้นที่การลงมือทำจริง” ทำให้โรงเรียนแพทย์ไม่สามารถผลิตหมออกมาได้เยอะเหมือนโรงเรียนของสาขาอื่นๆ ผมได้ฟังก็ตาลุกว่านี่เป็นวิธีที่ให้ practitioner สอน practitioner ช่างเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากและเห็นว่าการสร้างคนในทุกๆสายงานก็ควรจะมีโรงเรียนที่สร้างแบบนี้บ้างนะ (ในความคิดของผม) อย่างน้อยคนเหล่านั้นก็ต้องทำงานอยู่ที่สถานที่ทำงานจริงเป็นเวลาหลายปีกว่าจะออกมาเป็นหมอจริงๆและผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันถ้าโรงเรียนแพทย์ต้องเปลี่ยนระบบไปเป็นการสอนแบบนั่งเรียนให้ห้องเรียนมากขึ้นแล้วฝึกงานที่โรงพยาบาลสามเดือนแล้วออกมารักษาคนไข้เลย !!!!

กลับมาที่ Facebook ของผมเมื่อสองวันก่อน ผมได้มีโอกาสได้อ่าน มาตรฐานการคิดราคาซอฟท์แวร์ ของกระทรวงเวทมนต์ แห่งประเทศสารขัน ผมเปิดไปอ่านสองสามหน้าแรกก็ได้อุทานออกมาว่า “โอวสล๊อต” ใครหนอได้เข็นมาตรฐานนี้ออกมาสู่โลก ผมไม่มั่นใจเลยว่าของแบบนี้จะใช้ได้และมีคนบนโลกนี้สามารถใช้มันได้ทุกวันอย่างมีความสุข สิ่งที่เขียนอยู่ในเอกสารนั้นขัดต่อความเชื่อที่ผมมีมาตลอดสามสี่ปีที่ผ่านมาว่าซอฟท์แวร์เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับงานก่อสร้าง มันเป็นเรื่องยากมากที่เราจะคำนวณอะไรได้ล่วงหน้านานๆเพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนมีสูงมากและปัจจุบันเรายังไม่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงพอที่จะทำให้หุ่นยนต์เขียนโค้ดแทนคนได้ ดังนั้นพอกลจักรสำคัญในสร้างซอฟท์แวร์คือมนุษย์ ดังนั้น มันก็สุดที่จะหยั่งรู้ได้ว่าแต่ละคนจะมีพฤติกรรมอย่างไรในแต่ละวัน สำหรับผมถ้ายังไม่มีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ใดๆที่อธิบายคำว่า “ความรัก” ได้ผมก็ทำใจเชื่อยากมากว่าจะมีคนสามารถประเมินความเสี่ยงของโครงการทางซอฟท์แวร์ได้ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์
สำหรับผมแล้วเอกสารชิ้นนี้แสดงให้เห็นได้ชัดว่า ถูกสร้างขึ้นมา โดยคนที่อยู่บนหอคอยงาช้างที่ไม่เคยแม้แต่จะสละเวลาลงมานั่งทำงานจริงๆ ผมอ่านแล้วก็ได้แต่นั่งภาวนาว่าให้สักวันเราจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงพอที่จะทำให้เครื่องจักรสามารถสร้างซอฟท์แวร์ได้และไม่ต้องใช้มนุษย์เขียนโค้ดอีกต่อไปเพื่อที่จะทำให้เอกสารชิ้นนี้เป็นจริงเสียทีและผมจะยืนสดุดีว่าคนเขียนเอกสารนี้ช่างมีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่เสียจริงๆ
แต่ ณ วันนี้ผมก็ยังเชื่อว่าถ้าเราจะสอนใครทำอะไรเราก็ต้องทำสิ่งนั้นอยู่ทุกวัน ไม่ใช่ว่าเราสอนเขาโครมๆแต่เรากลับไม่มีแม้โอกาสที่จะทำในสิ่งที่เราสอนและถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆความน่าเชื่อถือในสิ่งที่เราสอนก็จะลดลงไปเรื่อยๆ การทำซอฟท์แวร์มันไม่ได้สำคัญที่เราไปเห็นเอกสารที่คนอื่นทำแล้วเอาเอกสารนั้นมาเผยแพร่ แต่มันสำคัญที่ไอ้สิ่งทีเราจะเอามาเผยแพร่นั้น เรา ต้องเอามาทำให้ได้ก่อนทำให้มันเห็นโทนโท่เลยว่า “เนี่ยมันทำได้จริง”

“อาจารย์หมอ ยังต้องผ่าตัดทุกวันเพื่อรักษาคำว่า practitioner จะสอนคนทำ software พวกท่านทำ software ทุกวันไหมนะ”

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.