วิ่ง Half ครบระยะและภรรยาวิ่ง Mini ครั้งแรก

Retrospective การวิ่ง Half Marathon จริงๆ
ก่อนวิ่ง
เนื่องจากเคยวิ่งยิ่สิบโลแล้วหนึ่งครั้งรอบนี้เลยไม่เครียดมาก ซ้อมตามแผนค่อนข้างดีและพักเยอะและโหลดของล่วงหน้าเยอะเช่นกัน วิ่งครั้งนี้หวังว่าจะจบแบบสบายๆประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนจะต้องไปวิ่ง บางแสน 21 สำคัญมากกว่านั้นคือวันนี้เป็นวันที่ ภรรยามาวิ่ง Mini Marathon ครั้งแรกเป็นวันสำคัญแห่งชีวิตเลย ไปถึงราชบุรีเย็นๆแวะไปเดินเล่นตลาดริมน้ำกินบะหมีตาบัตเลื่องชื่ออย่างสบายใจจากนั้นก็ขับรถดูเส้นทางวิ่งพบว่าวิ่งในเมืองแค่สองโลที่เหลือคือถนนยาวๆเพื่อทำความเร็วโดยเฉพาะน่าจะเหมาะกับ Elite ส่วนผมขอวิ่งเย็นๆไปเรื่อยๆ (พบว่าผิดแผนอีกละ) เข้านอนราวๆสี่ทุ่มเพราะที่วิ่งกับ รร ห่างกัน 10 นาทีและที่จอดรถไม่ไกลจากที่วิ่งเลยจะตื่นประมาณตีสามสี่สิบห้ารวมเวลานอนห้าชั่วโมงน่าจะพอ เข้านอนหลับได้ดีมากเรียกได้ว่ารวดเดียวตื่นตามเวลาเลย ตื่นเสร็จกินไก่ย่างนิดนึง ขึ้นรถเพื่อนน้องไป แล้วแวะ 7-11 โหลดกล้วยหอมหนึ่งลูก เดินทางถึงสถานที่วิ่งแปลกใจมากคนน้อยกว่าที่คิด


ระหว่างวิ่ง
ถึงสถานที่วิ่งรู้สึกแปลกเพราะคนน้อยกว่าที่คิดและพบว่างานนี้รับนักวิ่งแค่ 2,000 คน ระยะ Half น่าจะ 200 คนได้ ที่เหลือคือ Mini และ Fun Run แต่คิดในใจว่าเดี๋ยวคงมากันเพราะเดินทางง่าย เราก็วิ่งวอร์มไปหนึ่งโลตามสูตร ตีห้าหลังวอร์มร่างกายเสร็จก็ทำการเดินเข้าจุดปล่อยตัว คิดว่าจะออกตัวท้ายๆตามวิธีที่ผมชอบเลยไปยืนรอท้ายๆ พบว่าพื้นที่ปล่อยตัวคนไม่เต็ม โล่งมากเลย ผมที่จะออกท้ายๆยังยืนแถวที่ห้าเลย กะด้วยสายตาแล้วน่าจะมีคนวิ่ง Half ประมาณ 50 คนและดูพลังแต่ละคนแล้วไม่ธรรมดาทั้งนั้น แต่ก็ไม่เครียดอะไรเพราะตามแผนกะว่าจะวิ่ง ไปเรื่อยๆด้วย Pace 9 เพื่อวอร์มกล้ามเนื้อ รักษาพลังงานไปสัก 5 โลก่อนจะเปลี่ยนความเร็วไป Pace 8 จนจบ กะว่าจะจบสัก 3 ชั่วโมง วิ่งชมวิวไปเรื่อยๆ (แผนดีมากแต่ตอนวิ่งอีกเรืองนะ ครั้งที่สองอ่ะๆๆๆ)

“3 2 1 ปล่อยตัว” เราก็วิ่งไป พร้อมลูกโป่ง pacer ที่ผสมกันมาเรื่อยๆจนกระทั่งผ่านไป 500 เมตร พบว่าผมวิ่งอยู่กับ Pacer ที่จบ Half ที่ 3 ชั่วโมงและหันกลับไปข้างหลังไม่มีลูกโป่งอีกแล้ว เลยตกใจและถาม Pacer ว่า “น้องๆ เขา cut off กี่ชั่วโมง” น้องๆ Pacer ก็ทำหน้า งงๆ และตอบมาว่า “3 ชั่วโมง มั้งพี่” ส่วนแรกในใจคิดว่า “OK นี่วิ่งกับพวกเขาไปเรื่อยๆก็จบสามชั่วโมงพอดี” อีกใจคือ “จะดีหรอกดไปก่อนไหม ห่างๆไว้ก่อนสบายใจ” เลยลองวิ่งเกาะน้องเขาไปพบว่าไม่สนุกเลยอ่ะมันเขินๆไงไม่รู้ จังหวะนั้น Pacer ก็คุยกันกระหนุงกระหนิงว่า เราจ๊อกๆ ไปนะ pace 8 แต่ตอนที่เราวิ่งอยู่นั้นคือ Pace 6:30 เราทั้งฝูงเลยลดความเร็วลงให้เหลือ 8 แล้วค่อยๆวิ่งไปและผมพบว่า ผมคือคนสุดท้ายของกลุ่มที่วิ่ง Half … “เอ้ยอีกแล้ว” ไม่ชอบหรือไม่คุ้นความรู้สึกนี้เลยที่ต้องวิ่งไปพร้อม pacer ที่เป็น sweeper อึดอัดมาก คุมจังหวะไม่ได้ สติไม่ค่อยจะดีละ แต่ก็กังวลว่ากดยาวเกินไปอาจหมดกลางทางได้ ตอนนั้นในหัวเลยต่อสู้กันอยู่ว่าจะเอายังไง สุดท้ายเลยขอวัดดวงด้วยการกดไปก่อนสัก 10 โลแล้วเดี๋ยวดูกันว่าไปได้ห่างแค่ไหนแล้วคำนวณอีกที ในในคิด “ฝัดเอ้ย ว่าจะมาวิ่งสบายๆ จบละต้องกดละ” เลยปรับความเร็วไปที่แถวๆ 7-7:30 ตามที่เคยวิ่งมาล่าสุดก่อนแข่ง อย่างไรก็ตามก็พบว่าข้างหน้าช่างเวิ้งว้างเหลือเกิน ไม่เห็นใครเลยเป็นครั้งแรกที่วิ่งแล้วโดดเดี่ยวตั้งแต่โลแรกๆ “แม่ง ไปไวกันจังวะ” แต่ก็อั้นไว้ว่าจะไม่วิ่งเร็วกว่านี้เพราะรู้แน่ๆว่าหมดแน่นนอนที่โล 14 ถ้าวิ่ง Pace 6 ตัดสินใจวิ่งคนเดียวก็ได้วะ ไปเรื่อยๆ พบว่าวิ่งคนเดียวมืดๆเย็นๆนี่ทำร้ายจิตใจได้ดีเหลือเกิน เพราะไม่ใช่ซ้อมนะนี่วิ่งรายการ แต่ก็ต้องวิ่งให้จบเพราะตั้งใจมาก คิดว่าจบคนสุดท้ายก็ยังดีขอให้ได้เวลาที่อยากได้ก็พอ
พอคิดได้ก็รักษาความเร็ว หลังจากเปลี่ยนเส้นทางมาวิ่งบนถนนใหญ่ซึ่งเป็นสภาพถนนที่ Elite จะกดกันได้สุดเพราะทางตรงยาว ถนนดี อากาศดี ผมก็วิ่งของผมไปเรื่อยๆ ท่องสูตรคูณ ไป ขออย่างเดียวให้ห่าง Pacer กลุ่นนั้นไว้เป็นพอ … 2 หนึ่ง 2, 2 สอง 4, 2 สาม 6 แถวๆนี้ยังอุ่นใจเพราะยังมีนักวิ่ง Mini ที่วิ่งแรงๆวิ่งเป็นเพื่อนแซงไปเป็นระยะจนกระทั่งเลยจุดกลับตัวระยะ Mini เท่านั้นแหละ “โอวแม่เจ้า มีแต่เราและถนนโล่งๆข้างหน้าเท่านั้น” สิ่งเดียวที่ทำได้คือวิ่งต่อไปอย่าหยุดและอย่าให้ลูกโป่ง 3 ชั่วโมงแซง จนกระทั่ง 2 สี่ 8 เห็นคนกลุ่มเล็กๆลางๆใส่เสื้อสีเหมือนกันเริ่มเดินละ ในใจแม่งโคตรดีใจเลย “กูมีเพื่อนแล้วโว้ย ในที่สุดก็วิ่งทัน” พอวิ่งทันแน่นอนก็มีกำลังใจครับเลยลืมตัวกดใหญ่เลย ตึ๊บๆๆๆ ยาวไป pace 6 รู้ตัวตอน 2 ห้า 10 ดูเหลือบดูนากา เอ้าได้เวลา 1 ชั่วโมง 18 นาทีเฉย พบว่าความกลัวทำให้เรามีพลังขนาดนี้เลยหรอ ทำ new Personal Record ระยะ Half Marathon ได้เลยโดยเร็วกว่าเดิมหนึ่งนาที ดีใจได้สักพัก เอ้า กลับมาวิ่ง Pace เดิมก่อนสิพ่อเดี๋ยวหมด ถึงตรงนี้วิ่งสนุกละได้ Tempo เลยรักษาจังหวะไป เคาะไปเรื่อยๆวิวสวยมาก สองข้างทางเป็นไร่อ้อยและฟ้าเริ่มสาง เราก็ยังวิ่งไปเรือย จน 2 หก 12 กลับตัวดีใจมากเพราะระหว่างก่อนโล 12 ทางเริ่มวิ่งสวนกับผู้คนที่กลับตัวไปก่อนบ้างละทำให้ไม่จิตตกถึงแม้ว่ารู้อยู่แก่ใจว่าหลังกลับตัวแล้วก็ต้องวิ่งคนเดียวอยู่ดี !!!! แต่ก็เริ่มเห็นแววละว่าน่าจะวิ่งจบแบบไม่เจ็บและไม่ใช่คนสุดท้ายแน่นอน และแล้วสิ่งที่ผมไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นตอนโล 13 ขณะกำลังตั้งใจวิ่งดีๆตาเหลือบไปที่ถนนอีกฝั่งเห็นลูกโป่งขาวๆกำลังเดินสลับวิ่งมาอย่างสบายใจและบนลูกโป่งเขียนว่า Sweeper ซึ่งตรงนั้นผมห่างจากเขาประมาณเกือบ 4 โล …. ในใจคิดว่า นั่นไงโดน Pacer คนเมื่อเช้าอำแล้วไงมึง แม่งมี Sweeper เว้ย มึงก็กดมาซะยาวเลยสนุกไหมละสลัด แต่อีกใจคือนี่เราก็วิ่ง Pace นี้ได้มาไกลขนาดนี้เลยหรอ ไม่เคยทำได้เลยนะ มีกำลังใจวิ่งต่อไป ถึงโล 14 แดดมาละ เหลืออีก 7 โลจบแน่นอนแต่ว่าแดดร้อนขึ้นเรื่อยๆและที่สำคัญคือ มือบวม !!!! เอนี่มันอะไรนะทำไมมือบวมเลยวิ่งไปเปิดทอสับอ่านไปว่ามันคืออะไร พบว่ามันเป็นอาการที่เกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุลเนืองจากดื่มน้ำมากเกินไป วิธีการคือให้เปลี่ยนไปจิบน้ำเกลือแร่ และให้กินผลไม้ที่มีโปแทสเซียมเช่นกล้วยหรือแตงโม และอาการบวมจะหายไปเองหลังจากหยุดออกกำลังกายถึงจุดนี้พอโล 16 เลยเปลี่ยนวิธีการดื่มน้ำโดยเอาน้ำมาราดหัวแล้วดื่มน้ำเกลือแร่แทนอย่างไรก็ตามพบว่าการพกน้ำเกลือแร่วิ่งพอมันแห้ง เหนียวมืออีก โอยวิ่งไปรำคาญไปแต่ก็ต้องวิ่งต่อไปเคาะไปเรื่อยๆจุดนี้พอถึงโล 18 เริ่มต้องพักนานขึ้นละเพราะแดดร้อนมาก HR เริ่มสูงจะไปแตะ 180 ละสำหรับ pace 8 เลยตัดสินใจเดินบ้างเพือความปลอดภัยเพราะทั้งร้อนและเหนื่อยมากแล้วตอนนี้อัดต่อไปมีหวังพัง เคาะไปเรื่อยๆที่ Pace 8 – 9 บางทีก็เดินบ้างเพราะแดดร้อนจริงๆ พอผ่าน 20 โลมาได้เริ่มเข้ามาวิ่งในซอกซอย ที่มีร่มเงาบ้างทำให้มีแรงอีกครั้ง ในใจคิดว่าว่านี่แค่ 20 โลนะ พวกที่วิ่ง Full ต้องแกร่งเบอร์ไหนนะคือถ้าจะให้ไปต่อด้วยสภาพแบบนี้คงไม่เกิน 25 นี่ DNF แน่นอนคิดไปคิดมาก็วิ่งลอดสะพานกลับมาหน้าค่ายพร้อมกลับความเร็วระดับ Pace 6 ทำหน้าราวกับว่า สบายมากเลยนะพี่น้อง เข้าเส้นด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 51 นาทีเร็วกว่าที่คิดไว้ 9 นาทีซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับดีใจและอีกใจก็หวั่นใจเพราะรายการถัดไปคือ บางแสน 21 รู้ว่าต้องวิ่งด้วย Pace ประมาณนี้แหละถึงจะรอด Cut Off แต่ก็รู้ว่าน่าจะไหวนะซ้อมอีกนะ


หลังวิ่ง
พบว่าการวิ่งคนเดียวแบบข้างหน้าก็ไม่มีใครและข้างหลังมี Pacer ตามมาทั้งๆที่เขาก็ไม่กดดัน มันเครียดแค่ไหน ต่อไปคงต้องซ้อมต่อไปคงต้องพยายามวิ่งให้ HR ลดลงมาให้ได้จนถึงระดับที่วิ่ง Pace 7 ที่ Zone 2 ให้ได้ก่อนที่จะเริ่มคิดว่าจะไปวิ่ง Full Marathon ดังนั้นปีหน้าทั้งปีอยากจะฝึกให้วิ่ง Half Marathon ให้จบได้ในเวลา 2 ชั่วโมง 15 นาทีก่อน และวิ่ง Mini Marathon ให้ได้ต่ำกว่า 60 นาที

กีฬาวิ่งคือกีฬาที่เรามีเพื่อนร่วมทางเพียบเลยแต่คนที่เราแข่งด้วยมีคนเดียวคือ ตัวเอง

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.