Race Note เมืองเงาะ Half Marathon

งานวิ่งนี้โดนพี่อูป้ายยามาตั้งแต่ต้นปีเท่าที่จำได้พี่อูบอกว่างานน่ารักเมืองสวย เส้นทางวิ่งสวยมากเพราะจะวิ่งเลาะห้วยเข้าไปในสวนเงาะ วิ่งเสร็จสามารถนั่งแช่น้ำในลำห้วยเล่นได้ เด็กๆน่าจะชอบ ผมนี้กดซื้อเลย ยิ่งกว่านั้นผมยังบังคับบอสผม(คุณเจน)ไปวิ่งด้วยอีกต่างหาก

ก่อนวิ่ง : ตั้งแต่เดือน สิงหาคม เป็นต้นมาดูจากเวลาที่มีสำหรับการซ้อมทำให้ต้องยอมรับความจริงว่าเราไม่สามารถวิ่ง Full Marathon ได้ภายในสิ้นปีนี้ได้แน่ๆ เพราะเวลามีน้อยเหลือเกินวันธรรมดามีเวลาอย่างมากคือ 30-45 นาทีทำให้ต้องเปลี่ยนแผนคือเลื่อนการวิ่งมาราธอนไปเป็นปลายปีหน้า และซ้อม Performance แทนคือวิ่งให้เร็วขึ้นแทนในระยะสั้นๆเพื่อให้ปีนี้มีอะไรสำเร็จบ้างโดยอย่างน้อยต้องวิ่ง 5 กิโลให้ได้ต่ำกว่า 30 นาทีและวิ่ง 10 กิโลให้ตำกว่า 60 นาที ซึ่งเริ่มซ้อมมาประมาณ 1 เดือนเป็นที่เรียบร้อย และ ตอนนี้พยายามขึ้นบันไดให้ได้อย่างน้อย 20 ชั้นต่อวันเพื่อฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพราะหลังจากไปวิ่งเทรลมาแล้วพบว่าขายังไม่แข็งแรงพอที่จะยืนระยะยาวๆขนาด 5-6 ชั่วโมงได้ ดังนั้นช่วงนี้ก็จะบ้าๆขึ้นบันไดเยอะหน่อย

คืนก่อนวิ่งกินดีมาก นอนดีได้ประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง ตื่นตีสามมากินเพื่อเอาพลังงานเข้าก่อนวิ่ง 2 ชั่วโมงก่อนวิ่งรอบนี้เน้นขนมที่เป็นแป้งที่ให้พลังงานสูงๆ มีผลไม้บ้างเล็กน้อย การวิ่ง half รอบนี้เตรียมของติดตัวน้อยลงเช่นพกเจลไปแค่ 2 ซองขนมหนึ่งห่อ และ spray ลดอาการเจ็บน้ำพกกระบอกเล็ก 300 ml เน้นแวะกินตามจุดไม่กินระหว่างจุด 

แผน งานนี้ได้วิ่งกับเต๋าเป็นงานทางเรียบที่สองที่วิ่งด้วยกันเลยวางแผนกันว่าเราจะจบให้ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง เพราะครั้งแรกที่จบ Half ด้วยกันเราวิ่ง 3 ชั่วโมง 15 นาที ดังนั้น pace เฉลี่ยเราต้องอยู่ที่ 7:45 ตลอดและ 10 โลแรกเราจะวิ่งไม่หยุดเพื่อทำเวลาให้เหลือสำหรับ 10 โลหลัง 

วิ่ง: อากาศดีมาก ออกไปทางเย็นๆเพราะฝนตกหนักตลอดคืนก่อนปล่อยตัวบวกกับแถวนั้นเป็นเขาและป่ายางอย่างไรก็ตามก็ไม่มีอะไรน่ากังวล วอร์มไป 700-800 เมตรตามสูตร ยืด ดริลไปให้อบอุ่น ปล่อยตัวเราสองคนก็วิ่งรักษา pace ไปที่ pace ประมาณ 8 เพราะคนเยอะวิ่งเร็วไม่ได้วิ่ง pace 8 ไปสองโลก็เริ่มดึงไป pace 7:45 พบว่าอากาศดีมาก อุณภูมิดีทำให้คุม HR ได้ดีมาก มั่นใจมากว่าจะต่ำกว่า 3 แน่ๆ ถนนราดยางด้วยทำให้วิ่งง่ายมันจะนิ่มเท้ามากเมื่อเทียบกับปูน วิ่งไปได้ 4 โลรู้เลยว่าคิดถึงการวิ่งถนนและการมีเพื่อนวิ่งไปด้วยกันทำให้สนุกกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวมากๆ อย่างไรก็ตามเราก็ว่ามันมีเนินซึมๆให้เราวิ่งผ่านตลอดเส้นทาง เมื่อก่อนคงงองแงเดินขึ้นวิ่งลงแต่รอบนี้เหมือน จะสนุกมากกับการวิ่งขึ้นเนินและวิ่งเร็วมากตอนลงเนิน อาจจะเป็นเพราะฝึกขึ้นบันไดก็ได้ ผ่านไป 6 โลทุกอย่างเป็นไปตามแผนเวลาพอดีมาก จอดกินเจลซองแรก แล้ววิ่งต่อน้องๆที่จุดให้น้ำน่ารักมากให้กำลังใจตลอด ผ่านไปโล 8 เราวิ่งด้วย pace 7-7:30 กันเลยทีเดียวถือว่าดีมากจริงอยากวิ่งเร็วกว่านี้อีกแต่กลัวหมดเพราะยังไม่เคยวิ่ง pace นี้ยาวๆติดกันเกิน 10 โลเลย ช่วงนี้ถนนจะสวยมากเพราะเราจะวิ่งเข้าไปในสวนเงาะละ ระหว่างทางก็จะมีพี่ๆเจ้าของสวนเอาเงาะออกมาตั้งช้างทางให้กิน เงาะอร่อยมาก อย่างไรก็ตามผมก็กินได้ไม่เยอะเพราะจุก 🙂 ผ่านไปโล 10 กลับตัวมาละวิ่งย้อนทางเดิม อันนี้ง่ายเลยเพราะจำทางได้หมดละว่าตรงไหนขึ้นตรงไหนลงเนินเวลาที่เราผ่านจุดกลับตัวอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 20 นาทีถือว่าเป็นไปตามแผน เรามีเวลาสำรอง 9 นาที แปลว่าขากลับเราวิ่ง 1 ชั่วโมง 39 นาทีก็ยังทัน เป้าของเราซึ่งการวิ่งด้วยเวลาเท่านี้นี่สบายมาก 🙂 เรียกได้ว่าเดินยังทัน ขากลับสนุกมากเพราะเราจะเริ่มวิ่งเจอกับนั่งวิ่งสามระยะเลยคือ Full, Half และ Super Mini ตรงนี้แหละสนุกเพราะที่นี่คนแต่งแฟนซีเยอะมาก เราก็จอดถ่ายรูปไปสนุกสนานเฮฮา วิ่ง pace 7:30 ของเรายาวๆไป ผ่านไปถึงโล 17 พบว่าเวลาเหลือเยอะละประมาณเกือบๆ 40 นาทีผมเลยบอกเต๋าว่าเดี๋ยวผมขอแยกวิ่งไปก่อนนะ อีก 4 โลจะขอลองวิ่ง pace 6 ดูว่าจะได้แค่ไหนเผื่อว่าจะได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง 50 และถ้าจังหวะเข้าอาจจะได้ 2 ชั่วโมง 45 แต่มาถึงตรงนี้ผมว่าเราสองคนก็ภูมิใจมากละเพราะเราวิ่งกันไม่หยุดเลย 17 โลนี่เป็นระยะที่ยาวที่สุดของพวกเรา ถึงตรงนี้ผมก็กดไปเรื่อยๆเลยระหว่างทางฝนตกปรอยๆทำให้เย็นขึ้นไปอีกหายเหนื่อยและสดชื่นมากแต่ดันทะลึ่งมาหิวตอนโล  19 หิวแบบหิวเลยทำให้ต้องหยุดเดินแปปนึงแกะขนมที่เอาของลูกสาวออกมากินหนึ่งชิ้นจิบน้ำแล้วกดต่อ เข้าเส้นอย่างด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 46 นาที ถือเป็นเวลาที่ดีอันดับสอง แต่สภาพร่างกายดีกว่าตอนนั้นมากเพราะรอบนี้ HR โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 160 มีหลุดไป 168-170 บ้างตอนโลท้ายๆเพราะวิ่งเร็วกว่าปกติ ถือว่าแข็งแรงขึ้นมากและไม่มีอาการหอบเลยระหว่างวิ่ง เทียบกับตอนที่วิ่งที่สุดโขทัยถือว่าดีขึ้นเยอะเพราะรอบนั้นมีหน้ามืดช่วงนึงด้วย 

หลังวิ่ง: ยืดกล้ามเนื้อแบบที่เรียนมากับครูพิมพ์ยืดตั้งแต่วิ่งจบ นั่งรถกลับ นั่งกินข้าว นั่งพักที่โรงแรม นั่งรอเครื่องที่สนามบิน นั่งกินส้มตำที่ กทม ยืดหนักมาก จากนั้นสามทุ่มออกจากบ้านเดินทางมาสุวรรณภูมิ เดินทางไปอังกฤษอยากนอนตั้งแต่อยู่บนรถ ขึ้นเครื่องปุปยังไม่ทัน Taxi ออกจากที่จอดแทบจะคุยกับเจนไม่รู้เรื่องเพราะหมดมาก จากนั้นรู้ตัวอีกทีคือ 9:00 เวลาไทยแปลว่าหลับไป 9 ชั่วโมงแบบไม่รู้เรื่องเลย เจนบอกอาหารอร่อยมากพี่ 🙂 ตื่นมาไม่มีอาการบอดเจ็บใดๆลุกยืนได้ไม่ร้องโอดโอย แปลว่าโอเค มากเย็นนี้ต้องไปวิ่ง Recovery ตามแผนคือ 45 นาที แล้วดูกันต่อไปว่าผมสามารถฟื้นกลับมาได้ภายในสองวันไหน ถ้าได้แปลว่าดีมาก อย่างไรก็ตามการวิ่งครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่า ถ้าต้องวิ่งต่อไปอีก 6-8 โลก็ยังพอไหวนะ เป็นครั้งแรกที่เข้าเส้นแล้วรู้สึกว่า “ไม่มีอะไรนะก็แค่วิ่ง Half อีกรอบ” ตามที่พี่อูกับโก้เคยบอกเริ่มเป็นไปได้มากขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้มืดมน 

สรุปคือ การซ้อมวิ่งแบบ interval ทำให้เราแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสิ่งที่ต่างไปจากการซ้อมก่อนหน้านี้คือการซ้อม interval ครั้งนี้ผมวิ่งด้วยรอบขา 176-178 ทำให้ความเสี่ยงเรื่องการบาดเจ็บน้อยลงเนื่องจาก่อนหน้านี้เคย interval ละและพังเพราะรอบขาน้อยไปและขาไม่แข็งแรง การเดินขึ้นบันไป บวกกับ interval ทำให้รอบนี้วิ่งออกมาได้ดีมาก ดังนั้นซ้อมต่อไป

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.