ทำขึ้นและทำไม่ขึ้น

บริเวณที่ผมอาศัยอยู่เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และใกล้กับธนาคารเพื่อการเกษตร/สำนักงานใหญ่ ดังนั้นช่วงนี้แถวบ้านจะคึกคักมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ townhouse ต่างๆที่เคยปิดร้างและที่เคยมีกิจการก็ต่างสลับเปลี่ยนหน้าตากันไปตามยุคสมัย แต่จะมีอยู่หนึ่งคูหาที่ผมแอบสังเกตุมานานแล้วว่า “ใครมาทำก็ไม่ขึ้น” คือคูหานี้เท่าที่ผ่านมาสามถึงสี่ปีหลังเปลี่ยนเจ้าของที่มาเช่าไปแล้วสามที่สี่เจ้า และละเจ้าก็จะมี style ในการทำร้านไม่เหมือนกันไล่มาตั้งแต่ร้าน ส้มตำ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวตามสั่งที่ดู grand(ขึ้นมาหน่อย) ทุกเจ้าที่มาเปิดผมเป็นลูกค้าเสมอเพื่อศึกษาว่าแต่ละเจ้าแตกต่างกันอย่างไร แต่พบว่าสามเจ้านี้อยู่ได้ไม่นานก็จากไปจนกระทั่งผมเองก็คิดไปว่า “ที่ตรงนี้คงทำอะไรไม่ขึ้นแล้วหละ”

แต่เมือสองเดือนที่ผ่านมาผมก็เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งโดยที่ครั้งนี้เจ้านี้เปลี่ยนคูหาที่ว่าไปเป็นร้าน “กาแฟและบอร์ดเกม” ซึ่งสำหรับผมแล้วเออมันดูโอเคมากเลยเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างแหวกแนวมาก แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า “มันจะไปรอดหรอ” เพราะที่ผ่านมามันไปกันทุกร้านเลย ไม่เกินสามเดือนและแถวนี้ก็มีคนพยายามเปิดร้านกาแฟมาหลายที่ละอยู่ได้ไม่นานสักร้าน
เวลาผ่านไปสองเดือนร้านนี้ก็ยังอยู่และคนก็ยังดูหนาแน่นเต็มร้าน ผมก็เริ่มใจชื้นสัปดาห์ก่อนเลยแวะเข้าไปซื้อเครื่องดื่มในร้านดูว่าบรรยากาศร้านเป็นอย่างไร ก้าวแรกที่เหยี่ยบเข้าไปในร้านก็ได้รับการต้อนรับจากเจ้าของร้าน “สวัสดีครับ” อย่างพร้อมเพรียงนี่ก็เป็น first impression แล้วสำหรับผม จากนั้นก็เดินไปสั่งชามะนาวซึ่งปกติร้านก็จะรับ order และก็ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่ง แต่ที่นี่เจ้าของร้านถามกลับมาว่าจะรับเป็นแบบ “หวานปกติ หรือ หวานน้อย” ครับพร้อมด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม เป็นความประทับใจที่สองที่ได้รับ จากนั้นก็ย้ายไปดูบอร์ดเกมที่มีให้บริการน้องเขาก็เดินตามมาอธิบายว่าเกมมีกี่กลุ่มอัตราค่าบริการเป็นอย่างไรบ้างและถ้าผมสนใจสั่งก็สามารถฝากสั่งได้ (ความประทับใจที่สาม) หลังจากนั้นผมก็รับชาเย็นแล้วก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน

กลับมาถึงบ้านก็นั่งดูดชาเย็นและคิดไปว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่เราประทับใจร้านนี้เป็นเรื่องของความรู้สึกการเป็นเจ้าของของน้องทั้งสาม ความเอาใจใส่ หรือเราเรียกรวมๆว่า “อัธยาศัยดี” ซึ่งต่างจากสามเจ้าที่มาเปิดก่อนหน้านี้มากเลยทีเดียวสำหรับผมแล้วนี่เป็นจุดที่กระตุกความคิดเดิมผมให้เปลี่ยนไปในทันทีเลย เพราะทุกวันนี้ผมยังอยากปั่นจักรยานไปกินชามะนาวจากร้านนี้ทุกวันเพราะผมรู้สึกว่าเขาอัธยาศัยดีและนอกจากนี้ร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่ดีต่างจากร้านปกติทั่วไปคือไม่เน้นเรื่องการจุคนให้มากแต่เน้นที่ความรู้สึกสบายไม่อึดอัด

สำหรับผมหลังจากนั่งคิดอยู่สองสามวันก็คิดในใจว่าแม่เคยเล่าให้ฟังว่า งานบางอย่างหรือธุรกิจบางอย่างคนบางคนทำแทบตายทำไม่ขึ้น แล้วก็เที่ยวไปเตือนไปว่าคนอื่นว่าอย่าทำเลยเพราะทำไม่ขึ้นหรอกเขาลองมาแล้ว … แต่หลังจากนั้นไม่นานทีกคนมาทำ ที่เดียวกัน ทำเลเดียวกัน ธุรกิจเดียวกันกับคนก่อนแต่ผลที่ได้ออกมาคือเขาทำได้สำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อซึ่งปัจจัยของความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยหนึ่งในนั้นคือ อัธยาศัย เพราะอะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าต้องปฏิสัมพันธ์กับคนด้วยกันแล้วการมีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส จะสร้างความประทับใจให้ก่อเกิดได้ง่ายและเป็นที่น่าจดจำ ซึ่งความรู้สึกประทับใจครั้งแรกจะเป็นปัจจัยให้ลูกค้ากลับมาทำธุรกิจกับเราในครั้งต่อๆไป

“ของสิ่งเดียวกัน จะมีทั้งคนที่ทำขึ้นและทำไม่ขึ้น”

เพลงคลาสสิก

เมื่อคืนก่อนเห็นภาพนี้จาก Facebook ก็เลยเห็นว่าเออท่าทางในหนังแฮรี่ พอตเตอร์ เหมือนกันภาพนี้จริงๆก็เลยไปหา vdo บน youtube ดูเรื่องเกี่ยวกับ “conductor”
May-21-2013-18-50-10-conductorsandtheirspells
ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องดนตรีคลาสสิกอะไรมากมายครับ ดู vdo ไปเยอะมากและก็พบว่า conductor แต่ละคนจะมีท่วงท่าของตัวเอง บางคนเคลื่อนไหวราวกับเต้นรำ(Carlos Kleiber)คนนี้ผมชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกเป็นคนแก่ที่ cool มากพอย้อนไปดูตอนเป็นหนุ่มพบว่าหล่อมากกกกกเลย บางคนยืนหลับตา(Herbert von Karajan) บางคนเล่นเปียนโนด้วย(Daniel Barenboim)

และนอกจากนั้นเขาเหล่านั้นก็จะมีวิธีการตีความบทเพลงที่แตกต่างออกจากกันและผมเองก็เพิ่งสังเกตุว่าแม้จะเป็นเพลงเดียวกันแต่เมื่อเปลี่ยน conductor เพลงก็จะมีสำเนียงที่ต่างออกไป แต่ที่ผมชอบดูที่สุดคือตอนเขาซ้อมช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่เราจะได้เห็นวิธีการที่ conductor อธิบายการตีความ การสื่อสารกับนักดนตรีว่าโน๊ตตัวนั้นจะให้ออกเสียงอย่างไร conductor บางคนที่เล่นเครื่องดนตรีได้เองจะรู้แม้กระทั่งว่าจังหวะนี้ต้องรอให้นักดนตรีเตรียมลมหายใจสำหรับเครื่องเป่า และต้องเป่าแบบไหนถึงจะได้เสียงในแบบที่เขาอยากได้ยิน บางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด บางคนมีท่าทีอ่อนโยนและมีวิธีการใช้คำอธิบายที่ลึกซึ้งซึ่งสิ่งเหล่าน้ัน อีกสิ่งที่ผมชอบคือวิธีการสื่อสารระหว่างนักตนตรีกับ conductor คือภาษาที่เขาใช้มันเป็นภาษาที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูดคนต้องทำเสียง ดี๊ดาดัม ดุ้มดิ้ม กันและน่าแปลกใจคือเขาคุยกันรู้เรื่องด้วย ผมเลยเข้าใจว่าโน๊ตที่เขียนไว้เป็นการสร้าง abstraction ไว้ระดับหนึ่งเท่านั้นการ execute มันออกมาจะเป็นอย่างไรต้องอาศัยทั้ง conductor มาตีความและต้องอาศัยนักดนตรีที่สามารถสื่อสารกับตัวเองได้และเข้าใจว่าสิ่งที่เขาต้องการถ่ายทอดออกมาด้วย หลังจากดู VDO นี้แล้วผมก็รู้สึกว่า “เออ พอได้ฟังคำอธิบายจากศิลปินแล้ว เพลงคลาสสิกนี่มันก็เพราะดีเหมือนกันนะเหมือนภาพวาดเลยดูเฉยๆไม่สวยหรอกแต่พอฟังศิลปินอธิบายเท่านั้นแหละภาพสวยขึ้นมาทันที”

ภาษาไทย

เมื่อวานขับรถกลับจากสวรรคโลกมากรุงเทพระหว่างทางก็ต้องแวะซื้อของเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องปกติแต่รอบนี้ผมตัดสินใจเดินไปซื้อกาแฟที่ร้านกาแฟเล็กในร้านข้าวแกง ซึ่งแน่นอนว่าในร้านกาแฟเราก็ต้องดูเมนูก่อนว่าจะอยากกินอะไรซึ่งเมื่อวานผมอยากกินกาแฟเข้มๆไม่ผสมอะไรเลย ก็เลยสั่งเอาเพรสโซ่ จากนั้นก็นั่งดูเม็ดกาแฟชนิดต่างๆที่ทางร้านมีและก็นั่งดูคนขายชงไปรอดูว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวเรา ผ่านไปประมาณห้านาทียังไม่มีทีท่าที่คนขายจะเอาแก้วเล็กๆขึ้นมาวางบนเครื่องชงผมก็เดินไปดูโน่นนี่นั่นพอกลับมาคนขายก็เอาแก้วกาแฟเย็นวางแล้วบอกว่า 40 บาท ==” ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเห็นเขายุ่งอยู่ก็เลยจ่ายตังไปและคิดในใจว่าตะกี้ผมคงง่วงนอนสั่งกาแฟผิด แต่หลังจากนั้นผมก็ยืนดูดกาแฟเย็นอย่างสบายใจแล้วก็นั่งดูอยู่แถวๆนั้นและพบว่าไม่ว่าลูกค้าจะสั่ง ลาเต้ ม๊อคค่า คาปูชิโน่ หรืออะไรก็ตามที่ชื่อแปลกๆแล้วลงท้ายด้วย “เย็น” แม่ค้าจะชง “กาแฟ นมข้น ครีมเทียม นมพร่องมันเนย น้ำแข็ง” เหมือนกันหมด
Continue reading

เล่นนอกบ้าน

ได้ดูบอลไทยเล่นนัดชิงชนะเลิศฟุตบอล suzuki cup ที่มาเลเซียผมประทับใจมากในเรื่องฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องสกิลพื้นฐานเช่นการผ่านบอล การจับบอล และสภาพร่างกาย เรามีพัฒนาการขึ้นมากมายจากสมัยผมดูบอลทีมชาติมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือผมเห็นพัฒนาการเรื่องการควบคุมอารมณ์ของนักเตะไทยที่ สุขุม เยือกเย็น มากขึ้นมาก เริ่มตั้งแต่สภาพจิตใจก่อนจะเห็นว่าการเข้าไปเตะบอลท่ามกลางสนามที่ยิ่งใหญ่อย่าง Bukit Jalil Stadium ที่มีความจุหลักแสนเป็นสนามที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกและที่หนักกว่านั้นคือ Ultra Malaysia ที่เชียร์บอลได้ดคตรเทพ ขนาดผมนั่งดู vdo ใน youtube ยังนั่งน้ำตาไหลเลย ผมนึกไปถึงสมัยเป็นนักกีฬาตอนเป็นหนุ่มๆขนาดแข่งใน stadium ที่มีคนเชียร์ 500 คนร้องเพลงเชียร์ผมยังขนลุกซู่เลยนี่หลักแสนคงไม่ต้องพูด
Continue reading

เอาเครื่องบินลงจอด


เคยเขียนเรื่องการเอาเครื่องบินขึ้นไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมโดยที่เขียนเอาไว่ว่าการขึ้นต้องเร่งสุดกำลังเพื่อให้ออกทะยานไปให้ถึงระดับที่ปลอดภัยเพื่อบินไปยังเป้า
หมายที่เรากำหนดและระหว่างทางก็จะเจอหลมอากาศ ลมแรง ฝนตกบ้างอะไรบ้างจนกระทั่งจะถึงจุดหมายเราก็ต้องเเอาเครื่องลงจอดที่สนามบินและแน่นอนว่าการเอาเครื่องลงจอดก็ไม่ได้ง่ายกว่าการเอาเครื่องขึ้นเพราะระดับความอันตรายของการทำงานก็พอๆกัน แต่สำหรับผมดูแล้วการเอาเครื่องลงจะเป็นงานที่ยากกว่าการเอาเครื่องขึ้นเสียอีกเพราะอันนี้อาศัยความสอดคล้องของของสามอย่างคือ ระยะทาง ความเร็ว และมุมลงจอดโดยถ้าเราไม่สามารถควบคุมตัวแปรสามตัวนี้ให้อยู่ในค่าที่เหมาะสมได้เราจะไม่มีวันลงจอดได้ตรงลานบินเลย และที่สำคัญกว่านั้นคือการลงจอดแต่ละสนามบินก็จะมีความยากที่แตกต่างกัน
Continue reading

สวยงาม

1374549971-image-o
ภาพนี้มีอะไรให้คิด 30 วินาที …………………………………………………………………..

หมดเวลา…ภาพนี้เป็นภาพที่แพงที่สุดในโลกโดยราคาอยู่ที่ 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ผมเห็นครั้งแรกจาก post ใน pantip (http://pantip.com/topic/30752774) ที่มาจาก (http://www.techxcite.com/topic/13583.html) แล้วรู้สึกตกใจว่าทำไมภาพนี้ถึงได้มีราคาแพงขนาดนี้ผมก็นั่งไล่อ่าน comment ไปและพบว่ามีบางส่วนของ comment ที่เขียนไว้ได้ดีดังนี้

“ภาพแม่น้ำไรน์ภาพนี้ แม้มีขนาดใหญ่มากแต่ว่าภาพมีรายละเอียดสมบูรณ์ แสดงความลุ่มลึกของศิลปิน ครึ่งบนภาพเป็นท้องฟ้า เห็นแต่เมฆคลุมไปหมด(ความไม่เป็นระเบียบ) ในขณะที่ครึ่งล่างอาศัยการจัดองค์ประกอบภาพที่มีทั้งแม่น้ำ ทางเดิน ดิน หญ้า ถูกจัดวางให้เป็นแถบเส้นตรง (ความเป็นระเบียบ) ผลงานต่างๆที่ศิลปินถ่ายไว้ ถือว่าภาพนี้มีความเรียบง่ายมากที่สุด ดูสงบนิ่ง แต่ยังสามารถสื่อความหมายได้เหมือนกับภาพอื่นๆที่ถ่ายไว้ได้ จึงถือได้ว่าเป็นผลงาน masterpiece ระดับสูงสุดคืนสู่สามัญของAndrey

อีกทีครับ Andrey ไม่ได้คิดว่าฉันจะถ่ายแม่น้ำสวยๆซักรูปสองรูปแล้วก้อเดินไปถ่ายมานะครับ Andrey มีกระบวนการคิดถึง concept จนตกผลึกเสร็จแล้ว จึงออกเดินทางถ่ายรูปตามที่ตัวเองคิดไว้ เหมือนกับศิลปินจำนวนมากโดยเฉพาะ abstract ที่อาจจะวาดอะไรง่ายๆ แต่ทำให้คนดูที่ไม่เข้าใจคิดว่า กรูก้อทำได้นี้หว่า ทำไมรูปนี้ถึงได้รับการยกย่องกันนัก”

อ่านแล้วยังพอเข้าใจได้ดีครับแต่ถ้าถามผมว่า สมมติว่าผมมีเงินในมือ 10 ล้านเหรียญแล้วมีคนเดินเอาภาพนี้มาขายผมในราคา 4.3 ล้านเหรียญผมคงตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่า “ไม่ซื้อ” เพราะชีวิตผมมีเรื่องจำเป็นอย่างอื่นมากมายกว่าการซื้อภาพถ่าย …

“ราคาของของขึ้นอยู่กับระดับความเข้าใจของเจ้าของเงิน”

หนังสือ 10 เล่ม

ชอบมากเลยครับกับแคมเปญหนังสือ 10 เล่มที่ชอบโดยผมได้รับมา 5 คำเชิญมาจากทั้งพี่ Dome Charoenyost, ท่าน Parkpoom Maneeyod, พี่ Kulawat Pom Wongsaroj, พี่ Vatinee Boonpakorn และ อาจารย์ Kitt Tientanopajai … ตอนแรกเลยตอบพี่โดมผ่าน Facebook แต่ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าจดจำมากเลยจัดการลอกมาเขียนเป็นบล๊อกเลยดีกว่า โดยหนังสือ 10 หัวเรื่องที่ผมจำได้โดยไม่ต้องเดินดูชั้นหนังสือเลยประกอบไปด้วย

1. ใต้ทำเลสองหมื่นโยชน์ เรื่องของกัปตันนีโม่และเรื่องนอติลุสเป็นหนังสือที่แม่ซื้อให้ตั้งแต่เป็นเด็กและสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างผมเรื่องราวเหล่านั้นมันช่างมหัศจรรย์ยิ่งนักและอย่างที่บอก มันเป็นหนังสือที่ผมอ่านไม่ออกครับแต่ผมอ่านมันเป็นสิบรอบเลย 🙂 เพราะดูแต่รูป
2. ขอชื่อสุธีสามสี่ชาติ เป็นหนังสือที่อ่านประมาณตอนมอสอง ช่วงที่แม่ส่งมาเรียนพิเศษที่ กทม ตอนนั้นยังอ่านหนังสือเป็นเรื่องเป็นราวไม่เป็นแต่มาอยู่ กทม เพื่อนๆเริ่มชวนอ่านหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊กและหนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกที่อ่านจบแล้ว ขำมันทุกหน้า สาระแอบแฝงอยู่ตามหลืบแต่ทำให้ผมประทับใจมากว่าหนังสือไม่ได้มีแต่เรื่องน่าเบื่อ
3. ต่อมาก็เป็นหนังสือสอนเขียนโปรแกรมชื่อ Java Servlet Programming เป็นหนังสือที่อ่านทุกเม็ดเนื่องจากใช้ทำโปรเจคจบตอนเรียนนิด้า และหลังจากนั้นก็เอาไปทำมาหากินต่ออีกหลายปีถือเป็นตำราที่ทำให้ผมหาเงินจากการเขียนโปรแกรมได้เล่มแรกและทำให้รู้ว่านี่ไง “จาวาเร็วส์”
4. หนังสือเล่มต่อไปชื่อ “Tuesdays with Morrie” ได้รับคำแนะนำจากพี่เปิ้ล Vatinee Boonpakorn ให้อ่านเพราะเป็นหนังสือที่อ่านง่ายและแฝงไปด้วยปรัชญาการดำเนินชีวิตที่ดี ถือเป็นหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกที่ผมสามารถตั้งใจอ่านจบได้และส่งผลถึงการดำเนินชีวิตผมจนถึงปัจจุบันนี้
5. หนังสือเล่มถัดมาคือ “The Alchiment” เป็นหนังสือเล่มเล็กที่ได้รับการแนะนำมาจากพี่ๆที่ทำงานเหมือนกันหนังสือเล่มนี้ เปี่ยมไปด้วยพลังและเป็นต้นเหตุให้ผมกลายเป็นแฟนคลับของนักเขียนนาม Paulo Coelho และตามไปอ่านหนังสือเขาอีกหลายเล่ม
6. Rework หนังสือที่เขียนเรื่อง Agile โดยไม่ได้เอ่ยคำว่า Agile เลยแม้แต่คำเดียวอ่าน
7. หนังสือสงครามโลกครั้งที่สอง “สงครามโลกครั้งที่สอง บันทึกภาพประวัติศาสตร์” ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำรอยเสมอ อย่างน้อยประวัติศาสตร์จะถูกเขียนโดยคนชนะเสมอ ผมหลงไหลในเรื่องของการศึกษาประวัติศาสตร์มากมายโดยเฉพาะช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเพราะโลกที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้ได้เป็นโลกที่ได้รับอิทธิพลจากสงครามครั้งนี้โดยตรง
8.นิยายจีน “กระบี่เย้ยยุทธจักร” อำนาจหอมหวลเกินห้ามใจ เริ่มจากได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้ก่อนแล้วเกิดติดใจเเพราะถือว่าเป็นภาพยนต์ที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำพี่พิศดารเกินกว่าภาพยนต์จีนเรื่องใดๆ จึงเป็นเหตุให้ไปตามหาหนังสือชุดนี้มาจนได้และก็ได้มาเป็นของขวัญวันเกิดด้วย
9. จิตวิทยา “ผู้นำไร้ตำแหน่ง” อ่านกันเถอะครับ เขาเขียนดีมาก
10.แนวมุ้งมิ้ง “จดหมายรักของยาขอบ” อ่านหนังสือผู้ชนะสิบทิศของยาขอบตามคำแนะนำของแม่ อ่านจบพบว่าผู้ชายคนนี้ช่างร้ายเหลือในเรื่องสำนวนแต่อ่านนิยายก็ยังไม่กินใจเท่าอ่านจดหมายที่ท่านเขียนส่งให้สาวๆจริงๆ ไม่มีใครเขียนจดหมายด้วยสำนวนสุดกินใจได้ขนาดนี้อีกแล้ว

นี่คือหนังสือ 10 หัวเรื่องที่อยู่ในใจผมเสมอมา

โค้ช

วันนี้มีโอกาสได้คุยกับพี่ Pruth เรื่องงานโดยบทสนทนานำพาให้ผมคิดกลับไปถึงสมัยผมเป็นเด็กอีกแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่าผมเป็นเด็กบ้านนอกที่แม่อยากให้ว่ายน้ำเป็นเพราะแม่กลัวผมหนีไปเล่นน้ำกับเพื่อนตามคลองแล้วจะมีปัญหาเนื่องจากการห้ามเด็ก(อาจจะเป็นเด็กแบบผมคนเดียวมั้ง)ไม่ให้หนีไปเล่นน้ำนั้นเป็นเรื่องยากเพราะยิ่งห้ามก็ยิ่งเหมือนไปสร้างแรงบันดาลใจให้มันอยากไปเล่น แม่เลยป้องกันด้วยการสั่งให้ผมหัดว่ายน้ำให้เป็นแทนโดยช่วงแรกๆแม่ลงทุนพาไปหัดว่ายน้ำด้วยตัวเองที่แม่น้ำในอำเภอโดยจะไปพร้อมกับเพื่อนผมอีกหลายคนโดยที่ผลคือเพื่อนผมว่ายได้ทุกคนมีผมคนเดียวที่ว่ายไม่ได้ไปตกม้าตายตอนเงยหน้าหายใจ และแม่ก็ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะสอนให้ผมเงยหน้าขึ้นมาหายใจตามาตรฐานการว่ายแบบ Free Style ซึ่งในมุมมองของคนที่ว่ายเป็นแล้วนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากเพราะมันก็แค่เอี้ยวตัวขึ้นไปหายใจตามจังหวะเท่านั้นเอง แต่สำหรับเด็กๆอย่างผมแล้วไอ้การหายใจนี่เป็นเรื่องที่ยากมากกกกกกกก แม่ใช้ความพยายามอยู่หลายวันมาก แต่ผมก็ทำไม่ได้เราต่างก็ยอมพ่ายแพ้กันไป แต่แม่ผมยังไม่ยอมแพ้
แม่รอจนปิดเทอมใหญ่และตัดสินใจส่งผมไปเรียนว่ายน้ำที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยแม่หวังว่าน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์สำหรับการฝึกว่ายน้ำโดยวันแรกแม่ขับรถไปส่งและไปนั่งเฝ้าอยู่ข้างสระด้วยตัวเองเลยทีเดียวซึ่งการเรียนว่ายน้ำกับโค้ชนั้นต่างจากการเรียนว่ายน้ำกับแม่โดยสิ้นเชิง 🙂 การเรียนกับแม่และเพื่อนเพราะโค้ชจะเริ่มจาก
Continue reading

ปรับปรุง


สมัยเรียนมัธยมปลายแว๊บนึงของชีวิตเคยมีความคิดอยากเป็นสถาปนิก(Architect) เพราะเห็นพี่ชายเพื่อนเรียน ถาปัตย์จุฬา เห็นเขา sketch โน่นนี่นั่นแล้วมันเท่จริงๆเลย แต่ก็ค้นพบได้ด้วยตัวเองในเวลาไม่นานว่าคงไม่มีปัญญาได้เรียนคณะนี้เพราะไม่ เข้าใจการวาดภาพเลยและละแวกที่เรียนอยู่ไม่เปิดคณะนี้ เรื่องนี้เลยจบไป
Continue reading

สนามซ้อม

สนามซ้อมสำคัญแค่ไหนสำหรับกีฬาฟุตบอล หลังจากที่เรารู้กันแล้วว่าการเป็นนักกีฬาอาชีพนั้นการซ้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าเราไม่ซ้อมสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราคือเราจะเก่งเท่าเดิมไม่มีอะไรก้าวหน้า อย่างไรก็ตามสำหรับการซ้อมก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะซ้อมตรงไหนก็ได้เหมือนนักบอลบ้านเราที่จะแข่งที่ก็ไปซ้อมตามสนามวัดที่สภาพสนามแย่มากซึ่งสำหรับสภาพสนามแบบนั้นแน่นอนว่าเราจะซ้อมได้แต่เรื่องของกำลังเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องเทคนิคเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากเพราะใครจะไปซ้อม passing เนียนๆบนสนามที่มีแต่กรวดได้หนอ ตัวอย่างสนามซ้อมที่ดีที่ผมชอบคือ Melwood Park ของ Liverpool ที่นี่เขาลงทุนสร้างด้วยเงินมหาศาลเพื่อใช้เป็นสถานที่เพิ่มศักยภาพการเล่นของนักฟุตบอล ซึ่งหวังว่าสักฤดูกาลข้างหน้า Liverpool คงได้แชมป์ 🙂 ว่าแล้วก็ไปดูกันว่าเห็นแล้วอยากเตะบอลขนาดไหน การมีสนามซ้อมที่ดีจะช่วยสร้างความอยากให้นักเตะอยากมาซ้อมทุกวันอย่างมีความสุข

Continue reading