<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>roofimon</title>
	<atom:link href="http://www.roofimon.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.roofimon.com</link>
	<description>เรื่องทั่วไปในโลกของความ เร็วส์™</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Feb 2012 05:10:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ทำไม&#8221;แมนยู&#8221;</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2012/02/11/why-manchester-united/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2012/02/11/why-manchester-united/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 04:56:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แมนยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=635</guid>
		<description><![CDATA[นั่งรอลูกสาวเรียนศิลปะและนั่งเตรียมงานสำหรับสอน Pentaho วันจันทร์(เกือบเรียบร้อย)ก็นึกได้ว่าวันนี้ตอนเย็นมี &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่อย่าไปสนใจมันเลยรู้แต่ว่าวันนี้ต้องดูบอลและแน่นอนผมเชียร์แมนยู คำถามต่อมาคือทำไมต้องแมนยู? คำตอบต้องย้อนกลับไปไกลหน่อย ผมเป็นคนที่เตะบอลไม่เก่งแจ่พยายามสนใจฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กเพราะสงสัยว่าทำไมเพื่อนๆที่โตมาด้วยกันในที่ทำงานแม่มันถึงชอบบอลกันจังวะ ซื้อหนังสือสตาร์ซอคเกอร์รายเดือนกันแล้วก็มานั่งอ่านรายละเอียดเกมแข่งกันเพราะเมื่อก่อนไม่มี Youtube และสานีโทรทัศน์บ้านเราไม่ค่อยจะเอาภาพหลังเกมมาฉายให้ดูกัน ดังนั้นเด็กบ้านนอกแถวบ้านผมก็เลยต้องอ่านคำบรรยายเกมการแข่งที่เกิดไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งเดือนเป็นตัว &#8220;หนังสือ&#8221; แล้วจินตนาการกันเองว่าเขาเล่นกันยังไง???? สำหรับผมเองก็สงสัยว่ามันสนุกตรงไหนวะ? อีกสิ่งหนึ่งที่ทำกันเสมมอคือการสั่งเสื้อแข่ง(ปลอม) มาใส่เตะบอลกันสนุกสนานแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนกระทั่งได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ มันเป็นการ์ตูนพลิกชีวิตเลยเพราะเด็กๆสมัยผมจะบ้ากระหน่ำเตะบอลกันเป็นบ้าเป็นหลังเพราะการ์ตูนเรื่องนี้แหละและแน่นอนว่าทุกคนก็จะสมมติว่าตัวเองเป็น ซึบาสะ มิซากิ โน่นนี่เต็มไปหมดเพราะไอ้พวกนั้นมันเตะบอลเก่งกันอยู่แล้ว แล้วผมล่ะ? ไม่มีตำแหน่งเพราะเตะบอลไม่เก่งเลยต้องไปเป็น &#8220;วากาบายาชิ&#8221; แทน -/\- อย่างน้อยก็ยังได้เล่นกับเพื่อน เอาก็เอาไม่งั้นได้เลี้ยงหมาอยู่บ้าน อย่างไรก็ตามเรื่องบอลก็หายไปจากชีวิตผมหลังจากเรียนมัธยมชั้นปีที่สองเพราะช่วงนั้นนักบอลมันไม่เท่เป็นโกล์ยิ่งกากจัด จังหวะนั้นต้องเป็นนักบาสครับ เล่นบาสอยู่หลายปีจนได้ดีมีแฟน(เมียคนปัจจุบันก็เป็นผลงานของการเป็นนักบาสนี่แหละครับ) จากนั้นก็เข้ามหาลัย เอ้าเปลี่ยนอีกแล้วเพราะต้องมาเรียนที่ กทม คณะที่มีสนามบอลอยู่กลางคณะที่หนักกว่านั้นคือมีกรงล้อมเวลาเตะอยู่ข้างในเหมือนแข่งมวยปล้ำ Death Match บางทีมันก็ต่อยกันในนั้นแหละสนุกดี เออคณะนี้แม่งบ้า และเพื่อนผมที่นั่นทุกคนก็บ้าบอลเข้าเส้นอ่านหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเกอร์ทุกวันวันไหนไม่ได้อ่านมีลงแดงตาย ข้าวปลาไม่แดกได้แต่ต้องได้อ่านซอคเกอร์ ดังนั้นคำถามแรกที่พวกมันถามผมเวลาคุยกันคือ &#8220;มึงเชียร์ทีอะไร?&#8221; ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรตอบมั่วๆไปว่า &#8220;แอสตั้นวิลล่า&#8221; เพราะอะไรไม่รู้แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ลิเวอร์พูลเพราะหมั่นใส้ไอ้คนถามนี่แหละแม่ง &#8220;เก๊ก&#8221; (ไอ้คนถามก็เป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงปัจจุบัน) จากนั้นเรียนไปอีกสองปีที่เรียนที่นั่นวัฒนธรรมฟุตบอลก็ไหลเข้าตัวผมแบบบ้าคลั่ง ถึงขนาดไปเตะบอลกันตอนเที่ยงคืน ตีสอง แม่งบ้า แต่ผมก็ยังเชียร์ &#8220;วิลล่า&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2012/02/11/why-manchester-united/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>นั่งรอลูกสาวเรียนศิลปะและนั่งเตรียมงานสำหรับสอน Pentaho วันจันทร์(เกือบเรียบร้อย)ก็นึกได้ว่าวันนี้ตอนเย็นมี &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่อย่าไปสนใจมันเลยรู้แต่ว่าวันนี้ต้องดูบอลและแน่นอนผมเชียร์แมนยู <img src='http://www.roofimon.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  คำถามต่อมาคือทำไมต้องแมนยู? คำตอบต้องย้อนกลับไปไกลหน่อย</p>
<p>ผมเป็นคนที่เตะบอลไม่เก่งแจ่พยายามสนใจฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กเพราะสงสัยว่าทำไมเพื่อนๆที่โตมาด้วยกันในที่ทำงานแม่มันถึงชอบบอลกันจังวะ ซื้อหนังสือสตาร์ซอคเกอร์รายเดือนกันแล้วก็มานั่งอ่านรายละเอียดเกมแข่งกันเพราะเมื่อก่อนไม่มี Youtube และสานีโทรทัศน์บ้านเราไม่ค่อยจะเอาภาพหลังเกมมาฉายให้ดูกัน ดังนั้นเด็กบ้านนอกแถวบ้านผมก็เลยต้องอ่านคำบรรยายเกมการแข่งที่เกิดไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งเดือนเป็นตัว &#8220;หนังสือ&#8221; แล้วจินตนาการกันเองว่าเขาเล่นกันยังไง???? สำหรับผมเองก็สงสัยว่ามันสนุกตรงไหนวะ? อีกสิ่งหนึ่งที่ทำกันเสมมอคือการสั่งเสื้อแข่ง(ปลอม) มาใส่เตะบอลกันสนุกสนานแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนกระทั่งได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้</p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/3j6B_sPTygQ" frameborder="0" width="420" height="315"></iframe></p>
<p>มันเป็นการ์ตูนพลิกชีวิตเลยเพราะเด็กๆสมัยผมจะบ้ากระหน่ำเตะบอลกันเป็นบ้าเป็นหลังเพราะการ์ตูนเรื่องนี้แหละและแน่นอนว่าทุกคนก็จะสมมติว่าตัวเองเป็น ซึบาสะ มิซากิ โน่นนี่เต็มไปหมดเพราะไอ้พวกนั้นมันเตะบอลเก่งกันอยู่แล้ว แล้วผมล่ะ? ไม่มีตำแหน่งเพราะเตะบอลไม่เก่งเลยต้องไปเป็น &#8220;วากาบายาชิ&#8221; แทน -/\- อย่างน้อยก็ยังได้เล่นกับเพื่อน เอาก็เอาไม่งั้นได้เลี้ยงหมาอยู่บ้าน อย่างไรก็ตามเรื่องบอลก็หายไปจากชีวิตผมหลังจากเรียนมัธยมชั้นปีที่สองเพราะช่วงนั้นนักบอลมันไม่เท่เป็นโกล์ยิ่งกากจัด จังหวะนั้นต้องเป็นนักบาสครับ <img src='http://www.roofimon.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  เล่นบาสอยู่หลายปีจนได้ดีมีแฟน(เมียคนปัจจุบันก็เป็นผลงานของการเป็นนักบาสนี่แหละครับ)</p>
<p>จากนั้นก็เข้ามหาลัย เอ้าเปลี่ยนอีกแล้วเพราะต้องมาเรียนที่ กทม คณะที่มีสนามบอลอยู่กลางคณะที่หนักกว่านั้นคือมีกรงล้อมเวลาเตะอยู่ข้างในเหมือนแข่งมวยปล้ำ Death Match บางทีมันก็ต่อยกันในนั้นแหละสนุกดี เออคณะนี้แม่งบ้า และเพื่อนผมที่นั่นทุกคนก็บ้าบอลเข้าเส้นอ่านหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเกอร์ทุกวันวันไหนไม่ได้อ่านมีลงแดงตาย ข้าวปลาไม่แดกได้แต่ต้องได้อ่านซอคเกอร์ ดังนั้นคำถามแรกที่พวกมันถามผมเวลาคุยกันคือ &#8220;มึงเชียร์ทีอะไร?&#8221; ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรตอบมั่วๆไปว่า &#8220;แอสตั้นวิลล่า&#8221; เพราะอะไรไม่รู้แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ลิเวอร์พูลเพราะหมั่นใส้ไอ้คนถามนี่แหละแม่ง &#8220;เก๊ก&#8221; (ไอ้คนถามก็เป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงปัจจุบัน) จากนั้นเรียนไปอีกสองปีที่เรียนที่นั่นวัฒนธรรมฟุตบอลก็ไหลเข้าตัวผมแบบบ้าคลั่ง ถึงขนาดไปเตะบอลกันตอนเที่ยงคืน ตีสอง แม่งบ้า แต่ผมก็ยังเชียร์ &#8220;วิลล่า&#8221; จนกระทั่งสยามประเทศเรามีการจัดการถ่ายทอดสดศึกแดงเดือดครั้งแรกในประเทศไทยที่ The Mall บางกระปิเป็นวันที่สาวกเกรียนทั้งหลายนับวันรอเพราะจะได้ไปเชียร์ทีมโปรดและไปเข่นทีมตรงข้ามได้ในระดับ Mass เพราะในห้องนั้นใส่คนได้หลายพันมาก</p>
<p>และแล้ววันนั้นก็มาถึง ไอ้เพื่อนผมก็ยังถามว่า &#8220;วันนี้มึงเชียร์ทีมอะไร&#8221; ผมก็ยังตอบว่า&#8221;วิลล่างั้นกูไปนั่งกับมึงฝั่งลิเวอร์พูลก็ได้&#8221; จนกระทั่งเกมเริ่มขึ้นลิเวอร์พูลมาในชุดเขียวแสนเห่ยมีกัปตันทีมคือตำนานปีกอันลือลั่น &#8220;จอห์น บาร์น&#8221; ส่วนแมนยูมาในชุดแดงแรงส์นำทีมโดยขบถลูกหนังเกรียนเทพอย่าง &#8220;อีริก เดอะคิง&#8221; เกมวันนั้นเล่นกันแบบเนือยๆไม่ค่อยเสียวเท่าไหร่ จนกระทั่งช่วง ณ นาทีแมนยูได้ลูกเตะมุม เบ็คแฮม เดินไปที่มุมธงอย่างเยือกเย็นบรรจงเปิดบอลมากลางเขตโทษ ประตูหล่อๆอย่างเดวิด เจมส์ กระโดดออกมาชกบอลออกมาได้แต่บอลเด้งดุ๊กๆ จังหวะนั้นบอลมันเด้งเกือบจะเลยไปแล้ว แต่เขาคนนั้นคือเทพเจ้า เขากระเด้งถอยหลังไปหนึ่งจังหวะ ง้างเกือก กดเข้าไปที่บอลเพียงพริบตาบอลก็เข้าไปกองที่ตาข่าย เสียงเชียร์จากฝั่งแมนยูดังกระฮึ่มห้องนั้นแทบแตก อีไอ้บ้าวิ่งถอดเสื้อ โยนเสื้อกันมั่วไปหมด &#8220;เออแม่งหนุกดี&#8221; จบเกมผมนั่งเซ็ง &#8220;แสรดนั่งผิดฝั่ง&#8221;</p>
<p><iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/-y8d-JeRAMY" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็คิดได้ว่าจะอยู่สยามประเทศแล้วเชียร์บอลให้มันส์ มีทางเลือกแค่สองทาง &#8220;แมนยู&#8221; หรือ &#8220;ลิเวอร์พูล&#8221; เท่านั้น ดังนั้น <strong>&#8220;เพื่อนกูรักมึงว่ะ แต่กูเชียร์แมนยู&#8221;</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2012/02/11/why-manchester-united/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Super Bowl 46 ไม่ได้ดู</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2012/02/07/super-bowl-4/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2012/02/07/super-bowl-4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 06:37:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Super Bowl]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=628</guid>
		<description><![CDATA[ปีนี้ไม่ได้ดูสักเกมเลยแม้กระทั่งเกมซูเปอร์โบล ระหว่างอีลาย แมนนิ่ง กับ ทอม เบรดี้ สองควอเตอร์แบ็คเมียสวยจริงๆสองคนนี้เคยเจอกันมาแล้วเมื่อ Super Bowl ครั้งที่ 42 ซึ่งตอนนั้น อีลาย ก็ชนะไปแบบพลิกความคาดหมายเพราะ ทอม เบรดี้ เป็นควอเตอร์แบ็คที่ยิ่งใหญ่มากทำทีมนักรบกู้ชาติได้แชมป์ Super Bowl มาแล้วสามครั้งเป็นควอเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองในทำเนียบสิบสุดยอดควอเตอร์แบ็คและแน่นอนมีเมียชื่อ Gisele Bündchen นางแบบแสนสวยชาวบราซิลสวยแค่ไหนไปดูซะ เข้าเรื่องก่อนมาเจอกันครั้งนี้ก็หวังว่าจะได้ล้างตาเพราะจะได้สร้างสถิติเป็นเทียบเท่า โจ มอนทาน่า ที่ได้ครองแหวนนี้สี่ครั้งอย่างไรก็ตามการก้าวข้ามเส้นนั้นยากเย็นเหลือเกินเพราะปีนี้ก็พลาดท่าพ่ายแพ้ทีมรองอย่างนิวยอร์คไปเสียอีก ผมได้นั่งดูไฮไลท์ระหว่างพักกลางวันพบว่าเกมนี้เป็นเกมขว้างกันสนั่นโลกครับเพราะสองคนนี้มือทองทั้งคู่แต่ touch down ที่เท่ที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมาคืออันนี้ครับเป็น touch down ที่เกิดจากการวิ่งของตัววิ่งของแพททริออร์ดชื่อ Ahmad Bradshaw เป็น touch down ที่คว้าแหวนชนะเลิศมาให้และดูเขาทำครับคือแนวรับของไจแอนท์แตกเป็นรูใหญ่มากพอที่ตัววิ่งจะเต้นเบรคแต๊นเข้าไปได้เลย อีตาหมอนี่เลยวิ่งแล้วค่อยๆหย่อนก้นทำ Touch Down ในช่วงที่ทีมกำลังลุ้นว่าจะชนะหรือแพ้ มันกล้ามาก ตัวหนาเขียนผิครับเห็นไหมว่าไม่ได้ดู ==&#8221; ข้างล่างแก้ให้เรียบร้อยครับ สรุปเกมนี้เป็นเกมที่สนุกเลยทีเดียวเพราะถ้าดูจาก สถิติการทำแต้มตลอดทั้งสี่ควอเตอร์จะเห็นว่าไม่มีช่วงเหงาตบยุง แต่จะมีการทำแต้มตลอดช่วงโดยเฉพาะช่วงควอเตอร์สุดท้ายยิ่งสนุกเพราะบอมบ์กันมันมาก ที่สุดของที่สุดคือการเล่น Hell Mary ของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2012/02/07/super-bowl-4/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>ปีนี้ไม่ได้ดูสักเกมเลยแม้กระทั่งเกมซูเปอร์โบล ระหว่างอีลาย แมนนิ่ง กับ ทอม เบรดี้ สองควอเตอร์แบ็คเมียสวยจริงๆสองคนนี้เคยเจอกันมาแล้วเมื่อ Super Bowl ครั้งที่ 42 ซึ่งตอนนั้น อีลาย ก็ชนะไปแบบพลิกความคาดหมายเพราะ ทอม เบรดี้ เป็นควอเตอร์แบ็คที่ยิ่งใหญ่มากทำทีมนักรบกู้ชาติได้แชมป์ Super Bowl มาแล้วสามครั้งเป็นควอเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองในทำเนียบสิบสุดยอดควอเตอร์แบ็คและแน่นอนมีเมียชื่อ Gisele Bündchen นางแบบแสนสวยชาวบราซิลสวยแค่ไหนไปดูซะ<br />
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/HMWofLZ6gH8" frameborder="0" width="420" height="315"></iframe><br />
เข้าเรื่องก่อนมาเจอกันครั้งนี้ก็หวังว่าจะได้ล้างตาเพราะจะได้สร้างสถิติเป็นเทียบเท่า โจ มอนทาน่า ที่ได้ครองแหวนนี้สี่ครั้งอย่างไรก็ตามการก้าวข้ามเส้นนั้นยากเย็นเหลือเกินเพราะปีนี้ก็พลาดท่าพ่ายแพ้ทีมรองอย่างนิวยอร์คไปเสียอีก ผมได้นั่งดูไฮไลท์ระหว่างพักกลางวันพบว่าเกมนี้เป็นเกมขว้างกันสนั่นโลกครับเพราะสองคนนี้มือทองทั้งคู่แต่ touch down ที่เท่ที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมาคืออันนี้ครับเป็น touch down <span style="color: #ff0000;"><strong>ที่เกิดจากการวิ่งของตัววิ่งของแพททริออร์ดชื่อ Ahmad Bradshaw เป็น touch down ที่คว้าแหวนชนะเลิศมาให้และดูเขาทำครับคือแนวรับของไจแอนท์แตกเป็นรูใหญ่มากพอที่ตัววิ่งจะเต้นเบรคแต๊นเข้าไปได้เลย อีตาหมอนี่เลยวิ่งแล้วค่อยๆหย่อนก้นทำ Touch Down ในช่วงที่ทีมกำลังลุ้นว่าจะชนะหรือแพ้ มันกล้ามาก </strong></span> ตัวหนาเขียนผิครับเห็นไหมว่าไม่ได้ดู ==&#8221; ข้างล่างแก้ให้เรียบร้อยครับ<br />
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/lukzZohZtwQ" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe><br />
สรุปเกมนี้เป็นเกมที่สนุกเลยทีเดียวเพราะถ้าดูจาก สถิติการทำแต้มตลอดทั้งสี่ควอเตอร์จะเห็นว่าไม่มีช่วงเหงาตบยุง แต่จะมีการทำแต้มตลอดช่วงโดยเฉพาะช่วงควอเตอร์สุดท้ายยิ่งสนุกเพราะบอมบ์กันมันมาก ที่สุดของที่สุดคือการเล่น Hell Mary ของ ทอม เบรดี้ ตอนเหลือเวลา 5 วินาทีสุดท้ายมันคือการลุ้นที่สุดว่าใครจะรับได้เพราะใน End Zone เต็มไปด้วยผู้เล่นของทั้งสองทีมที่จะกระโดดรับลูกอย่างกับแย่งกระจาดงานแจกของฟรี<br />
อย่างไรก็ตามอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือโชว์ระหว่างพักครึ่งปีนี้คือ มาดอนน่า ป้ามหากาฬที่จะดูกี่ปีก็หน้าตาเหมือนเดิมโชว์พักครึ่งไม่เคยมีคำว่าห่วยครับมีแต่อลังการขึ้นทุกปีและทำให้เห็นการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การตั้งเวทีการแสดงและของประกอบการแสดง<br />
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/u970KvNCtr8" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2012/02/07/super-bowl-4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคาะโต๊ะกันไหม</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2012/02/02/my-cajon/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2012/02/02/my-cajon/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 08:03:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[cajon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=617</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องของเรื่องเริ่มจากอยากให้ลูกๆทั้งสองคนเล่นดนตรีเป็นแต่ผมเองก็เล่นอะไรไม่ค่อยจะเก่งนักกีตาร์ก็เล่นแบบพอไปวัดไปวาได้ตามประสาคนเรียนเอง ลูกคนแรกก็หวังจะเล่นให้ลูกดูทุกวันให้มันซึมเข้าเส้นไปก็ทำไม่ได้เพราะกีตาร์พังยังไม่ได้ไปซ่อมจนกระทั่งมันสี่ขวบแล้วยังไม่ได้ไปซ่อมเลยอย่างไรก็ตามได้ลองพยายามยีมเพื่อนมาเล่นและพบว่าเพลงที่เราเล่นได้ลูกไม่ชอบเพราะมันเป็นเพลงช้าๆลูกเต้นไม่ได้ มันก็หันตูดให้เดินจากไปอย่างไม่มีเยื่อใย ==&#8221; ก็พยายามคิดว่าจะทำยังไงให้ลูกมี beat ก่อน? ก็เลยต้องหาเพลงที่ฟังแล้วพริ้วๆขยับขาได้ คิดอยู่นาน ก็น่าจะลงที่แนวบอสซ่าโนว่า นี่แหละที่เหมาะหลังจากลองเปิดพบว่าได้ผลคือลูกเริ่มชอบแต่ทำยังไงให้มันนับจังหวะเป็น? สมัยเด็กๆเคยเรียนๆอยู่นึกครึ้มใช้ปากกาหรือมือเคาะโต๊ะเวลาคิดอะไรไหมครับ? แล้วก็โดนครูขว้างชอร์คใส่กระบาลกันไป ผมเป็นบ่อยเลยสงสัยว่าจะมีจังหวะอยู่ในหัวใจเยอะไปหน่อยโตมาก็ยังเป็นอยู่และเป็นเยอะขึ้นเพราะไม่มีคนด่าแล้วดังนั้นเวลาขับรถก็เคาะพวงมาลัยไปเรื่อยๆร้องเพลงไปอะไรไปและด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาจะสี่สิบปีพบว่ามีคนอยู่หนึ่งกลุ่มที่ไม่สามารถเคอาะจังหวะได้เลย(เมียผมเอง ==&#8221;) แม้กระทั่งจังหวะง่ายๆก็เริ่มสงสัยว่ามันเกิดจากอะไรหรือเพราะอะไรทำไมเขาไม่มี beat เลยหรือเพราะเขาไม่เคยเคาะโต๊ะ ==&#8221; แต่จะสอนลูกเคาะโต๊ะคงไม่งามเพราะเดี่ยวจะติดนิสัยเลยต้องหาต่อไปอีกว่าจะเอาอะไรให้มันเคาะและเราเคาะได้ด้วยจะได้เล่นด้วยกันและผมก็พบไอ้นี่ มันคือ คาฮอน(cajon) เครื่องดนตรีที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่ม Afro-Peruvian ตั้งแต่ประมาศตรววษที่ 18th ข้อดีของคาฮองคือมันเป็นเครื่องดนตรีที่เรียบง่ายมากเป็นกล่องๆที่เราคลึ้มอกคลี้มใจก็ไปนั่งเคาะเล่นได้เลยและก็ด้วยความเรียบง่ายนี่เองที่ผมคาดหวังว่านะจะเอาไปสอนเด็กๆเรื่องจังหวะได้ง่ายขึ้นโดยการเปิดเพลงที่จังหวะดีๆสักเพลงแล้วก็เคาะคาฮองไปให้ลูกเคาะตามหรือฟังไปทุกวัน จนซึมเข้าไปในสมองไปเองว่าการเคอะจังหวะพื้นฐานเป็นแบบนี้ ปัญหาต่อไปคือจะไปซื้อคาฮองจากที่ไหน ==&#8221; คิดอยู่นานจนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นของสิ่งนี้เข้าให้ โอ้แม่เจ้าพี่เขาบรรเจิดดีแท้ๆ ก็เลยตามไปที่เว็บ http://www.inattt.com/ พบว่าพี่เขามีโปรดักเยอะเกินคาดหมายอดรนทนไม่ไหวสั่งมาหนึ่งตัว ต้องขอขอบคุณ @inattt ด้วยครับที่บริการถึงใจมากด้วยการขับรถจากลาดกระบังมายังบางเขนเพื่อส่งของและมาสอนเล่นด้วยแถมด้วยการอยู่พูดคุยกันอีกสักพัก หลังจากได้ลองเล่นเองมาหายอาทิคย์ก็พบว่าคาฮองเป็นเครื่องดนตรีที่สนุกมากครับ เอามานั่งเขียนโค้ด คิดไม่ออกก็เคาะคาฮองเล่นได้ สักพักจะคิดออก แถมได้เล่นกับลูกสนุกสนานกันไปอีก สรุปส่วนตัวคิดว่ามันสนุกมากครับ มาเคาะโต๊ะกันเถิด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2012/02/02/my-cajon/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>
<div class="pie-gallery alignGalleryLeft">
<div class="pie-item" style="margin:10px 10px 10px 10px;">
<p class="pie-img-wrapper"><a href="https://picasaweb.google.com/103054764182433148733/Cajon#5704447197550012578"><img src="http://lh3.ggpht.com/-oH0urVB5Lu0/TypEgLHw6KI/AAAAAAAAD3o/pNWdNmtSgPQ/s160-c/397341_360632687280714_100000019582816_1452015_1896160514_n.jpg" alt="397341_360632687280714_100000019582816_1452015_1896160514_n.jpg" width="160" height="160" class="pie-img"/></a></p>
</div>
<div class="pie-item" style="margin:10px 10px 10px 10px;">
<p class="pie-img-wrapper"><a href="https://picasaweb.google.com/103054764182433148733/Cajon#5704447197475069442"><img src="http://lh4.ggpht.com/-880P54YnhxY/TypEgK15XgI/AAAAAAAAD3s/G70W_u-lBXg/s160-c/405290_10150478277862047_670347046_9095286_342253460_n.jpg" alt="405290_10150478277862047_670347046_9095286_342253460_n.jpg" width="160" height="160" class="pie-img"/></a></p>
</div>
<div class="pie-item" style="margin:10px 10px 10px 10px;">
<p class="pie-img-wrapper"><a href="https://picasaweb.google.com/103054764182433148733/Cajon#5704448110121914178"><img src="http://lh3.ggpht.com/-cyPo8oO3vIc/TypFVSt3D0I/AAAAAAAAD4M/2yRCaJ76AMQ/s160-c/406413_10150478274167047_670347046_9095273_1554320915_n.jpg" alt="406413_10150478274167047_670347046_9095273_1554320915_n.jpg" width="160" height="160" class="pie-img"/></a></p>
</div>
</div>
<p>เรื่องของเรื่องเริ่มจากอยากให้ลูกๆทั้งสองคนเล่นดนตรีเป็นแต่ผมเองก็เล่นอะไรไม่ค่อยจะเก่งนักกีตาร์ก็เล่นแบบพอไปวัดไปวาได้ตามประสาคนเรียนเอง ลูกคนแรกก็หวังจะเล่นให้ลูกดูทุกวันให้มันซึมเข้าเส้นไปก็ทำไม่ได้เพราะกีตาร์พังยังไม่ได้ไปซ่อมจนกระทั่งมันสี่ขวบแล้วยังไม่ได้ไปซ่อมเลยอย่างไรก็ตามได้ลองพยายามยีมเพื่อนมาเล่นและพบว่าเพลงที่เราเล่นได้ลูกไม่ชอบเพราะมันเป็นเพลงช้าๆลูกเต้นไม่ได้ มันก็หันตูดให้เดินจากไปอย่างไม่มีเยื่อใย ==&#8221; ก็พยายามคิดว่าจะทำยังไงให้ลูกมี beat ก่อน? ก็เลยต้องหาเพลงที่ฟังแล้วพริ้วๆขยับขาได้ คิดอยู่นาน ก็น่าจะลงที่แนวบอสซ่าโนว่า นี่แหละที่เหมาะหลังจากลองเปิดพบว่าได้ผลคือลูกเริ่มชอบแต่ทำยังไงให้มันนับจังหวะเป็น?<br />
สมัยเด็กๆเคยเรียนๆอยู่นึกครึ้มใช้ปากกาหรือมือเคาะโต๊ะเวลาคิดอะไรไหมครับ? แล้วก็โดนครูขว้างชอร์คใส่กระบาลกันไป <img src='http://www.roofimon.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  ผมเป็นบ่อยเลยสงสัยว่าจะมีจังหวะอยู่ในหัวใจเยอะไปหน่อยโตมาก็ยังเป็นอยู่และเป็นเยอะขึ้นเพราะไม่มีคนด่าแล้วดังนั้นเวลาขับรถก็เคาะพวงมาลัยไปเรื่อยๆร้องเพลงไปอะไรไปและด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาจะสี่สิบปีพบว่ามีคนอยู่หนึ่งกลุ่มที่ไม่สามารถเคอาะจังหวะได้เลย(เมียผมเอง ==&#8221;) แม้กระทั่งจังหวะง่ายๆก็เริ่มสงสัยว่ามันเกิดจากอะไรหรือเพราะอะไรทำไมเขาไม่มี beat เลยหรือเพราะเขาไม่เคยเคาะโต๊ะ ==&#8221; แต่จะสอนลูกเคาะโต๊ะคงไม่งามเพราะเดี่ยวจะติดนิสัยเลยต้องหาต่อไปอีกว่าจะเอาอะไรให้มันเคาะและเราเคาะได้ด้วยจะได้เล่นด้วยกันและผมก็พบไอ้นี่</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/d3dt8P-aaTE" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>มันคือ คาฮอน(cajon) เครื่องดนตรีที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่ม Afro-Peruvian ตั้งแต่ประมาศตรววษที่ 18th ข้อดีของคาฮองคือมันเป็นเครื่องดนตรีที่เรียบง่ายมากเป็นกล่องๆที่เราคลึ้มอกคลี้มใจก็ไปนั่งเคาะเล่นได้เลยและก็ด้วยความเรียบง่ายนี่เองที่ผมคาดหวังว่านะจะเอาไปสอนเด็กๆเรื่องจังหวะได้ง่ายขึ้นโดยการเปิดเพลงที่จังหวะดีๆสักเพลงแล้วก็เคาะคาฮองไปให้ลูกเคาะตามหรือฟังไปทุกวัน จนซึมเข้าไปในสมองไปเองว่าการเคอะจังหวะพื้นฐานเป็นแบบนี้<br />
ปัญหาต่อไปคือจะไปซื้อคาฮองจากที่ไหน ==&#8221; คิดอยู่นานจนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นของสิ่งนี้เข้าให้</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/PZwohp5HuLs" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>โอ้แม่เจ้าพี่เขาบรรเจิดดีแท้ๆ ก็เลยตามไปที่เว็บ <a href="http://www.inattt.com/">http://www.inattt.com/</a> พบว่าพี่เขามีโปรดักเยอะเกินคาดหมายอดรนทนไม่ไหวสั่งมาหนึ่งตัว ต้องขอขอบคุณ @inattt ด้วยครับที่บริการถึงใจมากด้วยการขับรถจากลาดกระบังมายังบางเขนเพื่อส่งของและมาสอนเล่นด้วยแถมด้วยการอยู่พูดคุยกันอีกสักพัก<br />
หลังจากได้ลองเล่นเองมาหายอาทิคย์ก็พบว่าคาฮองเป็นเครื่องดนตรีที่สนุกมากครับ เอามานั่งเขียนโค้ด คิดไม่ออกก็เคาะคาฮองเล่นได้ สักพักจะคิดออก <img src='http://www.roofimon.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  แถมได้เล่นกับลูกสนุกสนานกันไปอีก<br />
<strong>สรุปส่วนตัวคิดว่ามันสนุกมากครับ มาเคาะโต๊ะกันเถิด</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2012/02/02/my-cajon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หม้อฮ่อมแก้ววรรณา แพงจับใจแต่ก็ซื้อ</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2012/01/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2012/01/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 06:53:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[หม้อฮ่อม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ววรรณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=599</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อตอนน้ำท่วมมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายจังหวัดในภาคเหนือแต่ละจังหวัดก็มีจุดเด่นด้อยต่างกันไปแต่จังหวัดที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวมากที่สุดคือ แพร่ เพราะได้ไปซื้อหม้อฮ่อม!!!! หลายคนอาจสงสัยว่าไอ้หม้อฮ่อมที่ผมไปซื้อมันต่างจากหม้อฮ่อมทั่วไปที่เราเห็นๆกันตรงไหนเรื่องแรกคือ &#8220;ราคา&#8221; ยกตัวอย่างเช่นเตี่ยวสะดอเราอาจเคยซื้อกันตัวละไม่เกิน 400 บาทแต่ที่ผมไปซื้อตัวละ 1,000-1,600 บาท ==&#8221; แม่เจ้าแพงมากกกกกก แต่!!!!! อย่างเพิ่งตกใจครับความแพงทุกอย่างทีที่มาที่ไปว่าทำไปแพง อย่างแรกคือกระบวนการผลิตของหม้อฮ่อมเจ้านี้เป็นไปตามวิธีดั้งเดิมเกือบ 100% ผมไปนั่งดูโรงย้อมเขาแล้วครับเป็นโรงย้อมกลางนาสวยมากกระบวนการผลิดผ้ารายละเอียดการทำหม้อฮ่อมผมย่อมาจากบทความของร้ายที่ผมไปซื้อมาคือ แก้ววรรณา คัดย่อมาจาก &#8220;แพรพรรณหม้อห้อมแพร่&#8221; บทความ เขียนโดยวุฒิไกร ผาทอง 31 พค.54 การผลิตหม้อห้อมแบบดั้งเดิม การผลิตหม้อห้อมแบบดั้งเดิม หรือ หม้อห้อมธรรมชาตินั้น แบ่งเป็น ๕ ส่วน ส่วนแรกนั้นคือการทำเนื้อห้อมจากต้นห้อม เนื้อครามจากต้นคราม หรือเนื้อครามจากต้นเบิก พืช ๓ ชนิดที่ให้สีคราม คนแพร่ก็เรียกรวม ๆ ว่าต้นห้อม เรานำพืชและอย่างนั้นมาแช่ประมาณ ๖ – ๑๒ ชั่วโมง แล้วแต่สภาพอากาศ จนน้ำที่แช่ออกสีเขียว กรองเอาแต่น้ำมาตีกับปูน พอได้ที่ฟองสีน้ำเงินก็จะยุบตัว ปล่อยให้ตกตะกอน แล้วกรองเอาตะกอนมาใช้ ตะกอนนั้นเรียกว่าเนื้อห้อม หรือ เนื้อครามนั่นเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2012/01/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>เมื่อตอนน้ำท่วมมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายจังหวัดในภาคเหนือแต่ละจังหวัดก็มีจุดเด่นด้อยต่างกันไปแต่จังหวัดที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวมากที่สุดคือ แพร่ เพราะได้ไปซื้อหม้อฮ่อม!!!! หลายคนอาจสงสัยว่าไอ้หม้อฮ่อมที่ผมไปซื้อมันต่างจากหม้อฮ่อมทั่วไปที่เราเห็นๆกันตรงไหนเรื่องแรกคือ &#8220;ราคา&#8221; ยกตัวอย่างเช่นเตี่ยวสะดอเราอาจเคยซื้อกันตัวละไม่เกิน 400 บาทแต่ที่ผมไปซื้อตัวละ 1,000-1,600 บาท ==&#8221; แม่เจ้าแพงมากกกกกก แต่!!!!! อย่างเพิ่งตกใจครับความแพงทุกอย่างทีที่มาที่ไปว่าทำไปแพง อย่างแรกคือกระบวนการผลิตของหม้อฮ่อมเจ้านี้เป็นไปตามวิธีดั้งเดิมเกือบ 100% ผมไปนั่งดูโรงย้อมเขาแล้วครับเป็นโรงย้อมกลางนาสวยมากกระบวนการผลิดผ้ารายละเอียดการทำหม้อฮ่อมผมย่อมาจากบทความของร้ายที่ผมไปซื้อมาคือ <a href="http://kaewwanna.blogspot.com/" title="แก้ววรรณา">แก้ววรรณา</a><br />
<img alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-U7nlBO5tjt0/TwJyOmDAaYI/AAAAAAAAAOA/vdaTIRuGI2A/s1600/IMG_0008.JPG" class="alignnone" width="1600" height="1200" /><br />
<img alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-DBg0PCTuaLI/TwJyN9m2o6I/AAAAAAAAANo/eDXjzd4whJs/s1600/IMG_0002.JPG" class="alignnone" width="1600" height="1200" /></p>
<blockquote><p>คัดย่อมาจาก &#8220;แพรพรรณหม้อห้อมแพร่&#8221;<br />
บทความ เขียนโดยวุฒิไกร ผาทอง 31 พค.54</p>
<p>การผลิตหม้อห้อมแบบดั้งเดิม</p>
<p>การผลิตหม้อห้อมแบบดั้งเดิม หรือ หม้อห้อมธรรมชาตินั้น แบ่งเป็น ๕ ส่วน</p>
<p>ส่วนแรกนั้นคือการทำเนื้อห้อมจากต้นห้อม เนื้อครามจากต้นคราม หรือเนื้อครามจากต้นเบิก พืช ๓ ชนิดที่ให้สีคราม คนแพร่ก็เรียกรวม ๆ ว่าต้นห้อม เรานำพืชและอย่างนั้นมาแช่ประมาณ ๖ – ๑๒ ชั่วโมง แล้วแต่สภาพอากาศ จนน้ำที่แช่ออกสีเขียว กรองเอาแต่น้ำมาตีกับปูน พอได้ที่ฟองสีน้ำเงินก็จะยุบตัว ปล่อยให้ตกตะกอน แล้วกรองเอาตะกอนมาใช้ ตะกอนนั้นเรียกว่าเนื้อห้อม หรือ เนื้อครามนั่นเอง</p>
<p>ส่วนที่สองเป็นเรื่องของการทำน้ำด่างจากขี้เถ้า แบบเดียวกับที่คนโบราณเขากรองเอาไว้ซักผ้านั่นแหละ แต่แยกความเข้มข้นไว้เป็นน้ำหนึ่งน้ำสอง เพื่อใช้ต่างวาระกัน</p>
<p>ส่วนที่สามคือการก่อหม้อ บางแห่งเรียกว่าตั้งหม้อ นำเนื้อห้อมมาหมักรวมกับน้ำด่าง น้ำปูน น้ำตาล ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม อย่างเรื่องน้ำตาลนั้นบางเจ้าก็ใช้เหล้า น้ำซาวข้าว บ้างก็เป็นกล้วย อ้อย สัปรส เป็นสูตรร้านใครร้านมัน ซึ่งจะใช้เวลาในการหมักตั้งแต่ ๒ ชั่วโมง ถึง ครึ่งเดือน ถึงจะย้อมได้ นั่นก็มีผลในเรื่องความทนทานของสีที่ย้อมได้ต่างกันอีก</p>
<p>ส่วนที่ ๔ คือ การย้อมอยากได้สีเข้มก็ย้อมซ้ำอีกถ้าเส้นด้ายนั้นแห้งหมาด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะชอบใจถ้าได้ลองย้อม เพราะติดใจเรื่องการเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงินของเส้นฝ้ายย้อมที่ชุ่มน้ำย้อมเมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศ แล้วการย้อมห้อมธรรมชาติก็รู้สึกไว้วางใจ เบาใจไม่กลัวแพ้หรือคันตามมา และ ส่วนที่ ๕ นั้นเป็นการทอที่บางคนอาจสนุกกับการออกแบบให้ช่างทอ แต่ไม่สนุกกับการรอคอย กว่าจะเห็นของจริงก็ ๒ – ๔ เดือน</p></blockquote>
<p>ดังนั้นผลที่ได้จากการผลิตลักษณะนี้คือผ้าที่นุ่มละมุนอย่างที่ผมไม่เคยได้เห็นและสัมผัสมาก่อน เรียกได้ว่าจับครั้งแรกก็รู้แล้วว่าแพงแต่ก็จะซื้อเพราะใส่สบาย ไม่ร้อน ไม่คัน ไม่แข็งทื่อๆ ความรู้สึกนี้สามารถอธิบายได้ง่ายๆเช่นเราเดินไปดูและจับๆประเป๋าหลุยส์จะก๊อปเกรดเอหรือแท้ก็ตาม แล้วเราก็เดินไปดูกระเป๋าหลุยส์แบกะดินที่ตัดจากโรงงานนรกที่ไหนสักที่ เราจะเห็นและรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าไอ้ของแพงมันทำให้รู้สึกแตกต่างได้อย่างไร ดังนั้นการไปร้านครั้งแรกก็สอยมาสองตัวใส่เดินไปเดินมาจนญาติที่บ้านสงสัย ก็เลยอธิบายกรรมวิธีการผลิตและให้ลองสมผัส ผลที่ได้คือเราเหมารถตู้ไปสองคันเพื่อไปแวะซื้อของที่ร้านนี้โดยเฉพาะเรียกได้ว่าไปถล่มร้านเลยก็ว่าได้เพราะไปรื้อค้นของออกมาดูจนจะหมดโกดังเขาและพบว่ายังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจเช่นผ้าพันคอ ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน<br />
จากวันนั้นเป็นต้นมาเตี่ยวสะดอร้าน แก้ววรรณา ก็กลายเป็นเครื่องแบบของผมเวลาอยู่บ้านเสมอมา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2012/01/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันหวิวนะจ๊ะ</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2011/12/12/agitated/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2011/12/12/agitated/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Dec 2011 18:04:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Katy Perry]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=584</guid>
		<description><![CDATA[ระหว่างนั่งรอ Migrate Date ขนาดใหญ่พอควรก็ได้เวลามานั่งเขียนบล๊อกเรื่องหวิวๆหน่อยครับจริงๆมีวัตถุดิบฝ่ายชายแล้วสักพักแต่ฝ่ายหญิงยังหาไม่ได้เพิ่งมาได้ก็เพราะความบังเอิญ ทำไมต้องหวิว? จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของบุคคลิกของตัวแสดงที่ถูกสร้างออกมาให้ดูวาบหวิวสยิวใจดูแล้วมันยิ้มๆเช่นสมัยก่อนก็ต้องเป็น MV เพลง Crazy ของวง AerowSmith จะมีสาวคนไหนทำให้ใจหวิวได้เท่าสองนางใน mv นี้อีก ณ เวลานั้น ความรู้สึกนี้ไม่ได้เลยเถิดไปไกลนะครับมันเป็นแค่ความรู้สึกจี๊ดๆเมื่อได้ดู mv หรือเรียกว่าวาบวามกำละงดีไม่ได้ถึงขั้นโจ่งแจ้งแก้ผ้ากันถ้าไม่เชื่อลองนั่งดู Crazy สิครับดูสาวๆสองคนนั้นอีกที แต่อย่างไรก็ตามนั้นมันก็นานมากแล้วมาถึงยุคนี้สมัยนี้มีใครที่ทำ MV ออกมาแล้วได้ความรู้สึกนั้นบ้างสำหรับผมแล้วเธอคือเจ้าของท่อนสร้อย &#8220;I&#8217;mma get your heart racing In my skin tights jeans Be your teenage dream tonight Let you put your hands on me In my skin tight jeans Be your teenage dream [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2011/12/12/agitated/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>ระหว่างนั่งรอ Migrate Date ขนาดใหญ่พอควรก็ได้เวลามานั่งเขียนบล๊อกเรื่องหวิวๆหน่อยครับจริงๆมีวัตถุดิบฝ่ายชายแล้วสักพักแต่ฝ่ายหญิงยังหาไม่ได้เพิ่งมาได้ก็เพราะความบังเอิญ<br />
ทำไมต้องหวิว? จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของบุคคลิกของตัวแสดงที่ถูกสร้างออกมาให้ดูวาบหวิวสยิวใจดูแล้วมันยิ้มๆเช่นสมัยก่อนก็ต้องเป็น MV เพลง Crazy ของวง AerowSmith<br />
<iframe width="480" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/LGM5GkINMMI?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe><br />
จะมีสาวคนไหนทำให้ใจหวิวได้เท่าสองนางใน mv นี้อีก ณ เวลานั้น ความรู้สึกนี้ไม่ได้เลยเถิดไปไกลนะครับมันเป็นแค่ความรู้สึกจี๊ดๆเมื่อได้ดู mv หรือเรียกว่าวาบวามกำละงดีไม่ได้ถึงขั้นโจ่งแจ้งแก้ผ้ากันถ้าไม่เชื่อลองนั่งดู Crazy สิครับดูสาวๆสองคนนั้นอีกที แต่อย่างไรก็ตามนั้นมันก็นานมากแล้วมาถึงยุคนี้สมัยนี้มีใครที่ทำ MV ออกมาแล้วได้ความรู้สึกนั้นบ้างสำหรับผมแล้วเธอคือเจ้าของท่อนสร้อย</p>
<p>&#8220;I&#8217;mma get your heart racing<br />
In my skin tights jeans<br />
Be your teenage dream tonight<br />
Let you put your hands on me<br />
In my skin tight jeans<br />
Be your teenage dream tonight&#8221;</p>
<p>แน่นอนเธอคือ Katy Perry ที่มากับเพลง Teenage Dream ชื่อเพลงก็แสนจะเคลิ้มต้นเรื่องก็มาจากการเสพ Victoria Secret Fashion Show 2010 ที่เธอเอาเพลงนี้มาร้องบนเวทีเป็นเพลงแรกและเริ่มทีเดียวผมชอบท่อนสร้อยนี้มากจังหวะเพลงก็เท่ดี แต่ที่เท่กว่านั้นคือ MV ของเพลงนี้ครับทำออกมาดูดีมากดีตรงที่สื่อเรื่องฝันๆของวัยรุ่นในบางแง่มุมออกมาได้ชัดเจนสมชื่อเพลงที่สำคัญอีกอย่าง Katy Perry เล่น MV เองและเป็นช่วงที่เธอมีรูปร่างเข้าที่ที่สุดตั้งแต่เคยดูมาและผู้กำกับก็ช่างสรรหาฉากที่จะเอามาใส่จริงๆดูกี่ทีก็รู้สึกดี อีกส่วนที่ผมชอบคือเรื่องแบบนี้เรื่องของวัยรุ่นอมเริกันมักจะสื่อเรื่องความมีอิสระภาพออกมาผ่านฉากขับรถยนต์ไปไหนก็ไม่รู้ที่ดูไกลๆผ่านท้องทุ่งมีแสงแดดแผดเผาพร้อมกับหลับตายกแขนขึ้นฟ้าสัมผัสลมที่ปะทะเข้ามาเหมือนกับจะสูดเสรีภาพเข้าไปให้ซึมเข้าไปทุกอนูเซล ซึ่งจริงๆผมก็ไม่รู้หรอกว่าที่ประเทศนั้นเขาเป็นอย่างไรแต่ก็คิดเสมอว่านี่คือจุดขายของประเทศเขาที่ถึงแม้เวลาผ่านไปเกือบจะยี่สิบปีสำหรับผมประเทศนี้ก็ยังคงเสนอฝันเรื่องอิสระภาพออกมาได้อย่างสวยงามไม่มีเสื่อมคลาย ผมไม่เชื่อไปเสียทั้งหมดนะแต่ผมชอบ <img src='http://www.roofimon.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><iframe width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/98WtmW-lfeE?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2011/12/12/agitated/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสน่ห์ของการปีนหน้าผา</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2011/12/09/charming-of-rock-climbing/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2011/12/09/charming-of-rock-climbing/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2011 01:22:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนผา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=579</guid>
		<description><![CDATA[กลับมากรุงเทพสองวันเพื่อจัดการเรื่องงานและเรื่องเอกสารต่างๆสำหรับการเป็นผู้ประสบภัย เลยมีโอกาสได้ดูคลิปนี้ตอนเช้าระหว่างรอไปธนาคารเป็นเด็กสาวอายุ 18 เป็นนักปีนผามืออาชีพที่หัดปีนมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ !!! แต่ประเด็นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่เรื่องของเธอแต่เป็นเรื่องของความงามของกีฬาที่เธอเล่นอยู่นั่นคือการปีนผา Sasha DiGiulian. &#8220;Pure Imagination&#8221; 5.14d (9a). from Adidas Outdoor on Vimeo. ก่อนหน้านี้สักห้าปีก่อนมาปั่นจักรยานผมเองเคยวนเวียนกับการปีนหน้าปาอยู่สองปีพอเข้าใจอะไรเกี่ยวกับกีฬานี้บ้างอย่างน้อยก็มากพอที่จะเล่าความรู้สึกได้ ถ้าเราเอากีฬาชนิดนี้ไปเปรียบเทียบกับกีฬาที่ต้องเล่นคนเดียวชนิดอื่นเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือ อื่นๆเราจะพบความแตกต่างของกีฬาชนิดนี้อยู่บ้างซึ่งส่วนนี้ถือเป็นเสน่ห์ของกีฬาปีนหน้าผา อย่างแรกคือไม่ตืนเต้นการนั่งดูการปีนหน้าผาไม่ตื่นเต้นเลยแต่อาจจะดูดีกว่าการดูวิ่งมาราธอนหรือหารปั่นจักรยานระยะไกลสองอันนี้คือที่สุดแห่งความน่าเบื่อจะสนุกตอนจะเข้าเส้นชัยเท่านั้นเองแต่ปีนผานี่ดูไม่สนุกเลยก็ว่าได้แต่จะถ้าจะดูเรื่องการเคลื่อนไหวที่สวยงามผมรับรองว่าเราจะได้เห็นการเคลื่อนไหวร่างกาย การถ่ายน้ำหนัก การเปลี่ยนจุดสมดุลของร่างกายที่สวยงามอย่างยิ่ง เพราะแต่ละ move ที่เกิดขึ้นนั้นนักปีนต้องใช้ทั้งกำลัง เทคนิคเรื่องความสมดุลของร่างกาย และแน่นอนเราจะได้เห็นร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างตรากตรำเพื่อใช้งานจริง ไม่ใช่ร่างกายที่เกิดจากการเพาะขึ้นมาในสถานที่ออกกำลังกาย เราจะเห็นร่างกายที่ Lean มากๆของนักปีนหน้าผาทุกคน ต่อคือเป้าหมายของนักปีนผาที่ต้องการคือการพิชิตหน้าผาที่ขึ้นชื่อว่ายากและโหดเช่นหน้าผาในคลิปชื่อ Pure Imagination เป็นหน้าผาที่ยากระดับ 9A ถือว่ายากมากสำหรับมนุษย์เดินดินอย่างเราบางคนอาจจะสงสัยว่ามันยากแค่ไหนลองดูจากในคลิปได้ว่าจุดจับที่มีรอยชอร์คนั้นจะมีที่ให้เกาะได้ไม่เกินข้อแรกของนิ้วและใช้ได้ไม่เกินสามนิ้วบางทีใส่ได้นิ้วเดียว!!!การเล่นกีฬาอย่างอื่นอาจจะไม่มีการจัดลำดับความยากของเส้นทางเหมือนกีฬาชนิดนี้ดังนั้นการพิชิตผาได้เหมือนการเก็บ item ได้ในการเล่นเกมมันเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวเท่านั้น และแน่นอนว่าผาเหล่านี้ส่วนมากอยู่ในป่าดังนั้นจุดหมายของนักปีนผาคือการเผชิญหน้ากับธรรมชาติแต่เพียงลำพังจะมีก็แต่ผู้ช่วยอีกสองถึงสามคนเท่านั้นที่อยู่กับเรา ดังนั้นระหว่างการปีนมันคือการต่อสู้ระหว่างนักปีนกับธรรมชาติอันสวยงามนักปีนต้องใช้ทั้งกำลังและสมาธิเพื่อให้ผ่านจุดจับแต่ละจุดไปให้ได้จนถึงจุดหมายและเมื่อถึงจุดหมายแน่นอนว่า ไม่มีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีเหมือนการวิ่งเข้าเส้นเป็นที่หนึ่ง สิ่งเดียวที่นักปีนผาจะสัมผัสได้คือ &#8220;ความสะใจอย่างสงบ&#8221; ดีใจ แล้วก็เดินกลับบ้านนอนอย่างมีความสุขแทบจะไม่มีการลงบันทึกใดๆเรื่องความสำเร็จนี้ ไม่มีคนมาร่วมฉลองทุกอย่างหลังจากพิชิตผาได้ยังคงเหมือนเดิม เรายังเป็นตัวเราคนเดิม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2011/12/09/charming-of-rock-climbing/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>กลับมากรุงเทพสองวันเพื่อจัดการเรื่องงานและเรื่องเอกสารต่างๆสำหรับการเป็นผู้ประสบภัย เลยมีโอกาสได้ดูคลิปนี้ตอนเช้าระหว่างรอไปธนาคารเป็นเด็กสาวอายุ 18 เป็นนักปีนผามืออาชีพที่หัดปีนมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ !!! แต่ประเด็นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่เรื่องของเธอแต่เป็นเรื่องของความงามของกีฬาที่เธอเล่นอยู่นั่นคือการปีนผา<br />
<iframe src="http://player.vimeo.com/video/33306702?title=0&amp;byline=0&amp;portrait=0" width="400" height="225" frameborder="0" webkitAllowFullScreen mozallowfullscreen allowFullScreen></iframe>
<p><a href="http://vimeo.com/33306702">Sasha DiGiulian.  &#8220;Pure Imagination&#8221;  5.14d (9a).</a> from <a href="http://vimeo.com/user9560573">Adidas Outdoor</a> on <a href="http://vimeo.com">Vimeo</a>.</p>
<p>ก่อนหน้านี้สักห้าปีก่อนมาปั่นจักรยานผมเองเคยวนเวียนกับการปีนหน้าปาอยู่สองปีพอเข้าใจอะไรเกี่ยวกับกีฬานี้บ้างอย่างน้อยก็มากพอที่จะเล่าความรู้สึกได้ ถ้าเราเอากีฬาชนิดนี้ไปเปรียบเทียบกับกีฬาที่ต้องเล่นคนเดียวชนิดอื่นเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือ อื่นๆเราจะพบความแตกต่างของกีฬาชนิดนี้อยู่บ้างซึ่งส่วนนี้ถือเป็นเสน่ห์ของกีฬาปีนหน้าผา<br />
อย่างแรกคือไม่ตืนเต้นการนั่งดูการปีนหน้าผาไม่ตื่นเต้นเลยแต่อาจจะดูดีกว่าการดูวิ่งมาราธอนหรือหารปั่นจักรยานระยะไกลสองอันนี้คือที่สุดแห่งความน่าเบื่อจะสนุกตอนจะเข้าเส้นชัยเท่านั้นเองแต่ปีนผานี่ดูไม่สนุกเลยก็ว่าได้แต่จะถ้าจะดูเรื่องการเคลื่อนไหวที่สวยงามผมรับรองว่าเราจะได้เห็นการเคลื่อนไหวร่างกาย การถ่ายน้ำหนัก การเปลี่ยนจุดสมดุลของร่างกายที่สวยงามอย่างยิ่ง เพราะแต่ละ move ที่เกิดขึ้นนั้นนักปีนต้องใช้ทั้งกำลัง เทคนิคเรื่องความสมดุลของร่างกาย และแน่นอนเราจะได้เห็นร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างตรากตรำเพื่อใช้งานจริง ไม่ใช่ร่างกายที่เกิดจากการเพาะขึ้นมาในสถานที่ออกกำลังกาย เราจะเห็นร่างกายที่ Lean มากๆของนักปีนหน้าผาทุกคน<br />
ต่อคือเป้าหมายของนักปีนผาที่ต้องการคือการพิชิตหน้าผาที่ขึ้นชื่อว่ายากและโหดเช่นหน้าผาในคลิปชื่อ Pure Imagination เป็นหน้าผาที่ยากระดับ 9A ถือว่ายากมากสำหรับมนุษย์เดินดินอย่างเราบางคนอาจจะสงสัยว่ามันยากแค่ไหนลองดูจากในคลิปได้ว่าจุดจับที่มีรอยชอร์คนั้นจะมีที่ให้เกาะได้ไม่เกินข้อแรกของนิ้วและใช้ได้ไม่เกินสามนิ้วบางทีใส่ได้นิ้วเดียว!!!การเล่นกีฬาอย่างอื่นอาจจะไม่มีการจัดลำดับความยากของเส้นทางเหมือนกีฬาชนิดนี้ดังนั้นการพิชิตผาได้เหมือนการเก็บ item ได้ในการเล่นเกมมันเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวเท่านั้น และแน่นอนว่าผาเหล่านี้ส่วนมากอยู่ในป่าดังนั้นจุดหมายของนักปีนผาคือการเผชิญหน้ากับธรรมชาติแต่เพียงลำพังจะมีก็แต่ผู้ช่วยอีกสองถึงสามคนเท่านั้นที่อยู่กับเรา ดังนั้นระหว่างการปีนมันคือการต่อสู้ระหว่างนักปีนกับธรรมชาติอันสวยงามนักปีนต้องใช้ทั้งกำลังและสมาธิเพื่อให้ผ่านจุดจับแต่ละจุดไปให้ได้จนถึงจุดหมายและเมื่อถึงจุดหมายแน่นอนว่า ไม่มีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีเหมือนการวิ่งเข้าเส้นเป็นที่หนึ่ง สิ่งเดียวที่นักปีนผาจะสัมผัสได้คือ &#8220;ความสะใจอย่างสงบ&#8221; ดีใจ แล้วก็เดินกลับบ้านนอนอย่างมีความสุขแทบจะไม่มีการลงบันทึกใดๆเรื่องความสำเร็จนี้ ไม่มีคนมาร่วมฉลองทุกอย่างหลังจากพิชิตผาได้ยังคงเหมือนเดิม เรายังเป็นตัวเราคนเดิม &#8220;การเคลื่อนตัวอย่าง สมดุล พริ้วไหวกับธรรมชาติอันเงียบสงบ&#8221; นี่แหละเสน่ห์ของการปีนผา </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2011/12/09/charming-of-rock-climbing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Victoria Secret Fashion Show 2011 เกาหลีทั้งหลายหลบไปก่อน</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2011/12/02/victoria-secret-fashion-show-2011/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2011/12/02/victoria-secret-fashion-show-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Dec 2011 15:01:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Victoria Secret]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=570</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งเขียนของปี 2010 ไปเมื่อไม่นานก็ต้องมาเขียนถึงปี 2011 เพราะเพิ่งจะได้รับชมเมื่อวาน จริงๆแล้วติดตามมาสักระยะแล้วว่าปีนี้ใครจะมาเดินบ้าง ใครจะมาเป็นนักร้องรับเชิญบ้างปีนี้มีวงเด็ดอย่าง Maroon5 วงที่มีนักร้องนำหล่อระดับเทพมาเป็นวงรับเชิญจริงๆขะเขียนเรื่องโชว์ปีนี้ก็เขียนไม่ออกเพราะคงเขียนได้เหมือนเดิมคือ โคตรจะสวย เพลินตาเสียจริง ดูแล้วก็ดีใจว่าถึงแม้จะระทมกับน้ำท่วมไปไม่นานเมื่อมาดูโชว์นี้แล้วก็ลืมความระทมไปได้พักนึก โลกนี้ยังมีอะไรสวยๆงามๆให้ดูจรรโลงใจบ้างอะไรบ้าง ดังนั้นขอหยิบที่มาของคำว่า Victoria Secret Angels มาเล่าให้ฟังหน่อยว่ามันเริ่มมาจากไหนเหล่านางฟ้าที่เรามองกันให้เคลิ้มเหล่านี้นั้นสามารถเรียกได้อีกชื่อว่า &#8220;Runaway Angels&#8221; โดยที่จุดกำเนิดของนางฟ้าเริ่มต้นที่ปี 1997 โดยที่สาวๆชุดแรกประกอบไปด้วย Helena Christensen, Karen Mulder, Daniela Pestova, Stephanie Seymour, และ Tyra Banks สำหรับผมแล้วรู้จักคนเดียวคือ Tyra Bank เพราะเป็นเจ้าของรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง America&#8217;s Next Top Model อันโด่งดัง สาวๆชุดแรกได้รับการยอมรับอย่างมากมายกว้างขวางและนางฟ้าเหล่าก็นี้ก็ถูกนำไปใช้ในแคมเปญอื่นๆอีกมากมายแต่สิ่งที่โด่งดังมากที่สุดคือการปรากฏตัวของเหล่านางฟ้าบนเวที Run Away Show ประจำปีครั้งที่ 4 และหลังจากนั้นก็มีการเติมสาวๆเพิ่มเข้าและมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยๆหลายครั้งจนสุดท้ายกลายมาเป็น 11 นางฟ้า และความโด่งดังเรื่องความเซ็กซี่นี้ทำให้เหล่าสาวๆถูกคดเลือกให้นิตยสาร People ว่าเป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2011/12/02/victoria-secret-fashion-show-2011/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>เพิ่งเขียนของปี 2010 ไปเมื่อไม่นานก็ต้องมาเขียนถึงปี 2011 เพราะเพิ่งจะได้รับชมเมื่อวาน จริงๆแล้วติดตามมาสักระยะแล้วว่าปีนี้ใครจะมาเดินบ้าง ใครจะมาเป็นนักร้องรับเชิญบ้างปีนี้มีวงเด็ดอย่าง Maroon5 วงที่มีนักร้องนำหล่อระดับเทพมาเป็นวงรับเชิญจริงๆขะเขียนเรื่องโชว์ปีนี้ก็เขียนไม่ออกเพราะคงเขียนได้เหมือนเดิมคือ โคตรจะสวย เพลินตาเสียจริง ดูแล้วก็ดีใจว่าถึงแม้จะระทมกับน้ำท่วมไปไม่นานเมื่อมาดูโชว์นี้แล้วก็ลืมความระทมไปได้พักนึก โลกนี้ยังมีอะไรสวยๆงามๆให้ดูจรรโลงใจบ้างอะไรบ้าง<br />
ดังนั้นขอหยิบที่มาของคำว่า Victoria Secret Angels มาเล่าให้ฟังหน่อยว่ามันเริ่มมาจากไหนเหล่านางฟ้าที่เรามองกันให้เคลิ้มเหล่านี้นั้นสามารถเรียกได้อีกชื่อว่า &#8220;Runaway Angels&#8221; โดยที่จุดกำเนิดของนางฟ้าเริ่มต้นที่ปี 1997 โดยที่สาวๆชุดแรกประกอบไปด้วย Helena Christensen, Karen Mulder, Daniela Pestova, Stephanie Seymour, และ Tyra Banks สำหรับผมแล้วรู้จักคนเดียวคือ Tyra Bank เพราะเป็นเจ้าของรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง America&#8217;s Next Top Model อันโด่งดัง สาวๆชุดแรกได้รับการยอมรับอย่างมากมายกว้างขวางและนางฟ้าเหล่าก็นี้ก็ถูกนำไปใช้ในแคมเปญอื่นๆอีกมากมายแต่สิ่งที่โด่งดังมากที่สุดคือการปรากฏตัวของเหล่านางฟ้าบนเวที Run Away Show ประจำปีครั้งที่ 4 และหลังจากนั้นก็มีการเติมสาวๆเพิ่มเข้าและมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยๆหลายครั้งจนสุดท้ายกลายมาเป็น 11 นางฟ้า และความโด่งดังเรื่องความเซ็กซี่นี้ทำให้เหล่าสาวๆถูกคดเลือกให้นิตยสาร People ว่าเป็น &#8220;100 Most Beautiful People in the World&#8221;และหลังจากนั้นมาเราจะเห็นนางแบบชื่อดังอีกหลายคนที่ถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Runaway Angels เช่น Rosie Huntington-Whiteley,Claudia Schiffer, Eva Herzigova, Ana Hickmann, Oluchi Onweagba, Jessica Stam, Quiana Grant, Emanuela de Paula, Lais Ribeiro. Ana Beatriz Barros และ Daria Werbowy<br />
ทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นอดีตสำหรับปัจจุบันแล้วเหล่านางฟ้าของ Victoria Secret ประกอบไปด้วย Adriana Lima, Alessandra Ambrosio, Miranda Kerr, Doutzen Kroes, Candice Swanepoel, Lindsay Ellingson, Erin Heatherton, Chanel Iman, Behati Prinsloo และ Lily Aldridge แต่ละคนก็จะมีบุคคลิกที่ต่างกันผสมกันไปทั้งหวาน เปรี้ยว ซ่า ทอมบอย ถ้าใครไม่เคยเห็นหน้าก็ลองดูได้จาก vdo สั้นนี้ก่อนนะครับ</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/rawKFHUBPQQ" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>อย่างไรก็ตามสำหรับโชว์จริงๆแล้วมีสาวๆแค่นี้คงไม่พอครับในแต่ละปีจะต้องมีสาวสวยทั้งหมด 35-37 คนมาร่วมแสดง เพราะจะจับเอานางแบบตัวหลักมาวนเปลี่ยนชุดเดินให้ครบทั้งสี่ธีมคงจะยากน่าดูชมดังนั้นในแต่ละปีก็จะมีนางแบบรับเชิญที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาเพิ่มสำหรับการโชว์โดยเฉพาะซึ่งกระบวนการคัดเลือกสาวๆก็จะมีมาตรฐานที่ดีและสูงมากเพราะเราจะเห็นว่าสาวๆรับเชิญในแต่ละปีถึงแม้จะไม่ได้เป็นนางแบบชื่อดังแต่ก็มีคุณสมบัติดีมากนั่นคือ เซ็กซี่ ไม่น้อยหน้ากันสักคนซึ่งกระบวนการคัดเลือกก็ดูดีมากครับ</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/fI8C2zkaLZY" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูโชว์เต็มๆของปี 2011 กันเลยดีกว่าครับ สำหรับผมทุกปีเราจะนั่งดูด้วยกัน พ่อ แม่ ลูก แต่ปีนี้พิเศษที่ครอบครัวเราหนีน้ำท่วมมาที่ สวรรคโลก ทำให้ปีนี้เราได้ดูกันอย่างอบอุ่นทีเดียว พี่ ป้า น้า อา ลูกเด็ก เล็กแดง</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/nra8P1LSDhQ" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>ดูแบบเด็มๆได้ที่ Youtube Play List นี้ครับ <a href="http://www.youtube.com/watch?v=nra8P1LSDhQ&#038;feature=list_related&#038;playnext=1&#038;list=SP8A3713498B5A7918">2011 Victoria&#8217;s Secret Fashion Show</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2011/12/02/victoria-secret-fashion-show-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Victoria Secret 2010 มหัศจรรย์ล้ำลึกสวยบาดใจ</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2011/11/14/victoria-secret-2010/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2011/11/14/victoria-secret-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2011 14:54:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Victoria Secret]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=562</guid>
		<description><![CDATA[มีคนค้นหาคำว่า &#8220;Victoria Secret&#8221; ใน Google แล้วมาเจอเว็บนี้บ่อยมาก บ่อยจนน่าสงสัยว่าเจตนาของคนค้นนั้นคืออะไรเพราะ &#8220;Victoria Secret&#8221; สำหรับสยามประเทศมีความหมายโดยอ้อมคือสถานที่ที่สามารถหาน้ำอุ่นๆอาบได้ หลายๆท่านคงคิดว่าผมเขียน review สถานที่นี้ไว้ทุกปีเพราะผมเขียนเกี่ยวกับมันจริงๆแต่ไม่ใช่เรื่องอาบน้ำนะมันเป็นเรื่อง &#8220;Victoria Secret Show&#8221; ต้นเรื่องของอาการคลั่งการดูโชว์นี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญประมาณสี่ปีที่แล้วระหว่างที่ผมพาครอบครัวไปพักผ่อนที่จังหวัดจันทรบุรีที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ระหว่างวันซึ่งเป็นช่วงที่ลูกสาวนอนกลางวันเราสองผัวเมียก็ไม่รู้จะทำอะไรจะ &#8220;ทำ&#8221; ก็ไม่ได้เดี๋ยวจะยุ่งลูกตื่นเราก็เลยต้องนอนดูเคเบิ้ลท้องถิ่นดูวนไปเวียนไปก็ไม่มีอะไรดู ช่องที่ดีที่สุดคือ Fashion Channel และในเมื่อมันดีที่สุด ณ วันนั้นเราก็เสพมันเข้าไป Fashion จนกระทั่งเราเจอเทปการแสดง &#8220;Victoria Secret&#8221; สิ่งมหัศจรรย์ของ &#8220;Victoria Secret&#8221; คือนางแบบครับ ถ้านางงามจักรวาลคือการรวมเอาสาวงามที่เพียบพร้อมเป็นตัวแทนจากทั่วโลกให้มาประชันโฉมกันทุกปี &#8220;Victoria Secret&#8221; คืองานที่ผู้หญิงที่ได้รับการขนานนามว่า Sexy ที่สุดในโลกมารามกันมากที่สุด โดยแต่ละนางก็จะมีความ Sexy ในแบบของตนไม่ซ้ำแบบกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ท่วงท่า กริยา เราจะได้เห็นความหลากหลายของความ Sexy มากที่สุดในโลกก็งานนี้แหละครับ ดังนั้นผมขอเรียกมันว่าอภิมหาโชว์ ที่ต้องดูทุกปีและไม่ใช่ดูธรรมดานะครับต้องตั้งตารอคอยกันเลยทีเดียวนิยามคำว่า Sexy ถูกจับมารวมกันไว้หมดที่เวทีแห่งนี้ ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2011/11/14/victoria-secret-2010/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>มีคนค้นหาคำว่า &#8220;Victoria Secret&#8221; ใน Google แล้วมาเจอเว็บนี้บ่อยมาก บ่อยจนน่าสงสัยว่าเจตนาของคนค้นนั้นคืออะไรเพราะ &#8220;Victoria Secret&#8221; สำหรับสยามประเทศมีความหมายโดยอ้อมคือสถานที่ที่สามารถหาน้ำอุ่นๆอาบได้ <img src='http://www.roofimon.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  หลายๆท่านคงคิดว่าผมเขียน review สถานที่นี้ไว้ทุกปีเพราะผมเขียนเกี่ยวกับมันจริงๆแต่ไม่ใช่เรื่องอาบน้ำนะมันเป็นเรื่อง &#8220;Victoria Secret Show&#8221;</p>
<p>ต้นเรื่องของอาการคลั่งการดูโชว์นี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญประมาณสี่ปีที่แล้วระหว่างที่ผมพาครอบครัวไปพักผ่อนที่จังหวัดจันทรบุรีที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ระหว่างวันซึ่งเป็นช่วงที่ลูกสาวนอนกลางวันเราสองผัวเมียก็ไม่รู้จะทำอะไรจะ &#8220;ทำ&#8221; ก็ไม่ได้เดี๋ยวจะยุ่งลูกตื่นเราก็เลยต้องนอนดูเคเบิ้ลท้องถิ่นดูวนไปเวียนไปก็ไม่มีอะไรดู ช่องที่ดีที่สุดคือ Fashion Channel และในเมื่อมันดีที่สุด ณ วันนั้นเราก็เสพมันเข้าไป Fashion จนกระทั่งเราเจอเทปการแสดง &#8220;Victoria Secret&#8221;</p>
<p>สิ่งมหัศจรรย์ของ &#8220;Victoria Secret&#8221; คือนางแบบครับ ถ้านางงามจักรวาลคือการรวมเอาสาวงามที่เพียบพร้อมเป็นตัวแทนจากทั่วโลกให้มาประชันโฉมกันทุกปี &#8220;Victoria Secret&#8221; คืองานที่ผู้หญิงที่ได้รับการขนานนามว่า Sexy ที่สุดในโลกมารามกันมากที่สุด โดยแต่ละนางก็จะมีความ Sexy ในแบบของตนไม่ซ้ำแบบกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ท่วงท่า กริยา เราจะได้เห็นความหลากหลายของความ Sexy มากที่สุดในโลกก็งานนี้แหละครับ ดังนั้นผมขอเรียกมันว่าอภิมหาโชว์ ที่ต้องดูทุกปีและไม่ใช่ดูธรรมดานะครับต้องตั้งตารอคอยกันเลยทีเดียวนิยามคำว่า Sexy ถูกจับมารวมกันไว้หมดที่เวทีแห่งนี้</p>
<p>ปี 2010 มีนางฟ้าที่ถูกคัดเลือกมา 36 นางแบ่งเป็นสามกลุ่มคือ นางฟ้าในสังกัด นางฟ้ารับเชิญให้กลับมาร่วมเดินแบบ และนางฟ้าหน้าใหม่มีรายนามดังนี้</p>
<p>นางฟ้าในสังกัด(10):<br />
Adriana Lima (Brazil) – Alessandra Ambrosio (Brazil) – Behati Prinsloo (Namibia) –  Candice Swanepoel (South Africa) – Doutzen Kroes (The Netherlands) – Chanel Iman (USA) – Erin Heatherton (USA) – Lily Aldridge (USA) – Lindsay Ellingson (USA) – Miranda Kerr (Australia)</p>
<p>นางฟ้ารับเชิญให้กลับมาร่วมเดินแบบ (14):<br />
Anha Rubik (Poland) – Anne Vyalitsyna (Russia) – Constance Jablonski (France) – Emanuela De Paula (Brazil) –<br />
Flavia de Oliveira (Brazil) – Izabel Goulart (Brazil) – Jacquelyn Jablonski (USA) – Julia Stegner (Germany) - Lais Ribeiro (Brazil) – Lily Donaldson (UK) – Liu Wen (China) – Magdalena Frackowiak (Poland) – Maryna Linchuk (Belarus) –<br />
Shannan Click (USA)</p>
<p>นางฟ้าหน้าใหม่(12):<br />
Anais Mali (France) – Bregje Heinen (The Netherlands) – Cameron Russell (USA) – Caroline Brasch Nielsen (Denmark) – Elsa Hosk (Sweden) – Jessica Clarke (New Zealand) – Joan Smalls (Peurto Rico) – Karlie Kloss (USA) – Karmen Pedaru (Estonia) – Toni Garnn (Germany) – Shanina Shaik (Australia) –Sui He (China)</p>
<p>ลองสุ่มหยิบชื่อแต่ละคนแล้วไปค้นรูปใน Google ดูนะครับ มหัศจรรย์บางคนก็พกสามีมาให้กำลังใจกันถึงขอบเวที บางคนลูกหนึ่ง ลูกสองก็ยังสวยเพริดพริ้งกระทิงขวิดเห็นแล้วก็ปลื้มใจว่าโลกนี้มีสิ่งสวยงามให้ดูมากมายนักสำหรับปีนี้คนที่มาแรงสวยสลัดคือ Alessandra Ambrosio ออกมาแต่ละ turn</p>
<p>ผมก็ไม่ได้มีความรู้เรื่อง Fashion อะไรมากมายครับแต่ผมรู้ว่า 35 นาทีที่ได้นั่งดู Victoria Secret Fashion Show มันคือความ Sexy ขั้นสุดยอดของโลกครับขอเชิญเสพ อย่ามัวแต่ดูนางฟ้าเพลินนะครับของอีกอย่างที่ขาดไม่ได้สำหรับ Victoria Secret คือ ปีก!!!!!!!!!!</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/jXCxecGWJr4" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2011/11/14/victoria-secret-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กังฟูแพนด้ากับไอน์สไตน์</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2011/11/14/kungfu-panda-einstein/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2011/11/14/kungfu-panda-einstein/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Nov 2011 17:50:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=555</guid>
		<description><![CDATA[หนีน้ำมาอยู่บ้านที่สวรรคโลกก็ร่วมเดือนแล้วมีโอกาสได้ทำอะไรเยอะแยะไปหมด(แต่ก็ยังต้องทำงานอยู่นะ) เพราะการใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวะนั้นปัญหาเรื่องการเดินทางแทบจะไม่มีเนื่องจากทำงานอยู่ในบ้านประชุมในบ้านผ่านอินเทอร์เน็ท หิวก็บิดมอไซไปกินข้าวห้านาทีก็ถึง แถมค่าเทอมลูกก็ยังถูกว่าประมาณ 5 เท่า(เรื่องนี้ต้องเขียนแยกอีกเรื่องหนึ่ง) นอกจากนี้ยังสามารถไปบ้านพ่อตาแม่ยายได้บ่อยขึ้นเพราะอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งชั่วโมง เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเลยได้ไปนอนค้างที่ตากมาได้ไปดูกระทงสายอันเลื่องชื่อเป็นครั้งที่สองงานลอยกระทงสายยังคงงดงามเหมือนเคย อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ทำเสมอเวลาไปบ้านพ่อตาแม่ยายคือไปนอนดูการ์ตูนเพราะพี่ชายเมียเอาลูกชายมาฝากให้พ่อตาแม่ยายเลี้ยงเห็นมันมาตั้งแต่เกิดเล่นด้วยตั้งแต่เล็กจนนี่มันสองขวบครึ่งแล้วได้เวลานั่งดูการ์ตูนกับมันเสียทีโดยที่เรื่องล่าสุดที่ได้ดูคือเรื่องกังฟูแพนด้าภาคหนึ่ง จริงๆผมเองดูไปหลายรอบแล้วเหมือนกันแต่ไม่ได้ตั้งใจดูมากเนื่องจากลูกสาวกวนอยู่เสมอมารอบนี้เลยได้ดูเป็นจริงเป็นจังมาก ดูไปห้ารอบเพราะอย่างว่าเด็กมันไม่เบื่อหรอกดูจริงดูจังดูจนจำได้ว่าเดี๋ยวมันจะพูดอะไรจะได้เป็นฉากๆมันก็ยังดู ก่อนจะไปไกลกว่านี้หยุดเรื่องกังฟูแพนด้าไว้ก่อนขอกระโดดไปที่กิจกรรมคู่ขนานที่ได้ทำระหว่างหนีน้ำอีกอย่างคือการอ่านหนังสือ หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่านคือ นักวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์ เป็นหนังสือที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ในภาคพื้นยุโรปเป็นหลักในช่วงปี 1900-1945 ว่าเป็นอย่างไร(ต้องเขียนแยกอีกเรื่อง) แต่มีใจความบางช่วงประมาณกลางๆเล่มที่เขียนถึงไอน์สไตน์ในวัยเด็กที่ผมอ่านแล้วมันสามารถเอามาประกอบกับเรื่องกังฟูแพนด้าได้เป็นอย่างดีมันคือเรื่อง &#8220;การศึกษาแบบอุตสาหกรรม&#8221; ไอน์สไตน์ในวัยเด็กถูกส่งไปเรียนโรงเรียนที่สอนในรูปแบบของโรงเรียนทหาร หลังจากเรียนไปได้สักพักครูในโรงเรียนนั้นก็บอกกับไอน์สไตน์ว่าเปลี่ยนโรงเรียนเสียเถิดคนอย่างเขาไม่มีวันที่จะจบจากโรงเรียนแบบนี้ได้และไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จอะไรได้เลยในชีวิตนี้? หลังจากนั้นอีกไม่กี่สิบปีไอนสไตน์ได้รับรางวัลโนเบลสาขสฟิสิกส์และถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟิสิกส์ที่เก่งที่สุดในโลก โปแพนด้ายักษ์ที่ใฝ่ฝันว่าจะเป็นยอดจอมยุทธ์และถูกระบุโดยความบังเอิญหรือไม่ก็ไม่รู้ว่าเป็นนักรบมังกรในตำนาน แต่หลังจากนั้นก็ถูกนำตัวไปฝึกในโรงฝึกของสำนักแต่ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่ก้าวหน้ามีแต่ถอยหลังจนกระทั่งอาจารย์ถอดใจและได้แต่บ่นว่าจะเป็นไปได้อย่างไรเพราะเมื่อดูจากลักษณะพื้นฐานแล้วเจ้าแพนด้าอ้วนๆตัวนี้ก็ไม่มีคุณสมบัติของการเป็นจอมยุทธ์เลย แต่!!! ตอนจบแพนด้าตัวนี้กลายเป็นนักรบมังกรเพราะอาจารย์ไปค้นพบวิธีการฝึกที่เหมาะสมและสร้างแรงจูงใจให้แพนด้านั้นตั้งใจเรียนวิทยายุทธ์ได้อย่างตั้งใจจนกระทั่งแตกฉานและกลายเป็นนักรบมังกรในตำนานได้ในที่สุด จากสองเรื่องที่อยู่คนละโลกกลับมีส่วนคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อนั่นคือคนที่ไม่มีคุณลักษณะใดๆเลยที่จะสามารถผ่านระบบการศึกษาพื้นที่วางไว้เพื่อ&#8221;ผลิต&#8221; ให้เกิดผลผลิตที่มีมาตรฐานเดียวกันกลับกลายเป็นยอดคนได้ด้วยกระบวนการสอนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนๆนั้นโดยเฉพาะเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องน่าคิดอีกเรื่องหนึ่งก็ได้ว่าการศึกษาเป็นเรื่องของปริมาณจริงหรือไม่เราสร้างกรอบการเรียนรู้เพื่อวางและวัดอย่างแน่นอนว่าถ้าใครก็ตามที่ไม่สามารถผ่านวิธีเหล่านี้ได้ถือว่าเขาไม่คู่ควรกับอาชีพการงานนี้อันนี้จริงหรือไม่ ทำให้เหมือนกับร้านขายเสื้อผ้ามาตรฐานที่มีขนาดให้เลือก S,M,L,XL ถ้าใส่ไม่ได้ก็ซวยไป หรือเราควรจะหันกลับมาลองคิดดูใหม่ว่ากการศึกษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมันเป็นเรื่องที่ต้องคิดหาวิธีกาารสอนให้เหมาะกับบุคคลนั้นๆแทนที่จะให้บุคคลนั้นปรับตัวเข้าหาระบบเรื่องนี้อาจดูบ้าแต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เพราะหลังจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีในการทำงานจริงๆผมพบว่าปริญญาเป็นเรื่องที่ผมไม่สนใจอีกต่อไปในการหาเพื่อนร่วมงานสิ่งที่ผมสนใจคือความสนใจของคนๆนั้นมากว่าบางคนอาจจบสาขาอื่นมาและอาจเรียนไม่จบเลยแต่คนเหล่านั้นสามารถทำงานได้ดีมีความใฝ่รู้มากกว่าคนที่จบมาจากกระบวนการผลิตแบบอุตสาหกรรมหลายช่วงตัว ดังนั้นผมอยากจะบอกกับหลายๆคนว่าบางทีเราเจอคนที่พบปัญหาว่าทำไมเรียนยังไงก็เรียนไม่ได้ ไม่สนุก ไม่เข้าเส้น เลิกเรียน บางทีมันไม่ใช่ความผิดของคนเหล่านั้นมันเป็นความผิดของระบบต่างหากระบบมันห่วยเกินว่าที่คนเหล่านั้นจะทำใจอยู่กับมันได้ เราเลิกถามกันได้ไหมว่า &#8220;จบจากที่ไหน ทำงานที่ไหน&#8221; แล้วก็ร้องโอวมันเท่เสียจริงแต่หารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นมันกลวงสิ้นดีเพราะจริงๆแล้วทำอะไรกันไม่เป็นเลย เปลี่ยนมาเป็น &#8220;เล่าให้ฟังหน่อยคุณทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรมาบ้างและตอนนี้ได้ทำอะไรบ้างทำให้ดูหน่อย&#8221;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2011/11/14/kungfu-panda-einstein/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p style="text-align: left;">หนีน้ำมาอยู่บ้านที่สวรรคโลกก็ร่วมเดือนแล้วมีโอกาสได้ทำอะไรเยอะแยะไปหมด(แต่ก็ยังต้องทำงานอยู่นะ) เพราะการใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวะนั้นปัญหาเรื่องการเดินทางแทบจะไม่มีเนื่องจากทำงานอยู่ในบ้านประชุมในบ้านผ่านอินเทอร์เน็ท หิวก็บิดมอไซไปกินข้าวห้านาทีก็ถึง แถมค่าเทอมลูกก็ยังถูกว่าประมาณ 5 เท่า(เรื่องนี้ต้องเขียนแยกอีกเรื่องหนึ่ง)</p>
<p style="text-align: left;">นอกจากนี้ยังสามารถไปบ้านพ่อตาแม่ยายได้บ่อยขึ้นเพราะอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งชั่วโมง เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเลยได้ไปนอนค้างที่ตากมาได้ไปดูกระทงสายอันเลื่องชื่อเป็นครั้งที่สองงานลอยกระทงสายยังคงงดงามเหมือนเคย</p>
<p style="text-align: left;">อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ทำเสมอเวลาไปบ้านพ่อตาแม่ยายคือไปนอนดูการ์ตูนเพราะพี่ชายเมียเอาลูกชายมาฝากให้พ่อตาแม่ยายเลี้ยงเห็นมันมาตั้งแต่เกิดเล่นด้วยตั้งแต่เล็กจนนี่มันสองขวบครึ่งแล้วได้เวลานั่งดูการ์ตูนกับมันเสียทีโดยที่เรื่องล่าสุดที่ได้ดูคือเรื่องกังฟูแพนด้าภาคหนึ่ง จริงๆผมเองดูไปหลายรอบแล้วเหมือนกันแต่ไม่ได้ตั้งใจดูมากเนื่องจากลูกสาวกวนอยู่เสมอมารอบนี้เลยได้ดูเป็นจริงเป็นจังมาก ดูไปห้ารอบเพราะอย่างว่าเด็กมันไม่เบื่อหรอกดูจริงดูจังดูจนจำได้ว่าเดี๋ยวมันจะพูดอะไรจะได้เป็นฉากๆมันก็ยังดู ก่อนจะไปไกลกว่านี้หยุดเรื่องกังฟูแพนด้าไว้ก่อนขอกระโดดไปที่กิจกรรมคู่ขนานที่ได้ทำระหว่างหนีน้ำอีกอย่างคือการอ่านหนังสือ</p>
<p style="text-align: left;">หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่านคือ นักวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์ เป็นหนังสือที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ในภาคพื้นยุโรปเป็นหลักในช่วงปี 1900-1945 ว่าเป็นอย่างไร(ต้องเขียนแยกอีกเรื่อง) แต่มีใจความบางช่วงประมาณกลางๆเล่มที่เขียนถึงไอน์สไตน์ในวัยเด็กที่ผมอ่านแล้วมันสามารถเอามาประกอบกับเรื่องกังฟูแพนด้าได้เป็นอย่างดีมันคือเรื่อง &#8220;การศึกษาแบบอุตสาหกรรม&#8221;</p>
<p style="text-align: left;">ไอน์สไตน์ในวัยเด็กถูกส่งไปเรียนโรงเรียนที่สอนในรูปแบบของโรงเรียนทหาร หลังจากเรียนไปได้สักพักครูในโรงเรียนนั้นก็บอกกับไอน์สไตน์ว่าเปลี่ยนโรงเรียนเสียเถิดคนอย่างเขาไม่มีวันที่จะจบจากโรงเรียนแบบนี้ได้และไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จอะไรได้เลยในชีวิตนี้? หลังจากนั้นอีกไม่กี่สิบปีไอนสไตน์ได้รับรางวัลโนเบลสาขสฟิสิกส์และถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟิสิกส์ที่เก่งที่สุดในโลก</p>
<p style="text-align: left;">โปแพนด้ายักษ์ที่ใฝ่ฝันว่าจะเป็นยอดจอมยุทธ์และถูกระบุโดยความบังเอิญหรือไม่ก็ไม่รู้ว่าเป็นนักรบมังกรในตำนาน แต่หลังจากนั้นก็ถูกนำตัวไปฝึกในโรงฝึกของสำนักแต่ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่ก้าวหน้ามีแต่ถอยหลังจนกระทั่งอาจารย์ถอดใจและได้แต่บ่นว่าจะเป็นไปได้อย่างไรเพราะเมื่อดูจากลักษณะพื้นฐานแล้วเจ้าแพนด้าอ้วนๆตัวนี้ก็ไม่มีคุณสมบัติของการเป็นจอมยุทธ์เลย แต่!!! ตอนจบแพนด้าตัวนี้กลายเป็นนักรบมังกรเพราะอาจารย์ไปค้นพบวิธีการฝึกที่เหมาะสมและสร้างแรงจูงใจให้แพนด้านั้นตั้งใจเรียนวิทยายุทธ์ได้อย่างตั้งใจจนกระทั่งแตกฉานและกลายเป็นนักรบมังกรในตำนานได้ในที่สุด</p>
<p style="text-align: left;">จากสองเรื่องที่อยู่คนละโลกกลับมีส่วนคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อนั่นคือคนที่ไม่มีคุณลักษณะใดๆเลยที่จะสามารถผ่านระบบการศึกษาพื้นที่วางไว้เพื่อ&#8221;ผลิต&#8221; ให้เกิดผลผลิตที่มีมาตรฐานเดียวกันกลับกลายเป็นยอดคนได้ด้วยกระบวนการสอนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนๆนั้นโดยเฉพาะเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องน่าคิดอีกเรื่องหนึ่งก็ได้ว่าการศึกษาเป็นเรื่องของปริมาณจริงหรือไม่เราสร้างกรอบการเรียนรู้เพื่อวางและวัดอย่างแน่นอนว่าถ้าใครก็ตามที่ไม่สามารถผ่านวิธีเหล่านี้ได้ถือว่าเขาไม่คู่ควรกับอาชีพการงานนี้อันนี้จริงหรือไม่ ทำให้เหมือนกับร้านขายเสื้อผ้ามาตรฐานที่มีขนาดให้เลือก S,M,L,XL ถ้าใส่ไม่ได้ก็ซวยไป</p>
<p style="text-align: left;">หรือเราควรจะหันกลับมาลองคิดดูใหม่ว่ากการศึกษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมันเป็นเรื่องที่ต้องคิดหาวิธีกาารสอนให้เหมาะกับบุคคลนั้นๆแทนที่จะให้บุคคลนั้นปรับตัวเข้าหาระบบเรื่องนี้อาจดูบ้าแต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เพราะหลังจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีในการทำงานจริงๆผมพบว่าปริญญาเป็นเรื่องที่ผมไม่สนใจอีกต่อไปในการหาเพื่อนร่วมงานสิ่งที่ผมสนใจคือความสนใจของคนๆนั้นมากว่าบางคนอาจจบสาขาอื่นมาและอาจเรียนไม่จบเลยแต่คนเหล่านั้นสามารถทำงานได้ดีมีความใฝ่รู้มากกว่าคนที่จบมาจากกระบวนการผลิตแบบอุตสาหกรรมหลายช่วงตัว ดังนั้นผมอยากจะบอกกับหลายๆคนว่าบางทีเราเจอคนที่พบปัญหาว่าทำไมเรียนยังไงก็เรียนไม่ได้ ไม่สนุก ไม่เข้าเส้น เลิกเรียน บางทีมันไม่ใช่ความผิดของคนเหล่านั้นมันเป็นความผิดของระบบต่างหากระบบมันห่วยเกินว่าที่คนเหล่านั้นจะทำใจอยู่กับมันได้ เราเลิกถามกันได้ไหมว่า &#8220;จบจากที่ไหน ทำงานที่ไหน&#8221; แล้วก็ร้องโอวมันเท่เสียจริงแต่หารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นมันกลวงสิ้นดีเพราะจริงๆแล้วทำอะไรกันไม่เป็นเลย เปลี่ยนมาเป็น &#8220;เล่าให้ฟังหน่อยคุณทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรมาบ้างและตอนนี้ได้ทำอะไรบ้างทำให้ดูหน่อย&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2011/11/14/kungfu-panda-einstein/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nokia N9: ก็ใจมันรัก</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2011/10/16/nokia-n9/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2011/10/16/nokia-n9/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2011 15:20:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=534</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องมีอยู่ว่าผมซื้อโนเกียเอ็นเก้าโทรศัพท์ที่ได้รับคำนิยามว่า &#8220;มีทุกอย่างยกเว้นอนาคต&#8221; มาใช้คำถามคือเพราะอะไรคำตอบคือ &#8220;ก็ใจมันรักจึงอยากใช้&#8221; เป็นเหตุผลที่ไร้เหตุผลมากแต่เบื้องลึกแล้วมันคงเนื่องมาจากเป็นแฟนโนเกียมานานมาก แต่หลังๆไม่ค่อยได้ซื้อโนเกียเพราะดูแล้วไม่ใช่เหมือนจะได้แต่ยังไม่ใช่ เครื่องสุดท้ายที่ซื้อน่าจะเป็นรุ่นบังตอที่เวลาคุยต้องเอาสันแนบหูรุ่นนี้โคตรจะโดนเลยครับ สำหรับผมแล้วเวลาซื้อโทรศัพท์มักไม่ค่อยพิจรณาอะไรมาก ดูๆแล้วรุ่นไหนอยากใช้ก็เก็บเงินซื้อเลยไม่ได้โชว์รวยอะไรนะครับเก็บเงินหลายเดือนเหมือนกันกว่าจะได้แต่ละเครื่องสาเหตุที่ไม่ค่อยพิจรณามากเพราะมีความเชื่อว่าเมื่อเราซื้ออะไรที่เราอยากใช้เราจะใช้มันอีกอย่างของแบบนี้ช่วงอายุมันสั้นครับสำหรับผมโทรศัพท์เครื่องหนึ่งก็ปีสองปีเดี๋ยวก็ซื้อใหม่และพูดตามตรงราคาโทรศัพท์แต่ละเครื่องก็ไม่ได้เยอะขนาดทำให้เราต้องคิดเยอะขนาดนั้นซื้อมาแล้วใช้ไปใช้มาไม่ชอบก็อดทนรออีกสักปีเดี๋ยวก็เก็บเงินซื้อใหม่เครื่องเก่าก็แจกชาวบ้านชาวเมืองไป ดังนั้นเวลาซื้อโทรศัพท์ผมจะตัดสินด้วยอารมณ์ล้วนๆ อยากใช้ก็ซื้อเลย เท่หล่อสุดๆ สำหรับ N9 เป็นโทรศัพท์ในตระกูล Smart Phone เครื่องที่ 4 ต่อจาก iPhine 3GS, Samsung Spica, Samsung Wave จะเห็นว่าผมซื้อมั่วไปหมดลองมันทุกตระกูล แต่ช่วงหลังๆใช้ไปใช้มาพบว่าตัวเองใช้ smart phone ได้โคตรโง่เลยคือใช้อยู่ไม่กี่อย่างนับได้ดังนี้ตามความถี่ โทร ถ่ายรูป twtter facebook แค่นี้!!!! อะไรกันทำไมเหลือแค่นี้โคตรจะไม่ smart เลย ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องจัดเครื่องใหม่ก็เลยเลือกตามสิ่งที่ตัวเองใช้จริงเท่านั้น แค่โทรได้ ถ่ายรูปเทพ ติดตามข่าวสารบน social network ได้บ้างอะไรบ้างแถมท้ายด้วยวัสดุเทพจับแล้วดูดีมีราคา ได้แค่นี้ถือว่าโอเคได้มากกว่านี้ถือว่ากำไร ตอนแรกว่าจะซื้อ Samsung Galaxy S แล้วเพราะชอบจริงอะไรจริงกำลังจะเดินไปเสียเงินอยู่แล้วเพราะแอบเล่นของ น้าเก่ง(@kengggg) อยู่บ่อยๆ แต่ก่อนนั้นก็ดันไปเจอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.roofimon.com/2011/10/16/nokia-n9/&amp;layout=standard&amp;show_faces=0&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;font=" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe><p>เรื่องมีอยู่ว่าผมซื้อโนเกียเอ็นเก้าโทรศัพท์ที่ได้รับคำนิยามว่า &#8220;มีทุกอย่างยกเว้นอนาคต&#8221; มาใช้คำถามคือเพราะอะไรคำตอบคือ &#8220;ก็ใจมันรักจึงอยากใช้&#8221; เป็นเหตุผลที่ไร้เหตุผลมากแต่เบื้องลึกแล้วมันคงเนื่องมาจากเป็นแฟนโนเกียมานานมาก แต่หลังๆไม่ค่อยได้ซื้อโนเกียเพราะดูแล้วไม่ใช่เหมือนจะได้แต่ยังไม่ใช่ เครื่องสุดท้ายที่ซื้อน่าจะเป็นรุ่นบังตอที่เวลาคุยต้องเอาสันแนบหูรุ่นนี้โคตรจะโดนเลยครับ<br />
สำหรับผมแล้วเวลาซื้อโทรศัพท์มักไม่ค่อยพิจรณาอะไรมาก ดูๆแล้วรุ่นไหนอยากใช้ก็เก็บเงินซื้อเลยไม่ได้โชว์รวยอะไรนะครับเก็บเงินหลายเดือนเหมือนกันกว่าจะได้แต่ละเครื่องสาเหตุที่ไม่ค่อยพิจรณามากเพราะมีความเชื่อว่าเมื่อเราซื้ออะไรที่เราอยากใช้เราจะใช้มันอีกอย่างของแบบนี้ช่วงอายุมันสั้นครับสำหรับผมโทรศัพท์เครื่องหนึ่งก็ปีสองปีเดี๋ยวก็ซื้อใหม่และพูดตามตรงราคาโทรศัพท์แต่ละเครื่องก็ไม่ได้เยอะขนาดทำให้เราต้องคิดเยอะขนาดนั้นซื้อมาแล้วใช้ไปใช้มาไม่ชอบก็อดทนรออีกสักปีเดี๋ยวก็เก็บเงินซื้อใหม่เครื่องเก่าก็แจกชาวบ้านชาวเมืองไป ดังนั้นเวลาซื้อโทรศัพท์ผมจะตัดสินด้วยอารมณ์ล้วนๆ อยากใช้ก็ซื้อเลย เท่หล่อสุดๆ<br />
สำหรับ N9 เป็นโทรศัพท์ในตระกูล Smart Phone เครื่องที่ 4 ต่อจาก iPhine 3GS, Samsung Spica, Samsung Wave จะเห็นว่าผมซื้อมั่วไปหมดลองมันทุกตระกูล แต่ช่วงหลังๆใช้ไปใช้มาพบว่าตัวเองใช้ smart phone ได้โคตรโง่เลยคือใช้อยู่ไม่กี่อย่างนับได้ดังนี้ตามความถี่ โทร ถ่ายรูป twtter facebook แค่นี้!!!! อะไรกันทำไมเหลือแค่นี้โคตรจะไม่ smart เลย<br />
ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องจัดเครื่องใหม่ก็เลยเลือกตามสิ่งที่ตัวเองใช้จริงเท่านั้น แค่โทรได้ ถ่ายรูปเทพ ติดตามข่าวสารบน social network ได้บ้างอะไรบ้างแถมท้ายด้วยวัสดุเทพจับแล้วดูดีมีราคา ได้แค่นี้ถือว่าโอเคได้มากกว่านี้ถือว่ากำไร ตอนแรกว่าจะซื้อ Samsung Galaxy S แล้วเพราะชอบจริงอะไรจริงกำลังจะเดินไปเสียเงินอยู่แล้วเพราะแอบเล่นของ น้าเก่ง(@kengggg) อยู่บ่อยๆ แต่ก่อนนั้นก็ดันไปเจอ VDO เปิดตัวนี่เข้าจบกันไม่ต้องซื้อมันละ Galaxy S</p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/LxUymqLGG-M?rel=0" frameborder="0" width="640" height="360"></iframe></p>
<ol>
<li>เรื่องโทรไม่ต้องพูดถึงโทรศัพท์โนเกียต้องโทรได้ดีอยู่แล้วและโทรได้ดีด้วยเสียงในการสนทนาหลังจากได้ทดลองกับภรรเมียแล้วพบว่าชัดแจ่มแจ๋วดีมากอันนี้ผ่านคะแนนเต็ม</li>
<li>เรื่องกล้องอันนี้เห็นความเทพของกล้องโนเกียตั้งแต่ N8 แล้วกล้องมหัศจรรย์มากดังนั้น N9 ก็ไม่ทิ้งลาย กล้องเทพสามารถชมภาพตัวอย่างได้ที่ Engadget นะครับส่วนตัวหลังจากได้ลองใช้ดูแล้วพบว่ากล้องโนเกียเอ็นเก้าเขาเทพจริงเรื่องความเร็วทั้งเวลาในการเตรียมพร้อมและการโฟกัส ส่วนวิดีโอถือว่าดีทีเดียวคิดว่าพอสำหรับความต้องการส่วนตัวเพราะส่วนมากจะใช้กล้องถ่ายภาพลูกสาวทั้งสองคนดังนั้นถ้ากล้องพร้อมช้าก็จะหงุดหงิดบ้างแต่สำหรับเอ็นเก้าถือว่าพร้อม</li>
<li>เรื่อง Social Network เรียกว่าพอมีบ้างแต่แอพพลิเคชั่นเรียกว่าสู้ไม่ได้ถ้าเทียบกับมือถือจากค่ายแอปเป้ิลและแอนดรอยด์(ระดับสูง) เหมือนจะยังไม่ค่อยพร้อมในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จริงๆอาจจะโดนทิ้งไปไกลมากเลยผมว่าถ้าคนที่เสพติดมากๆอาจทนไม่ได้กันเลยทีเดียวยิ่งเมื่อเทียบกับ Facebook App สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ยิ่งเห็นความห่างมากมาย</li>
<li>เรื่องต่อไปเรื่อง Operating System โดยรวม Meego หลังจากได้เล่นมาสี่ชั่วโมงพบว่าชอบมากกับแนวคิดเรื่อง Swipe เช่น Swipe ขึ้นแปลว่าเอาไปเก็บไว้ Swipe ลงแปลว่าปิด Swipe ออกข้างแปลว่าไปหน้าต่อไปหรือย้อนกลับไปที่หน้าหลัก แรกๆอาจจะเขินๆแต่เล่นไปเล่นมาถึงกับเซ็งเมื่อต้องกลับมากดปุ่ม Home ในแอนดรอยด์และไอโฟน อันนี้ของเขาดีจริงครับอีกเรื่องคือการตอบสนองของมันดีขึ้นมากกว่าของเก่าบน N8 มากมายเลยทีเดียวเพิ่งจะเห็นและรู้สึกถึงความเป็น touch phone บนโนเกียก็รุ่นนี้แหละครับ สมใจอยากถึงแม้ว่าจะไม่ทำต่ออีกต่อไปก็ถือว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมีโกอันแรกและอันสุดท้าย</li>
<li>เรื่องต่อไปวัสดุที่ใช้ทำผมว่าเทพมาก เล่นเอา Galaxy S II กากไปเลยก็ว่าได้คือถ้าควักออกมาวางบนโต๊ะท่ามกลางๆสาวๆผมมั่นใจเกินร้อยว่าสาวๆจะหยิบ N9 ก่อนครับเพราะรูปทรงมันดูลงตัวและดูน่าจับมากกว่าเยอะและถ้าเหลือบตาดูในท้องตลาดคาดว่าต้องรอ iPhone5 มาท้าชิงเรื่องนี้ครับนอกจากนี้การใช้สี ฟอนท์ ขนาดของฟอนท์ การจัดวาง ทุกสิ่งอย่างดูลงตัวไม่เยอะขอมั่วเรียกว่าได้อารมณ์ Scandinavian Design หรือ Finnish Design ได้ไหม</li>
</ol>
<p>สรุป ประทับใจทั้ง รูปเสียงและสัมผัส แต่แอพพลิเคชั่นแอบกากส์บ้างอะไรบ้าง ดังนั้นถ้าอยากได้ &#8220;Mobile Phone&#8221; ดีๆสักเครื่องในราคาสมเหตุสมผล โนเกียเอ็นเก้า คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2011/10/16/nokia-n9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

