Cobus Method หูไม่คัน จงเชื่อมั่นในหูของท่าน
ดูให้จบก่อนนะครับ ผมดูแล้ว “ก็ตีดีนะ แล้วไง” ตาผมบังเอิญไปมองเห็น link ด้านล่างวีดีโอนี้มันเขียนว่า Here’s what I’m working on right now: http://CobusMethod.com/sneak-peek
โอวมีคำว่า method ต้องมีอะไรดีกดซะ
เข้าไปก็พบกับโฆษณาที่ฟังครั้งแรกแล้วทึ่งผมสรุปง่ายดังนี้นะครับ Cobus ไม่เคยเรียนตีกลอง เขาตีตามที่เขาได้ยินและจินตนาการว่าเสียงที่ได้นั้นต้องตีออกมาอย่างไร แล้วเขาก็ post สิ่งที่เขาทำขึ้น youtube และด้วยอะไรสักอย่างสิ่งที่เขาทำมันดังครับมีคนตามดูจนถึงวันนี้มากกว่า 80 ล้านวิวมันทำให้เขากลายเป็นมือกลองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกคนหนึ่ง โดยที่เขาไม่เคยเรียนดนตรีแม้แต่หนึ่งครั้ง
กระบวนการตีแบบนี้เขาเรียกมันว่า Cobus Method เป็นกระบวนการสอนให้เราสามารถตีกลองได้ด้วยการฟัง ไม่มีการอ่าน sheet แม้แต่แผ่นเดียวไม่มีทฤษฎีดนตรีที่แสนซับซ้อนนอกจากจะเล่นได้เหมือนแล้วยังแนะนำกลเม็ดในการแต่งจังหวะของตัวเองอีกด้วยทำอย่างไรที่จะสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพกับมืออาชีพคนอื่นๆในห้องอัด
นี่แหละ Cubus Method วิธีการเรียนที่มาจากเด็กเกรียนจาก แอฟฟริกาใต้ เขาทำมันด้วยใจซัดไปดั่งใจคิดและสิ่งนี้ทำให้เขามีชื่อเสียง ทำมาหากินได้ และโชคดีที่เราสิ่งที่เขาทำมาตลอดนี้ได้ถูกบันทึกไว้ “ซื้อไหมครับ”
ผมชอบประเด็นการขายของเขามาก เพราะแม้กระทั่งผมเองยังเชื่อว่าจะตีออกมาให้ได้แบบนี้ต้องเป็นคนที่เรียนมาจากโรงเรียนดนตรีเท่านั้นซึ่ง VDO นี้ลบล้างความเชื่อผมหมดว่า เห้ยถ้ามัวแต่คิดว่าทุกอย่างต้องเกิดจากการเรียนจากสถาบันอะไรสักอย่างก็เหมือนเราได้ปิดตัวตาย ไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้นถ้าไม่ได้เรียนอย่างเป็นทางการเพราะเดี๋ยวจะทำออกมาผิด แต่! ทำไมเราต้องกลัวผิดด้วยล่ะ ทำไมต้องมีกรอบความคิดแบบนี้อยู่ในหัว? บางครั้งเราก็กลัวที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆหรือแตกต่างไปจากสิ่งที่เราเคยทำเพียงเพราะคำอ้างโง่ๆที่เราชอบใช้ว่า “ไม่ได้เรียนมา” แต่เราลืมไปว่าแค่เราเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่างนั่นคือการเริ่มต้นเรียนรู้แล้ว ความผิดพลาดที่เราได้สัมผัสด้วยตัวเองจะสอนว่าเราจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร มันจะสั่งสมและทำให้เราเริ่มรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ มันจะค่อยๆรวมกันมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น จนถึงระดับหนึ่งเราจะรู้สึกได้เองว่า “เรารู้” รู้ได้ด้วยตัวเอง
ไม่ว่าเรื่องของ Cobus Method จะเป็นจริงหรือเป็นแค่นิยายเอาไว้ขายของ แต่อย่างน้อยผมก็ได้เรียนรู้ว่า “แค่ลองทำดูเดี๋ยวก็รู้เอง” มันอาจจะดีก็ได้




























































