ทำไม”แมนยู”
นั่งรอลูกสาวเรียนศิลปะและนั่งเตรียมงานสำหรับสอน Pentaho วันจันทร์(เกือบเรียบร้อย)ก็นึกได้ว่าวันนี้ตอนเย็นมี “ศึกแดงเดือด” ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่อย่าไปสนใจมันเลยรู้แต่ว่าวันนี้ต้องดูบอลและแน่นอนผมเชียร์แมนยู
คำถามต่อมาคือทำไมต้องแมนยู? คำตอบต้องย้อนกลับไปไกลหน่อย
ผมเป็นคนที่เตะบอลไม่เก่งแจ่พยายามสนใจฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กเพราะสงสัยว่าทำไมเพื่อนๆที่โตมาด้วยกันในที่ทำงานแม่มันถึงชอบบอลกันจังวะ ซื้อหนังสือสตาร์ซอคเกอร์รายเดือนกันแล้วก็มานั่งอ่านรายละเอียดเกมแข่งกันเพราะเมื่อก่อนไม่มี Youtube และสานีโทรทัศน์บ้านเราไม่ค่อยจะเอาภาพหลังเกมมาฉายให้ดูกัน ดังนั้นเด็กบ้านนอกแถวบ้านผมก็เลยต้องอ่านคำบรรยายเกมการแข่งที่เกิดไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งเดือนเป็นตัว “หนังสือ” แล้วจินตนาการกันเองว่าเขาเล่นกันยังไง???? สำหรับผมเองก็สงสัยว่ามันสนุกตรงไหนวะ? อีกสิ่งหนึ่งที่ทำกันเสมมอคือการสั่งเสื้อแข่ง(ปลอม) มาใส่เตะบอลกันสนุกสนานแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนกระทั่งได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้
มันเป็นการ์ตูนพลิกชีวิตเลยเพราะเด็กๆสมัยผมจะบ้ากระหน่ำเตะบอลกันเป็นบ้าเป็นหลังเพราะการ์ตูนเรื่องนี้แหละและแน่นอนว่าทุกคนก็จะสมมติว่าตัวเองเป็น ซึบาสะ มิซากิ โน่นนี่เต็มไปหมดเพราะไอ้พวกนั้นมันเตะบอลเก่งกันอยู่แล้ว แล้วผมล่ะ? ไม่มีตำแหน่งเพราะเตะบอลไม่เก่งเลยต้องไปเป็น “วากาบายาชิ” แทน -/\- อย่างน้อยก็ยังได้เล่นกับเพื่อน เอาก็เอาไม่งั้นได้เลี้ยงหมาอยู่บ้าน อย่างไรก็ตามเรื่องบอลก็หายไปจากชีวิตผมหลังจากเรียนมัธยมชั้นปีที่สองเพราะช่วงนั้นนักบอลมันไม่เท่เป็นโกล์ยิ่งกากจัด จังหวะนั้นต้องเป็นนักบาสครับ
เล่นบาสอยู่หลายปีจนได้ดีมีแฟน(เมียคนปัจจุบันก็เป็นผลงานของการเป็นนักบาสนี่แหละครับ)
จากนั้นก็เข้ามหาลัย เอ้าเปลี่ยนอีกแล้วเพราะต้องมาเรียนที่ กทม คณะที่มีสนามบอลอยู่กลางคณะที่หนักกว่านั้นคือมีกรงล้อมเวลาเตะอยู่ข้างในเหมือนแข่งมวยปล้ำ Death Match บางทีมันก็ต่อยกันในนั้นแหละสนุกดี เออคณะนี้แม่งบ้า และเพื่อนผมที่นั่นทุกคนก็บ้าบอลเข้าเส้นอ่านหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเกอร์ทุกวันวันไหนไม่ได้อ่านมีลงแดงตาย ข้าวปลาไม่แดกได้แต่ต้องได้อ่านซอคเกอร์ ดังนั้นคำถามแรกที่พวกมันถามผมเวลาคุยกันคือ “มึงเชียร์ทีอะไร?” ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรตอบมั่วๆไปว่า “แอสตั้นวิลล่า” เพราะอะไรไม่รู้แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ลิเวอร์พูลเพราะหมั่นใส้ไอ้คนถามนี่แหละแม่ง “เก๊ก” (ไอ้คนถามก็เป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงปัจจุบัน) จากนั้นเรียนไปอีกสองปีที่เรียนที่นั่นวัฒนธรรมฟุตบอลก็ไหลเข้าตัวผมแบบบ้าคลั่ง ถึงขนาดไปเตะบอลกันตอนเที่ยงคืน ตีสอง แม่งบ้า แต่ผมก็ยังเชียร์ “วิลล่า” จนกระทั่งสยามประเทศเรามีการจัดการถ่ายทอดสดศึกแดงเดือดครั้งแรกในประเทศไทยที่ The Mall บางกระปิเป็นวันที่สาวกเกรียนทั้งหลายนับวันรอเพราะจะได้ไปเชียร์ทีมโปรดและไปเข่นทีมตรงข้ามได้ในระดับ Mass เพราะในห้องนั้นใส่คนได้หลายพันมาก
และแล้ววันนั้นก็มาถึง ไอ้เพื่อนผมก็ยังถามว่า “วันนี้มึงเชียร์ทีมอะไร” ผมก็ยังตอบว่า”วิลล่างั้นกูไปนั่งกับมึงฝั่งลิเวอร์พูลก็ได้” จนกระทั่งเกมเริ่มขึ้นลิเวอร์พูลมาในชุดเขียวแสนเห่ยมีกัปตันทีมคือตำนานปีกอันลือลั่น “จอห์น บาร์น” ส่วนแมนยูมาในชุดแดงแรงส์นำทีมโดยขบถลูกหนังเกรียนเทพอย่าง “อีริก เดอะคิง” เกมวันนั้นเล่นกันแบบเนือยๆไม่ค่อยเสียวเท่าไหร่ จนกระทั่งช่วง ณ นาทีแมนยูได้ลูกเตะมุม เบ็คแฮม เดินไปที่มุมธงอย่างเยือกเย็นบรรจงเปิดบอลมากลางเขตโทษ ประตูหล่อๆอย่างเดวิด เจมส์ กระโดดออกมาชกบอลออกมาได้แต่บอลเด้งดุ๊กๆ จังหวะนั้นบอลมันเด้งเกือบจะเลยไปแล้ว แต่เขาคนนั้นคือเทพเจ้า เขากระเด้งถอยหลังไปหนึ่งจังหวะ ง้างเกือก กดเข้าไปที่บอลเพียงพริบตาบอลก็เข้าไปกองที่ตาข่าย เสียงเชียร์จากฝั่งแมนยูดังกระฮึ่มห้องนั้นแทบแตก อีไอ้บ้าวิ่งถอดเสื้อ โยนเสื้อกันมั่วไปหมด “เออแม่งหนุกดี” จบเกมผมนั่งเซ็ง “แสรดนั่งผิดฝั่ง”
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็คิดได้ว่าจะอยู่สยามประเทศแล้วเชียร์บอลให้มันส์ มีทางเลือกแค่สองทาง “แมนยู” หรือ “ลิเวอร์พูล” เท่านั้น ดังนั้น “เพื่อนกูรักมึงว่ะ แต่กูเชียร์แมนยู”


