<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>roofimon &#187; no car</title>
	<atom:link href="http://www.roofimon.com/tag/no-car/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.roofimon.com</link>
	<description>บันทึกเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับงานและเทคโนโลยี</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Sep 2010 11:07:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Is it worth to pay for knowledge?</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2010/08/20/is-it-worth-to-pay-for-knowledge/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2010/08/20/is-it-worth-to-pay-for-knowledge/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 17:52:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[no car]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=214</guid>
		<description><![CDATA[มันคุ้มไหมที่จะจ่าย? เรื่องนี้เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจาก tweet มหาโหดของผมที่เกี่ยวกับทัศนคติของผมที่มีต่อการซื้อรถยนต์ของรุ่นน้องหลายคนที่ผมรู้จัก ทำไมผมต้อง Tweet แบบนั้น ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผม Tweet เรื่องนี้แต่ผมพูดเรื่องนี้มาเป็นสิบครั้งก่อนหน้านี้ แล้วมันเพราะอะไร? โดยส่วนตัวผมคิดว่าของทุกอย่างมันมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะได้มันมาครอบครอง การดิ้นรนครอบครองสิ่งของเช่นรถยนต์ก่อนเวลาอันควรมันเป็นการทำลายโอกาสบางอย่างในชีวิตไปได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะคนที่บ้านไม่ได้มีฐานะดีมาตั้งแต่เกิด เราควรจะนำเงินทองที่เราหามาได้อย่างยากลำบากนำไปพัฒนาตัวเองให้มีขีดความสามารถที่ะแข่งขันกับคนอื่นๆที่เค้าพร้อมกว่าเราให้ได้เสียก่อน มากกว่าที่จะเอาเงินก้อนนั้นไปละลายกับสิ่งไร้สาระอย่ารถยนต์ เราลองมาคิดกันง่ายๆ คำถามง่ายๆที่ผมอยากจะได้คำตอบ &#8220;คุณอยากมีชีวิต แบบไหน?  อยากทำงานอะไร? อยากมีเพื่อนร่วมวานแบบไหน?&#8221; ผมคาดเดาคำตอบได้อย่างไม่ยากเย็น ทุกคนล้วนอยากตอบว่าอยากทำงานกับบริษัทที่ดี มีสวัสดิการดี เงินเดือนสูง หรือบางคนออาจะอยากทำงานกับบริษัทข้ามชาติ หรือให้เต็มที่คืออยากไปทำงานต่างประเทศ ผมคิดว่าเกิน 80% ต้องตอบแบบนี้เพราะใครๆก็อยากมีชีวิตที่ดีซึ่งบางทีก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน แต่ลองหันกลับมามองความเป็นจริงบริษัทดีๆมีกี่บริษัท? บริษัทเหล่านั้นเปิดรับพนักงานปีละกี่คน? และที่สำคัญบริษัทเหล่านั้นมี Criteria ในการรับคนเข้าทำงานอย่างไรบ้าง? จากนั้นผมอยากให้น้องๆนั่งลง ตั้งสติ แล้วพิจรณาดูตัวเองก่อนว่าไอ้ความสามารถที่เรามีอยู่นั้น มันมากพอ เพียงพอ ดีพอ ที่จะเข้าทำให้คนที่คัดเลือกเราหยิบ Resume เราขึ้นมาดูไหม เรามีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นไหม เรามีความสามารถอะไรที่โดดเด่นกว่าคนอื่นไหม ถ้ายังผมถามว่าคุณจะเอาเงินที่คุณหาได้จากการทำงานสองถึงสามปีแรกไปทำอะไร? ซื้อรถไหม? อย่างที่ผมบอกผมไม่เคยเห็นบริษัทไหนประกาศรับพนักงานโดยระบุว่าผู้สมัครต้องมีรถส่วนตัวจะได้รับการพิจรณาเป็นพิเศษ สาบานได้ว่าผมไม่เคยเห็น แม้แต่ตำแหน่ง Sale ก็เห็นได้น้อยมาก แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่เราควรจะพัฒนา? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มันคุ้มไหมที่จะจ่าย? เรื่องนี้เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจาก tweet มหาโหดของผมที่เกี่ยวกับทัศนคติของผมที่มีต่อการซื้อรถยนต์ของรุ่นน้องหลายคนที่ผมรู้จัก ทำไมผมต้อง Tweet แบบนั้น ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผม Tweet เรื่องนี้แต่ผมพูดเรื่องนี้มาเป็นสิบครั้งก่อนหน้านี้ แล้วมันเพราะอะไร?</p>
<p>โดยส่วนตัวผมคิดว่าของทุกอย่างมันมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะได้มันมาครอบครอง การดิ้นรนครอบครองสิ่งของเช่นรถยนต์ก่อนเวลาอันควรมันเป็นการทำลายโอกาสบางอย่างในชีวิตไปได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะคนที่บ้านไม่ได้มีฐานะดีมาตั้งแต่เกิด เราควรจะนำเงินทองที่เราหามาได้อย่างยากลำบากนำไปพัฒนาตัวเองให้มีขีดความสามารถที่ะแข่งขันกับคนอื่นๆที่เค้าพร้อมกว่าเราให้ได้เสียก่อน มากกว่าที่จะเอาเงินก้อนนั้นไปละลายกับสิ่งไร้สาระอย่ารถยนต์</p>
<p>เราลองมาคิดกันง่ายๆ คำถามง่ายๆที่ผมอยากจะได้คำตอบ &#8220;คุณอยากมีชีวิต แบบไหน?  อยากทำงานอะไร? อยากมีเพื่อนร่วมวานแบบไหน?&#8221; ผมคาดเดาคำตอบได้อย่างไม่ยากเย็น ทุกคนล้วนอยากตอบว่าอยากทำงานกับบริษัทที่ดี มีสวัสดิการดี เงินเดือนสูง หรือบางคนออาจะอยากทำงานกับบริษัทข้ามชาติ หรือให้เต็มที่คืออยากไปทำงานต่างประเทศ ผมคิดว่าเกิน 80% ต้องตอบแบบนี้เพราะใครๆก็อยากมีชีวิตที่ดีซึ่งบางทีก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน แต่ลองหันกลับมามองความเป็นจริงบริษัทดีๆมีกี่บริษัท? บริษัทเหล่านั้นเปิดรับพนักงานปีละกี่คน? และที่สำคัญบริษัทเหล่านั้นมี Criteria ในการรับคนเข้าทำงานอย่างไรบ้าง?</p>
<p>จากนั้นผมอยากให้น้องๆนั่งลง ตั้งสติ แล้วพิจรณาดูตัวเองก่อนว่าไอ้ความสามารถที่เรามีอยู่นั้น มันมากพอ เพียงพอ ดีพอ ที่จะเข้าทำให้คนที่คัดเลือกเราหยิบ Resume เราขึ้นมาดูไหม เรามีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นไหม เรามีความสามารถอะไรที่โดดเด่นกว่าคนอื่นไหม ถ้ายังผมถามว่าคุณจะเอาเงินที่คุณหาได้จากการทำงานสองถึงสามปีแรกไปทำอะไร? ซื้อรถไหม? อย่างที่ผมบอกผมไม่เคยเห็นบริษัทไหนประกาศรับพนักงานโดยระบุว่าผู้สมัครต้องมีรถส่วนตัวจะได้รับการพิจรณาเป็นพิเศษ สาบานได้ว่าผมไม่เคยเห็น แม้แต่ตำแหน่ง Sale ก็เห็นได้น้อยมาก</p>
<p>แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่เราควรจะพัฒนา? ปัญหาข้อนี้ตอบได้ไม่ยากสำหรับผมเพียงแค่เราเปิด เวบหางานดูตำแหน่งสูงกว่าที่เราทำงานอยู่แล้วลองหาสิ่งที่ซ้ำกันจากบริษัทต่างๆ รับรองว่า list ออกมาได้ไม่กี่ข้อและหนึ่งในความสามารถที่ senior ทุกคนต้องมีคิอ &#8220;Good Communication In English&#8221; อันนี้เราต้องยอมรับโดยสดุดีว่าถึงวันนี้ความสามารถด้านการใช้ภาษาต่างประเทศเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีติดตัวไว้ มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยเสริมให้คนพิจรณาไม่โยน Resume เราทิ้งตั้งแต่รอบแรกๆ และแน่นอนว่ามันสำคัญมากสำหรับคนที่ต้องการทำงานกับบริษัทข้ามชาติเพราะคงหาได้ยากที่ชาวต่างชาติจะรับพนักงานที่ไม่แม้แต่จะสามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้ถึงแม้ว่าเค้าคนนั้นจะสามารถทำงานเฉพาะทางได้เก่งแค่ไหนก็ตาม เพราะมันคุยกันไม่รู้เรื่อง มันจะอธิบายกันยังไง หรือถ้าเข้าไปได้คุณจะเติบโตได้อย่างไรในเมื่อคุยกับเจ้านายไม่รู้เรื่อง?</p>
<p>อย่างไรก็ตามยังมีคนบางกลุ่มเห็นว่าการซื้อรถเป็นเรื่องของการเก็บออมเงินทางอ้อมยังไงอย่างน้อยก็ยังเหลือรถ แต่ถ้าเอาไปเรียนภาษาเหมือนเอาไปละลายแม่น้ำทิ้ง ข้อนี้ผมเถีบงขาดใจ ผมเปรียบเทียบการใช้ภาษาเหมือนกับการว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน เมื่อเราสามารถทำมันได้แล้วมันจะอยู่ติดตัวไปจนวันตาย เราไม่มีทางแกล้งว่ายน้ำไม่เป็นเมื่อเราถูกจับโยนลงทะเล เราไม่มีทางแกล้งขี่จักรยานไม่เป็นถ้าถูกทิ้งไว้กลางทางพร้อมกับจักรยานหนึ่งคัน เราไม่สามารถแกล้งโง่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ถ้าถูกส่งตัวไปทำงานต่างประเทศ ดังนั้นสำหรับผมมันคุ้มค่าครับเพราะความสามารถนี้มันจะอยู่ติดตัวเราไปตรายเท่าที่เรายังหายใจอยู่ ผมถามว่ารถมันอยู่กับเราตลอดไปไหมไอ้คันแรกที่เราซื็อมาน่ะที่เราภูมิใจนักหนาว่านี่เงินกู แถมมูลค่ามันก็เสื่อมถอยลดน้อยลงไปทุกวัน แต่ถ้าเราพูดภาษาอังกฤษได้ดีมีแต่ค่าตัวเราจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นการเรียนหรือการพัฒนาตนเองมันไม่เสียไปเปล่าๆหรอกครับเพียงแต่เราพยายามมองไม่เห็นค่ามันเท่านั้นเอง ผลที่ได้มันสัมผัสไม่ได้เป็นรูปธรรมเหมือนวัตถุแต่คุณค่ามันเหนือกาลเวลาครับ</p>
<p>สุดท้ายผม อยากให้น้องๆทุกคนที่ผมรู้จักคิดให้ดี คิดให้นานๆก่อนจะเอาเงินที่หามาได้ไป ดาวน์รถ เอาเงินไปดาว์นความรู้ มาไว้กับตัวเพื่อต่อสู้ฟาดฟันกับคนอื่นจะมีคุณค่ากว่าเยอะครับ ชีวิตคนเรายังต้องต่อสู้ไปอีกนานตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ รถไม่ได้ช่วยให้เราเอาชนะใครได้เลยครับ แต่ความรู้ความสามารถนี่สิใช่  รถยนต์ไม่ใช่สิ่งไม่ดีแต่จงมีมันเมื่อถึงเวลาอันสมควร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2010/08/20/is-it-worth-to-pay-for-knowledge/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>No car, No cry</title>
		<link>http://www.roofimon.com/2010/02/03/no-car-no-cry/</link>
		<comments>http://www.roofimon.com/2010/02/03/no-car-no-cry/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2010 06:29:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>roofimon</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[no car]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roofimon.com/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[เช้าวันหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเราสองผัวเมียต้องไปส่งลูกไปโรงเรียน ซึ่งจริงๆมันก็เหมือนกับทุกวันนั่นแหละแต่มันพิเศษกว่าทุกวันเล็กน้อยเพราะคืนก่อนผมดันนอนดึกและลูกสาวก็ตื่นๆหลับๆ เลยคิดในใจว่าถ้าขืนขับรถไปทำงานขากลับต้องมีง่วงหลับกลางถนนแน่ๆ ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดปัญหากับชาวบ้านเลยตัดสินใจ &#8220;จอดรถไว้บ้าน&#8221; ส่งลูกเรียบร้อยก็เดินมาขึ้นรถตู้หน้าปากซอยพบว่ารถตู้เยอะขึ้นมาก ไม่เหมือนสมัยก่อนที่แทบจะเหยียบกันตายกว่าจะขึ้นได้ ระยะเวลาจากหน้าปากซอยบ้านไปถึงหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าวใช้เวลา 15 นาทีเสียตัง 15 บาทและที่สำคัญไม่ต้องขับรถเอง จากสถานีรถใต้ดินถึงจามจุรีสแคว์ก็รถใต้ดินและได้เลือกที่ยืนดีๆด้วย เนื่องจากคนที่สถานีนี้คนยังน้อยเลยเลือกยืนตรงช่วงต่อขบวนได้ พร้อมทั้งสามารถแวะกินบะหมี่เป็ดก่อนขึ้นรถได้อีกและยังซื้อหนังสือพิมพ์ไปอ่านระหว่างทางได้อีก ขากลับขึ้นจาก MRT ถ้าเบื่อๆก็แวะไปสูดแอร์ในเซ็นทรัลหลังจากนั้นก็นั่งรถตู้กลับบ้าน 15 นาทีไม่เกินค่าเสียหาย 15 บาทและไม่ต้องขับเอง ง่วงมากๆก็หลับบนรถ ตกเย็นกลับมาถึงบ้านบอกเมียว่าพรุ่งนี้ไม่เอารถไปแล้วนะนั่งรถตู้สบายกว่าเยอะว่ะ ถึงบ้านเร็วกว่าด้วย เมียยิ้มและตอบว่า &#8220;โอเค&#8221; ผลพลอยได้ -ประหยัดค่าน้ำมันไปประมาณ 1,000 กว่าบาท -ได้เดินเยอะขึ้น -ได้ดูสาวๆข้างทาง บนรถเมล์ บนรถตู้ และ ในเซ็นทรัล -แวะกินข้าวเช้าได้หลายที่ *****************ดังนั้นรอช้าทำไมถ้าไม่มีประชุม 8:30 ผมก็จอดรถไว้บ้านแล้วเดินโลด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เช้าวันหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเราสองผัวเมียต้องไปส่งลูกไปโรงเรียน ซึ่งจริงๆมันก็เหมือนกับทุกวันนั่นแหละแต่มันพิเศษกว่าทุกวันเล็กน้อยเพราะคืนก่อนผมดันนอนดึกและลูกสาวก็ตื่นๆหลับๆ เลยคิดในใจว่าถ้าขืนขับรถไปทำงานขากลับต้องมีง่วงหลับกลางถนนแน่ๆ ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดปัญหากับชาวบ้านเลยตัดสินใจ &#8220;จอดรถไว้บ้าน&#8221;<br />
ส่งลูกเรียบร้อยก็เดินมาขึ้นรถตู้หน้าปากซอยพบว่ารถตู้เยอะขึ้นมาก ไม่เหมือนสมัยก่อนที่แทบจะเหยียบกันตายกว่าจะขึ้นได้ ระยะเวลาจากหน้าปากซอยบ้านไปถึงหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าวใช้เวลา 15 นาทีเสียตัง 15 บาทและที่สำคัญไม่ต้องขับรถเอง<br />
จากสถานีรถใต้ดินถึงจามจุรีสแคว์ก็รถใต้ดินและได้เลือกที่ยืนดีๆด้วย เนื่องจากคนที่สถานีนี้คนยังน้อยเลยเลือกยืนตรงช่วงต่อขบวนได้ พร้อมทั้งสามารถแวะกินบะหมี่เป็ดก่อนขึ้นรถได้อีกและยังซื้อหนังสือพิมพ์ไปอ่านระหว่างทางได้อีก<br />
ขากลับขึ้นจาก MRT ถ้าเบื่อๆก็แวะไปสูดแอร์ในเซ็นทรัลหลังจากนั้นก็นั่งรถตู้กลับบ้าน 15 นาทีไม่เกินค่าเสียหาย 15 บาทและไม่ต้องขับเอง ง่วงมากๆก็หลับบนรถ<br />
ตกเย็นกลับมาถึงบ้านบอกเมียว่าพรุ่งนี้ไม่เอารถไปแล้วนะนั่งรถตู้สบายกว่าเยอะว่ะ ถึงบ้านเร็วกว่าด้วย เมียยิ้มและตอบว่า &#8220;โอเค&#8221;<br />
ผลพลอยได้<br />
-ประหยัดค่าน้ำมันไปประมาณ 1,000 กว่าบาท<br />
-ได้เดินเยอะขึ้น<br />
-ได้ดูสาวๆข้างทาง บนรถเมล์ บนรถตู้ และ ในเซ็นทรัล<br />
-แวะกินข้าวเช้าได้หลายที่<br />
*****************ดังนั้นรอช้าทำไมถ้าไม่มีประชุม 8:30 ผมก็จอดรถไว้บ้านแล้วเดินโลด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roofimon.com/2010/02/03/no-car-no-cry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
